ผ่าดวงเมือง ปี 2568 'ดาวใหญ่ 4 ดวง' เดินวิปริต ห่วง 'ทักษิณ' ระวังคำพูด
ผ่าดวงเมือง ปี 2568 ‘ดาวใหญ่ 4 ดวง’ เดินวิปริต ห่วง ‘ทักษิณ’ ระวังคำพูด
โบกมือลาปีมะโรงเข้าสู่ “ปีมะเส็ง” ที่หลายคนหวาดหวั่นไม่น้อย เพราะปีงูใหญ่ที่ผ่านมา นับว่า “ดุ” ไม่เบา ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ หรือเหตุเภทภัยต่างๆ
เมื่อเข้าสู่ปี “งูเล็ก” ที่นักโหราศาสตร์หลายคนออกมาเผยว่า เป็นปีที่ “ดาวเดินวิปริตหลายดวง” จึงทำเอาหลายคนหนาวๆ ร้อนๆ กังวลเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะ“ดวงชะตาบ้านเมือง” และ “เศรษฐกิจปากท้อง” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน
“อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม” นักโหราศาสตร์ชื่อดัง เผยถึงทิศทางดวงเมืองปี 2568 ว่า ตามบรรยากาศการโคจรของดาวพระเคราะห์ 10 ดวงที่โคจรอยู่ในจักรวาลรอบโลก จะเป็นตัวบ่งชี้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 ซึ่งดวงเมืองจะดีเรื่องเงินตอนต้นปี แต่ปลายปีก็จะตก ดาวใหญ่ย้าย 4 ดวง มีพฤหัส (๕) เสาร์ (๗) อังคาร (๓) ราหู (๘) ซึ่งจะเดินวิปริตทั้ง 4 ดวง
“ปี 2568 การโคจรของดาวพระเคราะห์ โคจรวิปริตอยู่ 4 ดวง โดยเฉพาะดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ หรือดาวพระเคราะห์หลัก ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบดีร้ายกับบ้านเมืองและดวงบุคคลสำคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะผู้บริหารประเทศ (นักการเมือง) เรียกว่าต้นปีดี ปลายปีร้าย”
“ลัคนาดวงเมือง อยู่ในราศีเมษ ดาวพระเคราะห์หลัก คือ ดาวพฤหัส (๕) เป็นหัวหน้าฝ่ายศุภเคราะห์ และคอยให้คุณแก่ดวงเมือง โคจรถอยหลังในเรือนกดุมภะ เรือนการเงินหรือหลักทรัพย์ ขณะที่ดาวพฤหัส (๕) โคจรถอยหลัง ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ในช่วงปลายปีนี้ 2567 การเงินของประเทศจะต้องอ่อนตัวลงไปบ้าง และโคจรย้อนกลับ โคจรเดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ไปจนถึง 13 พฤษภาคม 2568”
“ดาวพระเคราะห์หลัก อีกดวงหนึ่ง คือ ดาวเสาร์ (๗) เป็นหัวหน้าฝ่ายบาปเคราะห์ ก็โคจรถอยหลัง และจะโคจรเดินหน้าในเรือนลาภะ (ราศีกุมภ์) ลาภะ แปลว่า ผลประโยชน์ หรือผลกำไร”
“ดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ เมื่อโคจรเดินทางก็จะต้องทำนายว่า ฐานะการเงิน หรือเศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนในช่วงต้นไป 2568 นี้ ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์-13 พฤษภาคม 2568 จึงมีแนวโน้มที่พอจะมองเห็นว่า กิจการทำงานในช่วยต้นปี 2568 น่าจะดีขึ้น สินค้าและการส่งออกที่พอจะมองเห็นว่า กิจการทำเงินในช่วงต้นปีน่าจะดีขึ้น สินค้าและการส่งออกน่าจะได้ราคา การท่องเที่ยวก็น่าจะดีขึ้น อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ หุ้นจะขึ้น ก็มีแนวโน้มว่า น่าจะไปในทางที่ทำเงินได้ดี แผนการนี้รัฐบาลวางแผนไว้เรื่องแลกเงินก็มีแนวโน้มว่า น่าจะสำเร็จในช่วงต้นปี แต่หลังจาก 19 พฤษภาคม 2568 ไปแล้ว การเงินก็น่าจะแย่ลง เพราะดาวเสาร์ย้าย 19 พฤษภาคม จากเรือนลาภะเข้าเรือนวินาสของดวงเมือง รายรับจะตกลง หุ้นจะตกปลายปี”
