โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. ถกเข้มมาตรการห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ คุม PM2.5

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 19.45 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 12.45 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 ธ.ค.- กทม. ถกรายละเอียดเข้ม มาตรการห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ คุมฝุ่น PM2.5 พร้อมอัปเดตยอดขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียวแล้ว 9,555 คัน

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการออกประกาศห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ครั้งที่ 1/2567 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 มีมติเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใช้อำนาจตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ในการออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อการพยากรณ์คาดว่าจะมีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มากกว่า 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน ไม่น้อยกว่า 5 เขต โดยเพื่อให้การพิจารณาหลักเกณฑ์ในการออกประกาศฯ เป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้น ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เพื่อพิจารณาให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ หรือให้คำปรึกษา เพื่อประกอบการพิจารณาการออกประกาศฯ รวมทั้งเชิญบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการดำเนินมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) รวมทั้งให้มีอำนาจเรียกเอกสารประกอบข้อคิดเห็น ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย

จากนั้น ที่ประชุมได้แจ้งเพื่อทราบถึงมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะใช้อำนาจตามมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เมื่อ “เกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัย” ขึ้นในพื้นที่ใดและการอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใด ๆ ในพื้นที่นั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน ในการออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยประกาศดังกล่าวให้กำหนดระยะเวลาการห้ามและเขตพื้นที่ที่ห้ามตามที่จำเป็นไว้ โดยมีเป้าหมายเป็นรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป จำนวน 106,578 คัน (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5 และ 6) และมีวัตถุประสงค์ในการห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในในช่วงที่ฝุ่นอยู่ในช่วงอันตราย เพื่อลดปัจจัยต้นตอสำคัญของมลพิษและลดความอันตรายต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่

ซึ่งหลักเกณฑ์การออกประกาศฯ เป็นการพิจารณาจากข้อมูลบ่งชี้ คือ ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 75.1 มคก./ลบ.ม.) 5 เขต หรือจากการพยากรณ์ล่วงหน้า 2 วัน โดยค่าฝุ่นละออง PM2.5 ระดับสีแดง มากกว่า 5 เขต หรือ ระดับสีส้ม (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 37.6 – 75.0 มคก./ลบ.ม.) มากกว่า 15 เขต ประกอบกับอัตราการระบายอากาศ (VR) ต้องน้อยกว่า 3,000 ตารางเมตรต่อวินาที และมีทิศทางลมจากตะวันออก โดยหากเข้าเกณฑ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครจะพิจารณาออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ที่ประชุมมีติให้พิจารณาทบทวนตัดเงื่อนไขทิศทางลมเนื่องจากในช่วงที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นสูงนั้นอาจมีลมที่พัดมาจากทิศอื่น เช่น ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือบางครั้งอาจไม่มีลมพัดมาจากที่ใดเลยก็ได้

สำหรับแนวทางการออกมาตรการเขตมลพิษต่ำ ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการฯ พิจารณาเหตุผลความจำเป็นในการออกประกาศฯ 2. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกประกาศฯ 3. บังคับใช้ให้เป็นไปตามประกาศฯ โดยพื้นที่บังคับใช้มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วงแหวนรัชดาภิเษก ได้แก่ ด้านในแนวถนน มีจำนวน 9 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตคลองสาน เขตสาทร เขตปทุมวัน และเขตบางรัก และแนวถนนผ่าน 13 เขต (31 แขวง) ได้แก่ เขตบางซื่อ (วงศ์สว่าง) เขตจตุจักร (จตุจักร / ลาดยาว / จันทรเกษม / จอมพล) เขตห้วยขวาง (ห้วยขวาง / สามเสนนอก / บางกะปิ) เขตดินแดง (ดินแดง / รัชดาภิเษก) เขตราชเทวี (มักกะสัน) เขตวัฒนา (คลองเตยเหนือ) เขตคลองเตย (คลองเตย) เขตยานนาวา (ช่องนนทรี / บางโพงพาง) เขตบางคอแหลม (บางคอแหลม / บางโคล่) เขตธนบุรี (ดาวคะนอง / สำเหร่ / บุคคโล / ตลาดพลู) เขตบางกอกใหญ่ (วัดท่าพระ) เขตบางกอกน้อย (บางขุนนนท์ / อรุณอมรินทร์ / บางขุนศรี / บ้านช่างหล่อ / ศิริราช) และเขตบางพลัด (บางพลัด / บางบำหรุ / บางอ้อ /บางยี่ขัน) ซึ่งจากเป้าหมายรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป 106,578 คัน มีจำนวนรถที่เข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกเฉลี่ยวันละ 9,600 คัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567 มีรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) แล้ว 9,555 คัน (ร้อยละ 99.53 ของรถที่เข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกเฉลี่ยต่อวัน)

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายและมีแนวโน้มฝุ่นเพิ่มมากขึ้น จะพิจารณาจากข้อมูลบ่งชี้ คือ ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 10 เขต หรือจากการพยากรณ์ล่วงหน้า 2 วัน โดยค่าฝุ่นละออง PM2.5 ระดับสีแดง มากกว่า 10 เขต หรือสีส้ม มากกว่า 25 เขต ประกอบกับอัตราการระบายอากาศน้อยกว่า 3,000 ตารางเมตรต่อวินาที และมีทิศทางลมจากตะวันออก จะมีการประกาศขยายพื้นที่ไปยังวงแหวนกาญจนาภิเษกเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นต่อไป โดยที่ประชุมมีมติเช่นเดียวกันคือให้พิจารณาทบทวนตัดเงื่อนไขทิศทางลมออก

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้มีมาตรการบัญชีสีเขียว (Green List) เปิดให้รถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5 และ 6) ที่ต้องวิ่งในพื้นที่เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.67 เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการสามารถนำรถเข้ากระบวนการบำรุงรักษา อาทิ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองอากาศ จากนั้นลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์ม “บัญชีสีเขียว” ประกอบการขอยกเว้นมาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมแนบหลักฐานการเข้ากระบวนการบำรุงรักษา โดยกรอกข้อมูลทาง Google Form ที่ https://bit.ly/47RK0Yy หรือติดต่อกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม โทร. 0 2203 2951 พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปที่ได้รับการยกเว้น (EV, NGV, EURO 5 และ 6) ร่วมลงทะเบียนบัญชีสีเขียว เพื่อความสะดวกต่อการกวดขันและตรวจสอบ ตลอดจนเพื่อความสะดวกในการเข้าพื้นที่ Low Emission Zone

จากนั้น ที่ประชุมได้แจ้งถึงแนวทางการบังคับการให้เป็นไปตามประกาศฯ โดยอาศัยข้อมูลทะเบียนรถจากบัญชีสีเขียวของสำนักสิ่งแวดล้อม ประกอบกับข้อมูลภาพหลักฐานจากกล้อง CCTV ของสำนักการจราจรและขนส่ง ผ่านระบบคัดกรองคัดแยก ซึ่งจะนำไปสู่การออกเอกสารหลักฐานการร้องทุกข์กล่าวโทษและให้ฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตบังคับการอย่างเข้มข้นต่อไป .417.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...