ซูเปอร์โนวาประเภทหายากที่สุด! ดาวแคระขาว 2 ดวงชนกัน
การระเบิดเมื่อ 850 ปีก่อนคือการชนกันของดาวแคระขาว เป็นซูเปอร์โนวาที่หายากที่สุด และทิ้งซากศพที่บ้าคลั่งให้นักวิทยาศาสตร์ตกตะลึง
เนบิวลาจาง ๆ ที่มีชื่อว่า ‘Pa 30’ ถูกรายงานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1181 โดยนักดาราศาสตร์จีนและญี่ปุ่น โดยระบุถึงแสงสว่างจ้าในพื้นที่ท้องฟ้าที่ปัจจุบันเรียกว่ากลุ่มดาวแคสซิโอเปีย หรือกลุ่มดาวค้างคาว ซึ่งมีแสงสว่างเท่ากับหรือมากกว่าดาวเวก้า (Vega) และตั้งชื่อให้มันว่า ‘ดวงดารารับเชิญ’ (Guest Star)
และแสงนั้นค่อย ๆ จางหายไปในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ทิ้งไว้แต่เนบิวลาที่สร้างความมึนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ว่ามันเกิดจากอะไร เนื่องจากมันไม่ทิ้งร่องรอยการระเบิดของซูปเปอร์โนวาแบบปกติไว้เลย และไม่มีเศษซากแบบนี้ใด ๆ เลยในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา งานวิจัยใหม่จึงได้เสนอว่ามันเกิดจากการชนกันของดาวแคระขาว
“ผมทำงานเกี่ยวกับซากซูเปอร์โนวามา 30 ปีแล้ว” โรเบิร์ต เฟเซน (Robert Fesen) นักดาราศาสตร์จากวิทยาลัย Dartmouth กล่าวในการประชุมสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันครั้งที่ 241 “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้”
ด้วยข้อมูลทางอ้อมจากงานวิจัยอื่นเมื่อปี 2019 ของนักดาราศาสตร์ชาวรัสเซียที่ค้นพบว่าวัตถุส่องสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ 36,000 เท่าแท้จริงเป็นดาวแคระขาวสองดวง พร้อมกันนั้นทีมงานของเฟเซนได้ถ่ายสเปกตรัมแบบพิเศษและพบว่ามันตรงกับการชนกันของดาวแคระขาว มันจึงกลายเป็นซูเปอร์ประเภทหายากมาก นั่นคือ Supernova Type lax (อ่านว่า วัน-เอ-เอ็กซ์)
ซูเปอร์โนวามี 2 ประเภท นั่นคือ Type l แบบพิเศษที่เกิดจากดาวแคระขาวและดาวกฤษ์ และ lax คือประเภทย่อยของกลุ่มนี้ ซึ่งเกิดจากดาวแคระขาว 2 ดวงชนกัน ขณะที่ Type ll เป็นแบบคลาสิกที่เกิดจากดาวฤกษ์ดวงเดียว ทีมงานคำนวณว่าเนบิวลา Pa 30 กำลังขยายตัวด้วยความเร็ว 1,100 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นเมื่อคำนวณกลับไป การระเบิดนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 850 ปีที่แล้ว
สิ่งที่น่าตื่นตะลึงคือ ร่องรอยอันรุนแรงของดาวแคระขาว ทีมงานระบุว่ากระแสลม (กระแสการไหลของอนุภาค) บนดวงดาวที่เคยวิ่งอยู่นั้นสูงถึง 16,000 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 5% ของความเร็วแสง “นี่มันบ้าไปแล้ว” เฟเซนกล่าว “แม้แต่ดาว Wolf-Rayet ขนาดยักษ์ที่ส่องสว่างก็ยังมีลมที่ความเร็วสูงสุดไม่กี่พันกิโลเมตร/วินาที”
ความบ้าคลั่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เศษซากที่ไม่มีที่ไหนอีกแล้วในกาแล็กซีของเรา มันเป็นปรากฏการณ์หายากมาก ไม่เพียงแค่สวยงามเท่านั้น แต่มันบ่งบอกถึงข้อมูลมากมายทั้งองค์ประกอบทางเคมีและวิธีที่ดาวกฤษ์ได้สร้างความโดดเด่นเช่นนี้
ในตอนนี้ทีมงานได้ยื่นขอช่วงเวลาเพื่อถ่ายภาพและสังเกตเพิ่มเติมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และเจมส์ เวบบ์แล้ว พวกเขาหวังว่าจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตะลึงเมื่อทั้งคู่หันกล้องไปที่ Pa 30 นี้
ที่มา
arXiv : Discovery of an Exceptional Optical Nebulosity in the Suspected Galactic SN Iax Remnant Pa 30 Linked to the Historical Guest Star of 1181 CE
Space : Ancient 'guest star' may mark rare collision of stellar corpses
IFLSCIENCE : "Guest Star" Last Seen 840 Years Ago Finally Found Again, And It Looks Weird
Sky & Telescope : 850-YEAR-OLD SUPERNOVA LEFT "ZOMBIE STAR" BEHIND