สำหรับ“ดาวพระเคราะห์” ที่ “โคจรวิปริต” อ.บุศรินทร์ เผยว่า ดาวที่โคจรวิปริต“ดวงสำคัญ” ของบ้านเมืองในปี 2568 ก็คือ “ดาวอังคาร (๓)” คำว่า วิปริตของดาวอังคาร (๓) ก็คือการโคจรเดินหน้าถอยหลังอยู่ในราศีกรกฎ ถึง 7 เดือน ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ถึง 6 มิถุนายน 2568 เรือนพันธุ หมายถึง ญาติผู้ใหญ่ หรือบรรพบุรุษของดวงเมือง ดาวอังคาร (๓) ทำให้เกิดโทสะร้าย หรือมีเรื่องให้ขัดแย้งกันได้ง่าย
“โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ บทบาทของนายทักษิณ ชินวัตร จะทำให้มีเรื่องเกิดขึ้นกับรัฐบาลได้ง่าย โดยเฉพาะการใช้ปากของอดีตนายกฯ ทักษิณ จะทำให้ศัตรูของท่านหาเหตุให้รัฐบาลต้องปวดหัวหนักขึ้น และฝ่ายค้านโดยการสนับสนุนของฝ่ายแค้นก็จะรุนแรงขึ้น สังคมไทยจะถูกแบ่งแยกจากกลุ่มผู้สนับสนุนของรัฐบาล และกลุ่มผู้คอยหาเหตุล้มรัฐบาลก็จะรุนแรง”
“ปกติดาวอังคาร (๓) จะโคจรผ่านแต่ละราศี 45 วัน หรือเดือนครึ่ง แต่การโคจรผิดปกติหรือเดินวิปริตในครั้งนี้ จะนานถึง 7 เดือน รัฐบาลจะต้องค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน การสร้างศัตรูเพราะปากเป็นเรื่องที่คุณทักษิณจะต้องระมัดระวังให้มาก”
ส่วนเรื่องรัฐประหารจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้่น อ.บุศรินทร์ตอบว่า มีแนวโน้มว่าจะไม่เกิด เพราะดาวราหู (๘) อยุ่ในเรือนวินาส จนถึง 5 พฤษภาคม 2568 จึงจะโคจรย้ายเข้าเรือนลาภะของดวงเมือง (ราศีกุมภ์)
ส่วนเรื่อง “ม็อบ” ที่หลายคนเป็นห่วง อ.บุศรินทร์อธิบายว่า ม็อบจุดติด เมื่อดาวอาทิตย์ (๑) โคจรเข้าไปในเรือนทุสถานภาพ นั่นคือ
1.ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-13 เมษายน 2568 เรือนวินาส
2.ระหว่างวันที่ 18 กันยายน-16 ตุลาคม 2568 เรือนอริ
3.ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม 2568 เรือนมรณะ
“ถ้าอยู่ในช่วง 3 ช่วงนี้ น่าจะจุดติดได้สักหน่อย ที่สำคัญก็คือผู้ที่จะเป็นคนชักชวนให้ก่อม็อบเป็นใคร และเรื่องที่จะลงถนนต่อต้านรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่งการก่อม็อบก็ดี หรือการจะล้มล้างรัฐบาลก็ดี บรรยากาศบ้านเมืองจะต้องมีดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ หรือดาวพฤหัส (๕) และดาวเสาร์ (๗) จรเข้าไปในเรือนอริ เรือนมรณะ หรือเรือนวินาส ดวงชะตาจึงจะตกจนถึงขั้นมีปฏิวัติหรือยุบสภาได้ เมื่อดาวพฤหัส (๕) ย้ายไปราศีกันย์ 14 พฤศจิกายน 2570-16 มีนาคม 2571 แบะ 20 กรกฎาคม 2571-13 ธันวาคม 2571”
“ในความคิดของผม ขอให้รัฐบาลคอยระมัดระวังปากของคุณทักษิณเท่านั้น เพราะการกระทบกระเทือนของผู้บริหารประเทศก็น่าจะอยู่ตรงเรื่องดาวอังคาร (๓) โคจรวิปริตของดวงเมืองเท่านั้น ถ้าคุณทักษิณวางตัวได้เหมือนภรรยา คุณหญิงอ้อ พจมาน ดามาพงศ์ หรืออาจารย์น้อง นราพร จันทร์โอชา ภริยาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะดีมาก หรือว่าคุณทักษิณจะเรียนรู้โหราศาสตร์ในเรื่องปากของท่านเป็นปัญหาเรื่องภัยไปหมด ท่านนายกฯอิ๊งค์ ก็จะได้ถูกโจมตีน้อยลง ก็เป็นเรื่องน่าคิดอีกด้านหนึ่งของผม”
