โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดเถื่อน โจ๋ห้าวโยนระเบิดขวดใส่คู่อริ แตกใส่หน้าบาดเจ็บสาหัสอาการปางตาย

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 14.53 น.

โจ๋ห้าวโยนระเบิดขวดใส่คู่อริ แตกใส่หน้าเจ็บสาหัส ชักปืนจะยิงซ้ำ คนเจ็บซิ่งหนีตายสุดชีวิต แม่ช็อกลูกเลือดคลั่งรีบบินกลับทันที ตร.เร่งล่ากลุ่มคนร้าย

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความและรูปภาพโดยระบุว่า "น้องโดนระเบิดขวดที่หัว ฝากหน่วยงานตำรวจทุกท่านช่วยดูแลหน่อยค่ะ เหตุเกิดตอนดึกที่สี่แยกไฟแดงหนองหาน ช่วยจับมือระเบิดมารับโทษด้วย แถวบ้านก็ได้รับความเดือดร้อน มาปาระเบิดเกือบทุกวัน จนไม่ได้หลับได้นอน มันเป็นอะไรกันนักหนาเบื่อมาก ไม่รู้ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปอีก ช่วยหน่อยนะคะ ขอว่าขอร้องหละบ่ได้อยู่ดีจักมื้อ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.52 น.วันที่ 5 พ.ย.67 ที่หน้า รพ.หนองหานแห่งที่2 จ.อุดรธานี ทราบผู้บาดเจ็บ คือนายต้าร์ อายุ 18 ปี โดยมีวงจรปิดหน้ารพ.หนองหานแห่งที่2 จับภาพได้ชัดเจน วัยรุ่นก่อเหตุโยนระเบิดใส่นายต้าร์ ในคลิปจะเห็นคู่อริขับรถจยย.มาด้วยกัน 2 คัน 4 คนไล่นายอาร์ทและนายต้าร์ กระทั่งมาถึงหน้ารพ. คนร้ายโยนระเบิด 2 ลูก ลูกแรกถูกศีรษะนายต้าร์เต็มๆ ลูกสองกะจะซ้ำแต่ไม่ถูก เสียงสนั่นหวั่นไหว จากนั้นคู่อริชักปืนจะยิงซ้ำ แต่นายอาร์ทและนายต้าร์ รีบซิ่งรถหนีไปได้ ก่อนจะไปหลบถนนริมคลองชลประทาน และโทรแจ้งให้พี่สาวมาช่วย

ล่าสุดวันที่ 5 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับญาติของผู้บาดเจ็บเพื่อสอบถามข้อมูล โดยมี น.ส.นัฐ อายุ 25 ปี พี่สาวนายต้าร์คนเจ็บ เล่าให้นักข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเที่ยงคืน ตนเลิกงานกลับมาบ้าน น้องชายโทรมาขอตังค์ บอกจะไปหาอะไรกิน ตนก็โอนให้ ประมาณเกือบตี 1 เพื่อนน้องโทรมาบอกว่า เกิดอุบัติเหตุโดนวัยรุ่นปาระเบิดใส่ ตอนนี้อยู่ถนนชลประทานหลังวัดสร้างแข้ ตนจึงรีบออกมาดูน้อง เมื่อมาถึงก็เห็นน้องหัวแตกที่ฝั่งขวา น้ำลายฟูมปาก และน้องกระอักเลือด จึงพาน้องส่งโรงพยาบาล ต่อมาอาการน้องยังไม่ดีขึ้น จึงส่งต่อไปยังรพ.ศูนย์อุดรธานี

สำหรับนิสัยของน้องชายยอมรับเป็นคนค่อนข้างดื้อและเกเร สาเหตุที่น้องโดนระเบิดนั้นคิดว่า คู่อริคงเห็นน้องเป็นอริคนละฝั่งและคนละกลุ่ม จึงเหมารวมจนเกิดเรื่องราว หลังเกิดเหตุก็จะไปแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองหานแล้ว ตำรวจก็ออกสืบสวนแล้ว

ส่วนอาการบาดเจ็บของน้อง ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอาการ 50/50 หมอแจ้งว่ามีเลือดออกในสมองฝั่งขวาเยอะมาก จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.อุดรธานี เพื่อทำการรักษาเร่งด่วน ทั้งนี้ก่อนผ่าตัดหมอก็แนะนำว่ามี 2 ทางเลือก คือ ปล่อยให้น้องเสียชีวิต และทำการผ่าตัดเพื่อเอาเลือดออก แต่โอกาสรอดก็ 50/ 50 จะเป็นคนป่วยติดเตียง ตนจึงเลือกทางที่2 หลังผ่าตัดตอนนี้ไม่แน่ใจว่าน้องจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่ ตอนนี้แม่ซึ่งทำงานที่ต่างประเทศ รู้ข่าวแล้วช็อกมากและกำลังบินด่วนกลับไทยในวันนี้เลย

อยากจะให้ตำรวจติดตามกลุ่มคนที่ก่อเหตุกับน้องชายมาดำเนินคดี ไม่งั้นเขาก็จะห้าวไปก่อเหตุอีก และฝากถึงกลุ่มอริที่ทำร้ายน้องชายว่า ทำไมโหดถึงเพียงนี้ จะฆ่ากันให้ตายเชียวหรือ เวลาทำอะไรให้คิดดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเป็นชีวิตของคนๆหนึ่ง เข้าใจว่าแค้นแต่ไม่ควรทำรุนแรงขนาดนี้ ยายรักน้องชายมาก ตอนนี้ยังไม่บอกให้ยายรู้ หากสูญเสียน้องชายเหมือนสูญเสียยายไปด้วย

ส่วนนายอาร์ท อายุ 18 ปี เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อคืนต้าร์บอกให้ขับรถมารับ เพื่อไปหาอะไรกินกัน ขณะจอดรถติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกหนองหาน เห็นรถคู่อริอยู่อีกฝั่ง จึงรีบขับรถเร่งหนี แต่คู่อริก็ได้ขับรถไล่ตามก่อนจะโยนระเบิดมาลงหัวเพื่อน และกำลังจะควักปืนยิง ตนจึงรีบเลี้ยวรถขับหนีมาได้ และแจ้งญาติต้าร์ก่อนนำเพื่อนส่งโรงพยาบาล ส่วนตัวแล้วตนไม่รู้จักคนที่มาโยนระเบิดใส่ ตนคิดว่าคนไล่ทำร้ายน่าจะเป็นคู่อริของต้าร์ ดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.มานิตย์ วงษ์เส รองผกก.สส.สภ.หนองหาน นำกำลังตร.ชุดสืบสวนสภ.หนองหาน และชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานีลงพื้นที่เรียกกลุ่มโจ๋ที่ต้องสงสัย ทั้งกลุ่มโจ๋บ้านโสกหมู กลุ่มบ้านหนองลาด และกลุ่มบ้านป่าก้าวมาสอบสวน พอจะรู้ตัวคนก่อเหตุแล้วตอนนี้ ทั้งนี้ทราบว่าคนก่อเหตุมีอริรอบด้าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดเถื่อน โจ๋ห้าวโยนระเบิดขวดใส่คู่อริ แตกใส่หน้าบาดเจ็บสาหัสอาการปางตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...