โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยจีนไขปริศนา กลไกการสร้าง ‘รังไหมสีเขียว’

Xinhua

อัพเดต 09 ก.พ. 2566 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2566 เวลา 03.24 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : รังไหมสีเขียวตามธรรมชาติที่ใช้สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ)

ฉงชิ่ง, 8 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซีหนานของจีนซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสารโมเลกูลาร์ ไบโอโลจี แอนด์ อีโวลูชัน (Molecular Biology and Evolution) เปิดเผยกลไกทางพันธุกรรมที่อยู่เบื้องหลังสีเขียวของรังไหม ซึ่งนับเป็นการค้นพบใหม่ด้านการแสดงสีทางชีวภาพ

ผลการศึกษาระบุว่าไหมบ้านผลิตรังหลากหลายสีและสดกว่าเมื่อเทียบกับไหมป่า อาทิ สีขาว สีเขียว และสีเหลือง-แดง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างโดดเด่นสำหรับการสำรวจความหลากหลายทางฟีโนไทป์และการแสดงสีทางชีวภาพ

รังไหมสีเขียวซึ่งผลิตจากการสะสมของสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) หายากกว่าสีอื่นๆ และมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน รวมถึงป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่เหนือกว่า

อย่างไรก็ดี ถงเสี่ยวหลิง นักวิจัยห้องปฏิบัติการหลักชีววิทยาจีโนมไหม สังกัดมหาวิทยาลัยฯ ระบุว่ายังไม่มีการค้นพบฐานทางพันธุกรรมของรังไหมสีเขียวอย่างสมบูรณ์

คณะนักวิจัยทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระดับจีโนม และพบกลุ่มก้อนยีนขนส่งน้ำตาลที่กำหนดการสร้างรังไหมสีเขียว นอกจากนั้นพวกเขายังวิเคราะห์กลไกการก่อตัวของสีรังไหมที่หลากหลายโดยอิงระบบพันธุกรรมรวม (pan-genome) และวิเคราะห์วิวัฒนาการของสีรังไหมจากไหมป่าสู่ไหมบ้าน

ด้านไต้ฟางอิ๋น จากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าผลการวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเพาะพันธุ์ไหมสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพสูง ทั้งสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาผลกระทบของฟลาโวนอยด์ต่อสุขภาพมนุษย์อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...