โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หัวครู หัวใคร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ธ.ค. 2565 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2565 เวลา 05.05 น.
พระพรหมกับพระนารายณ์บูชาสทาศิวะห้าเศียร, วัดภู, จำปาศักดิ์, ประเทศลาว

ผมมิได้เป็นนักดนตรีหรือนักนาฏศิลป์ อย่างไรก็ตาม, ผมรักเรื่องทั้งสอง, โดยเฉพาะในด้านประเพณีความเชื่อและพิธีกรรม, ทำให้ผมสนใจมากในพิธีไหว้ครูและหัวครูที่ใช้ในพิธี

ในบรรดาหัวครูที่ไว้บนโต๊ะหมู่บูชามีหลายหัวที่ไม่เป็นปัญหา ใคร ๆ ก็รู้ว่าพระพรหม, พระอิศวร, พระนารายณ์ คือใคร ใครไปเที่ยวเทวสถาน Besaki บนไหล่ภูเขากุนุงอะกุงบนบาหลี, จะเห็นบัลลังก์มหึมาสามองค์, องค์ขวามีผ้าทิพกับฉัตรสีแดงสำหรับพระพรหม, องค์กลางสีขาวสำหรับพระอิศวรและองค์ซ้ายสีน้ำเงินสำหรับพระนารายณ์, ตรงกับหัวโขนโต๊ะหมู่บูชาครูสูงสุดของไทยไม่มีผิด

ส่วนหัวพิราป (ป่า) ผมเคยพยายามอธิบาย ว่าเป็นหัวไภรวะ (พระอิศวรปางดุ) ที่ชาวพื้นเมืองในอินเดียเรียกว่า Birappā (พ่อวีระ), ซึ่งจะถูกผิดอย่างไรผมยังไม่ทราบ

หัวฤษี มักมีมากกว่าหนึ่งหัว หัวหนึ่งน่าจะได้แก่ ภรถมุนีที่จดจำคัมภีร์นาฏยศาสตร์จากคำบอกเล่าของพระอิศวร หัวฤษีอีกหัวหนึ่งน่าจะได้แก่ อคัศตฺยฤษี (รามเกียรติ์ของไทยและภาษาทมิฬต่างเรียกว่า อขัตติ) ซึ่งเป็นแคระ (ใหญ่ไม่เท่านิ้วแม่โป้ง, แต่นำ้หนักเท่าเขาไกรลาส) มีหน้าที่เผยแพร่ไศวศาสน์ในดินแดนใต้เทือกเขาวินธยะ ตลอดจนชวาและอุษาคเนย์ทั้งหมด

ท่านถือหม้อน้ำ (กลศ) ตระเวนไปทั่ว หม้อน้ำหกที่ไหน, เกิดเป็นบ้านเป็นเมืองและเกิดมีศิลปวัฒนธรรมที่นั่น

หัวครูที่ยังเป็นปัญหาอยู่, เห็นจะเหลือเพียงสองหัว, คือ ปัญจสิงขรกับพระคนธรรพ์, ซึ่งน่าสงสัยว่าเป็นใครกันแน่

ปัญจสิงขรคือใคร?

ปัญจสิงขร (เจ้าห้ายอด), คนไทยนับถือพุทธศาสนาจึงมักเข้าใจว่าท่านเป็นคนธรรพ์ตนหนึ่งที่มีบทบาทในพุทธประวัติ

เมื่อพระโพธิสัตว์กำลังบำเพ็ญตบะทรมานตน, ปัญจสิงขรมาดีดพิณสามสายให้พระองค์ฟัง, สายหนึ่งตึงไปจึงขาด, สายหนึ่งหย่อนไปจึงดีดไม่เป็นเพลง, แต่อีกสายหนึ่งพอดี ๆ ไม่ตึง ไม่หย่อน, จึงดีดได้เพลงไพเราะ พระโพธิสัตว์จึงเข้าใจว่าพระองค์ควรดำเนินตามมัชฌิมาปฏิปทา, คือปฏิบัติปานกลาง, ไม่สบายจนเกินไปและไม่ทรมานจนเกินไป

การที่คนไทยเชื่อดังนี้เป็นการดีอยู่แล้ว, เพราะเป็นที่พอใจของเจ้าของพุทธศาสนาและดนตรีไทย และเป็นการประสมประสานให้เข้ากันอย่างดี

อย่างไรก็ตาม, ผมสงสัยว่า เรื่องปัญจสิงขรมาดีดพิฒให้พระโพธิสัตว์ฟังน่าจะเป็นนิทานที่เกิดภายหลังเพื่ออธิบายมัชฌิมาปฏิปทา ตามหลักแล้ว, สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เอง, ไม่จำเป็นต้องมีเทวดาหรือคนธรรพ์มาสอน

การที่ปัญจสิงขรมีพักตร์สีขาวเหมือนพระอิศวรและสวมชฎาห้ายอดไม่น่าเป็นการบังเอิญหรือไม่มีความหมาย ผมสงสัยว่าชฎาห้ายอดนี้หมายความว่าปัญจสิงขร แต่ก่อนมีห้าเศียรหรือห้าพักตร์