“อย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำนายดวงรัฐบาลก็จะต้องมีดวงชะตา มีวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดของนายกฯอิ๊งค์ ผมจึงจะกล้าทำนายได้เต็มปากเต็มคำ เพียงแต่ตอนนี้ต้องตัดสินใจจากท่าทางหรือบุคลิกภาพภายนอกเท่านั้น ผมคิดว่าก็น่านับถือดีและเชื่อว่าในปี 2568 นี้ คงจะไม่ถึงกับหลุดจากตำแหน่งหรอกครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะนักโหราศาสตร์ต้องมีดวงชะตาจึงจะทำนายได้อย่างมั่นใจได้ คือ ต้องมีเวลาเกิดด้วย”
“ที่ผมพูดมาดังกล่าวข้างต้น ก็เพราะผมได้ดูดวงชะตาของคุณทักษิณมาแล้ว ได้พบสถิติว่า ท่านอาภัพตรงไม่มีลูกน้อง ท่านเกิดวันอังคาร (๓) แต่ดาวอังคาร (๓) บริวารเดิมอยู่ในเรือนวินาส และที่สำคัญมาก ดาวพุธ (๔) ของท่านได้มาตรฐานต่ำมาก (ประเกษตร) ในดวงนวางค์จักร นั่นคือ ปากท่านคุมไปหมด”
“โดยสรุป การเงินและตลาดหุ้นจะดีอยู่ในช่วงต้นปี ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์-19 กรกฎาคม 2568 ปลายปีดวงตก หุ้นตก เหมือนอย่างในปี 2567 ส่วนภัยธรรมชาติให้ระวังแผ่นดินไหว เพราะดาวพฤหัส (๕) จรเข้าราศีพฤษก เป็นธาตุดิน และให้ระวังลมพายุแรง รวมไปถึงสึนามิ ส่วนน้ำท่วมจะมีบ้าง”
ทั้งนี้ อ.บุศรินทร์เผยอีกว่า วิชาโหราศาสตร์ ทำให้รู้จักจังหวะชีวิต รู้จักบรรยากาศ และสถานการณ์ของบ้านเมือง เมื่อรู้แล้วก็จะช่วยให้เตรียมตัว เตรียมใจ หรือวางแผนได้ง่ายขึ้น
“ก่อนอื่น คนสำคัญของบ้านเมือง เมื่อรู้แล้วจะต้องระมัดระวัง จุดอ่อน หรือข้อเสีย นิสัยเสียของตัวเอง รู้จักจังหวะชีวิตว่าเป็นขาขึ้น หรือขาลง ขาขึ้นก็อย่าเหลิง ขาลงก็ต้องอย่างหวั่นไหว อย่างกลัวจนเสียสติ โหราศาสตร์ช่วยให้เราได้รู้เหตุการณ์ดีหรือร้ายของบ้านเมือง ทำให้ผู้บริหารมีสติดำเนินชีวิต ตัดสินใจด้วยความรอบคอบ”
อ.บุศรินทร์กล่าวต่อว่า ดวงชะตาบ้านเมือง จะตกอบู่ในบรรยากาศของดาราศาสตร์ นักโหราศาสตร์เท่านั้นที่จะเข้าใจดีด้วยการดูการโคจรของดวงดาวว่า ดาวพระเคราะห์แต่ละดวงในช่วงจังหวะชีวิตในอนาคต โคจรอย่างไร แล้วจะเกิดอะไรขึ้น โหราศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยสถิติ ประวัติศาสตร์ การจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การคำนวณหรือคาดการณ์ในอนาคต จะช่วยให้ผู้บริหารบ้านเมือง เตรียมการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตามความรู้ จากเหตุการณ์ สถิติที่ผ่านมา และที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
“การทำนาย คือ การคาดการณ์ไปตามสถิติที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และการคาดการณ์มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นไปตามสถิติเป็นส่วนใหญ่ มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นตามคำทำนายนั้นสักกี่เปอร์เซ็นต์ การทำนายที่ว่านี้ จึงเรียกว่า การทำนายจร หรือการทำนายอนาคต”
จับตาประเทศ 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าดวงเมือง ปี 2568 ‘ดาวใหญ่ 4 ดวง’ เดินวิปริต ห่วง ‘ทักษิณ’ ระวังคำพูด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th