โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบกต้นทุนไม่ไหว บริษัทรถเช่ายักษ์ใหญ่ Hertz ขายทิ้งรถ EV กลับไปใช้รถน้ำมัน

TODAY

อัพเดต 12 ม.ค. 2567 เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 06.06 น. • workpointTODAY

ดูเหมือนว่ารถยนต์ไฟฟ้ากับธุรกิจให้บริการเช่ารถ กำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงว่าคุ้มค่าหรือไม่ถึงโมเดลธุรกิจรถให้เช่า ที่เป็นรถ EV เพราะแม้จะได้รถประหยัดพลังงาน แต่ยังไม่ประหยัดค่าซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จนส่งผลให้บริษัทรถเช่ายักษ์ใหญ่ต้องพิจารณาสร้างสมดุลทางรายได้อีกครั้ง

บริษัทให้เช่ารถยนต์ Hertz Global Holdings บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติสวีเดนที่มีการลงทุนไปหลายประเทศทั่วโลก แจ้งว่าจะขายรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 20,000 คัน ออกจากสต๊อกยานพาหนะของตัวเองในสหรัฐ คิดเป็น 1 ใน 3 ของรถเช่าที่บริษัทมีให้บริการในสหรัฐ เนื่องจากต้องแบกค่าใช้จ่ายสูงของรถ EV จากค่าซ่อมบำรุงโดยเฉพาะจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน และจะนำรายได้จากการขายรถ EV กลับมาซื้อรถน้ำมันแทน

หลังจาก Hertz ออกมาประกาศแผนการขายออกรถ EV ส่งผลให้หุ้นร่วงทันที 4.3 % (วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา)

การตัดสินใจของ Hertz ทำให้มองว่ารถ EV คุ้มค่าในธุรกิจรถเช่าหรือไม่ และยังตอกย้ำให้เห็นว่าความต้องการใช้รถ EV ในสหรัฐอเมริกาลดลง

โดยบริษัทบอกว่า จะมอนิเตอร์ความต้องการ EV อย่างใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจว่าบริษัทควรจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาหรือไม่ ประเด็นนี้ทำให้ประเมินกันว่าที่บริษัทเคยมีข้อตกลงจะซื้อรถ EV 175,000 คัน จาก General Motors และอีกหลายหมื่นคันจาก Polestar ก็อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น

ก่อนนี้ Hertz ตั้งเป้าหมายว่ารถให้เช่าของบริษัทจะใช้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าให้ได้ 25 % ภายในสิ้นปี 2567

Morgan Stanley ระบุว่า ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังเพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและการประหยัดพลังงาน แต่ก็ยังมีต้นทุนซ่อนเร้นอื่นๆ สำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า

Cox Automotive ผู้นำในธุรกิจซื้อขายรถยนต์ในสหรัฐ ฯ ออกมาบอกว่าราคาขายต่อมือสองของรถ EV ในสหรัฐลดลงเกือบตลอดปีที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ออกใหม่มีการปรับราคาลดลง ทั้งยังคาดการณ์ต่อว่า รถ EV มือสองจะมีราคาลดลงมากกว่าราคารถยนต์มือสองโดยรวมในปีนี้

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงข่าวสุสานรถ EV ในจีน ที่มีการรายงานภาพข่าวให้เห็นการจอดทิ้งรถ EV จำนวนมาก ซึ่งสาเหตุมาจากบริษัทรถเช่าในจีนล้มละลาย โดยก่อนหน้านี้บริษัทรถเช่าในจีนแห่กันซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในบริษัทเกินความจำเป็น จนช่วงที่มีโควิดทำให้การเดินทางหยุดชะงัก เพราะมีการล็อคดาวน์ สุดท้ายกระทบกับธุรกิจให้เช่ารถยนต์ ส่งผลให้บริษัทรถเช่าหลายแห่งในจีนประสบปัญหาทางธุรกิจและยื่นล้มละลาย ทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทเลยถูกนำมาจอดไว้เพื่อรอการพิจารณาคดีของศาล

ขณะที่พอพ้นจากโควิดรถยนต์ไฟฟ้าที่จอดทิ้งจนเป็นสุสานรถก็กลายเป็นรถตกรุ่นด้วย เพราะบริษัทรถเช่าก็ไปดำเนินการจัดซื้อรถ EV รุ่นใหม่แทนนั่นเอง

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้ชัดว่าธุรกิจให้เช่ารถยนต์คุ้มแค่ไหนกับการใช้รถ EV มาให้บริการ เพราะสถานการณ์ในจีนก็คนละสาเหตุกับกรณีของบริษัท Hertz เรื่องนี้ต้องดูกันต่อไปว่าธุรกิจรถยนต์ให้เช่ากับรถ EV จะมีจุดคุ้มทุนกันอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...