ใครเอ่ย, มีห้าเศียรหรือห้าพักตร์? คำตอบคือ สทาศิวะ (Sadāśiva) หรือ ปัญจานนะ (Pañcānana) ซึ่งนับถือกันว่าเป็นปางสูงสุดของพระอิศวร ที่รวมธาตุทั้งห้า (ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม และฟ้า) และทิศทั้งห้า (ออก, ตก, เหนือ, ใต้ และยอดฟ้า) องค์สทาศิวะนับเป็นองค์เชื่อมระหว่างโลกิยะกับโลกุตรธรรม ในเทวรูปมักสลักเพียงสี่เศียรในสี่ทิศ, คือ สัทโยชาตะ, วามเทวะ, อะโฆระ และตัตปุรุษะ ส่วนเศียรที่ห้า (อิศานะ) ที่อยู่บนสุดจะไม่สลักเพราะนับว่าเป็นโลกุตระ, คนและเทพต่างไม่เห็น

เทวรูปสี่พักตร์ในศิลปะไทยและเขมรที่เรียกว่า “พระพรหมสี่พักตร์” ที่จริงอาจจะเป็นสทาศิวะต่างหาก

น่าสงสัยว่าหัวปัญจสิงขรของศิลปินไทยอาจจะเป็นที่รวบรวมของปรัชญาพราหมณ์ฝ่ายไศวะสิทธันตะอย่างน่ามหัศจรรย์ ทางอินเดียเขายังจำคัมภีร์ไศวะสิทธันตะได้, แต่ศิลปินอินเดียลืมความสำคัญของ “ปัญจสิงขร” ในฐานะเป็นครูที่สื่อสารระหว่างโลกิยะกัลโลกุตรธรรม

พระคนธรรพ์ชื่ออะไร

คนธรรพ์ (Gandharva) เป็นชาวสวรรค์ชนิดหนึ่ง ในมหาภารตท่านว่า คนธรรพ์เป็นเทวดาผู้ชายที่เป็นนักดนตรีในอิทรโลก, คู่กับอัปสรที่เป็นนางรำยั่วยวนกามารมณ์และสร้างความงามให้พระอินทร์และชาวสวรรค์ทั้งหลาย

คนธรรพ์กับอัปสรมีความสำคัญในการบันดาลให้ฝนตก, (เกิดพายุฝนเมื่อไร, แสดงว่าสนุกกันใหญ่บนโลกพระอินทร์) และมีบทบาทสำคัญในการประสาทพรสวรรค์ในการเล่นดนตรีและการร่ายรำให้มนุษย์ ในขณะเดียวกันคนธรรพ์และอัปสรยังมีอันตรายเพราะอาจจะพามนุษย์ให้บ้าคลั่งก็เป็นได้

ในวนบรรพ์ของมหาภารตเล่าว่า เมื่อปาณฑพห้าพี่น้องถูกเนรเทศให้อยู่ป่า, พระอรชุนเสด็จขึ้นไปหาพระบิดา (พระอินทร์) บนอินทรโลก พระอินทร์บัญชาให้พระอรชุนเป็นศิษย์คนธรรพ์ตนหนึ่งชื่อ จิตรเสน เพื่อฝึกการร่ายรำทำเพลงดีเยี่ยงชาวสวรรค์ พระอรชุนกลับไปสู่มนุษยโลกก็ปลอมตนเป็นหญิงงามเมือง, ร่ายรำทำเพลงได้งามจนพวกเการพจับไม่ได้ว่าเป็นใคร ปาณฑพทั้งห้าจึงอยู่อย่างนิรนามครบตามสัญญาแล้วกลับเข้าชิงเมือง

ผมไม่มีหลักฐานว่า “พระคนธรรพ์” ของนักดนตรีไทยคือใคร, แต่ขอเสนออย่างคร่าว ๆ ว่าท่านน่าจะชื่อ จิตรเสน, เป็นครูดนตรีของพระอรชุนในมหาภารตยุทธ์, เป็นครูที่ประสาทพรทางการร่ายรำทำเพลงและยังฝากเสน่ห์ให้นักแสดง-นักดนตรี เป็นที่รักของคนดู-คนฟัง

สรุป

พิธีกรรมและความเชื่อของนักแสดง-นักดนตรีไทยซับซ้อนมาก, ประกอบด้วยของพื้นเมือง, ของฮินดูและของพุทธ, สมควรได้รับการวิเคราะห์ให้ลึกกว่านี้ น่าเสียดายที่ผมมีความรู้เพียงผิว ๆ เผิน ๆ จึงวิเคราะห์ได้เพียงเท่านี้

ขอชวนนักคิดนักเขียนไทยอย่าได้ถือว่าเรื่องนี้เป็น “ของธรรมดา ๆ” มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ, น่าศึกษามาก, สมควรที่จะได้รับการวิเคราะห์จากคนไทยทุกคนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...