โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช้างล้นป่า ออกมาแล้วไม่ยอมกลับ ผุดไอเดีย ฉีดยาคุม เข็มละหมื่น อยู่ได้ 7 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. 2566 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 08.38 น.

ช้างล้นป่า ออกมาแล้วไม่ยอมกลับ ผุดไอเดีย ฉีดยาคุม เข็มละหมื่น อยู่ได้ 7 ปี

กรมอุทยานฯลุยฉีดวัคซีนคุมกำเนิดช้างปีนี้นำร่องป่าอ่างฤาไน หลังประชากรล้นขัดแย้งชาวบ้านหนัก พร้อมวิจัยทำหมันช้างป่าคุมประชากร รบ.เดินแผนแก้ปัญหาช้างเป็นวาระชาติ ตั้งกองทุนเยียวยาปชช.เจอ-จ่าย-จบแก้ปัญหาขัดแย้งคนช้างยืดเยื้อ เผยปี 65 มีช้างป่าตาย 43 ตัว ทำคนตาย 22 ศพ ส่วนปี 66 ช้างป่าตายแล้ว 10 ตัว ส่วนคนตายไป 12 ศพ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาช้างป่า ว่า เรื่องของช้างป่าที่เริ่มมีปัญหากระทบกระเทือนกับประชาชนเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสนใจและมีการตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง หรือคณะกรรมการช้างแห่งชาติขึ้นมา มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อจัดระเบียบทั้งในเรื่องของช้างป่าและช้างบ้าน รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้าง โดยเฉพาะช้างป่า ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการในเชิงนโยบายที่จะกำหนดมาตรการและแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร ขณะนี้มีทั้งหมด 16 กลุ่มป่าที่เกิดผลกระทบเรื่องช้าง โดยมี 5 กลุ่มป่าที่มีผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด กลุ่มป่าภูกระดึง ภูค้อ ภูกระแต ภูหลวง เป็นต้น ที่ปัจจุบันได้รับการร้องเรียนมาค่อนข้างมาก

“ทั้งประเทศมีช้างป่าอยู่ประมาณ 4 พัน ตัว ล่าสุดเลยมีประชาชนพื้นที่ ภูต้อ ภูกระแต จ.เลย ในกลุ่มป่าภูกระดึง ได้ร้องเรียนมาว่า ช้างป่า ราว 40-50 ตัว ออกจากป่ามาทำลายพื้ชไร่ โดยออกมาแล้ว ปักหลักกับที่ไม่ยอมกลับเข้าป่าไปอีก นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหาช้างล้นป่า ซึ่งเราพบว่า พื้นที่ป่าที่ช้างล้นออกมา มี 1.กลุ่มป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ระยอง สระแก้ว ชลบุรี และ จันทบุรี กลุ่มนี้มีช้างประมาณ 500 ตัว 2.กลุ่มป่า ภูเขียว 3. กลุ่มป่าน้ำหนาว 4.กลุ่มป่าภูกระดึง กลุ่มป่าเหล่านี้พบว่ามีช้างเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8%”นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ซึ่งมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.เป็นประธาน จะมีการประชุมในเร็วนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 5 เมษายน นี้ โดยจะมีการกำหนดให้การแก้ปัญหาช้างเป็นวาระแห่งชาติ มีการกำหนดแผนในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เริ่มจากในเรื่องของการปรับพื้นที่กลุ่มป่าให้มีความพร้อมในเรื่องของแหล่งน้ำและแหล่งอาหารและต่อไปหัวหน้าอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องเข้าใจในมิติของการจัดการพื้นที่เพื่อสัตว์ป่าด้วย มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำและอาหาร เพื่อไม่ให้ช้างป่าออกมานอกพื้นที่ก็ต้องเร่งดำเนินการ เป็นแผนที่ทุกหน่วยต้องรับไปปฏิบัติ และต้องเขียนแผนในการของบประมาณ

รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ในกรณีที่ช้างออกมาแล้ว ต้องมีระบบการแจ้งเตือน ควบคุม และระบบการผลักดันอย่างไร ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้พิจารณาเงินรายได้ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และสำนักอุทยานฯ ไปช่วยเหลือในการจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังและผลักดันช้าง ซึ่งในเบื้องต้น 15 ชุดในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และจะมีการปล่อยกำลังหลังการฝึกอบรมในวันที่ 16 มีนาคม นี้ ซึ่งจะเป็นหน่วยสกัดกั้นและแจ้งเตือนประชาชนก่อนที่ช้างจะออกมาทำลายพืชผลและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้จะมีการของบกลางหรืองบสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้มีชุดปฏิบัติการดังกล่าวให้ครบทั้ง 16 กลุ่มป่า ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้กว่า 100 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายต่อไป

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว จะต้องมีการเยียวยาที่เหมาะสมและยุติธรรมต่อประชาชน ได้มีการพูดคุยกันว่าเมื่อพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายแล้ว จะต้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และคุ้มค่าเป็นธรรมกับความเสียหาย โดยอาจจะต้องใช้เงินกองทุนหรือมีกฎหมายเข้ามาประกอบ ซึ่งปัจจุบันเรามองว่ากฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถจะกำหนดเงื่อนไขค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้เข้าไปได้ ถ้าเห็นชอบในหลักการเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถใช้งบกลางในการไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

นายอรรถพล กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการควบคุมประชากรช้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดที่มีประชากรช้างเกินขีดจำกัดของพื้นที่ ก็มองกันว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมประชากรช้างได้ ซึ่งมีวิธีเดียวคือเรื่องของการคุมกำเนิด โดยตอนนี้มีการศึกษาโดยสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เริ่มวิจัยว่าวัคซีนที่ฉีดไปที่ช้างแล้วสามารถทำให้ลดการกำเนิดของลูกช้าง ก็จะสามารถทำให้ลดประชากรช้างได้ อีกส่วนหนึ่งคือเป็นแนวคิดในการทำพื้นที่ควบคุมพฤติกรรมช้าง หรือเขตกักกันช้างป่า ที่ตรงไหนที่มีช้างเกเรที่ออกไปทำลายพืชผลอาสินของประชาชน เราอาจจะมีการจัดพื้นที่ตรงนี้ เช่น ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เราได้พูดคุยกันแล้วว่าจะมีการกำหนดพื้นที่ 1,000-2,000 ไร่ขึ้นไป ในการกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมช้างเพื่อลดความเสียหายต่อประชาชน

ด้านนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีช้างอาศัยในธรรมชาติ 4,013-4,422 ในพื้นที่อนุรักษ์ อุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์ฯ 91 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติบางพื้นที่ รวมพื้นที่ 5.2 หมื่น ตร.กม. โดยปี 2565 ที่ผ่านมา มีช้างป่าตาย 43 ตัว บาดเจ็บ 8 ตาย คนตาย 22 ราย บาดเจ็บ 14 ราย ส่วนปี 2566 มีช้างป่าตายแล้ว 10 ตัว บาดเจ็บ 10 ตัว คนตาย 12 คน และบาดเจ็บ 14 คน ที่ผ่านมาสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้สนับสนุนงบประมาณให้ชุดผลักดันช้างป่าในชุมชนที่มีปัญหา ปีละ 5 หมื่นบาท ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งเรื่องนี้ต้องสร้างเครือข่ายและอาศัยการมีส่วนร่วมจากชุมชนในการแก้ปัญหาร่วมกัน

นายเผด็จ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการคุมกำเนิดช้าง ขณะนี้ในส่วนของวช.ก็มีการทำวิจัยในเรื่องการทำหมันช้าง ซึ่งก็มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมอุทยานฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ยื่นขออนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนคุมกำเนิดช้าง จากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยวัคซีนคุมกำเนิดช้างดังกล่าว นำเข้าจากประเทศเยอรมันชื่อวัคซีน Spyvax ซึ่งมีการใช้แล้วในประเทศแถบแอฟริกา ราคาเข็มละประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท สามารถคุมกำเนิดได้ 7 ปี ใช้กับช้างเพศเมียที่ผ่านการมีลูกแล้ว 1 ตัวขึ้นไป เมื่อได้รับอนุญาตจะนำวัคซีนมาทดลองกับช้างบ้านในปางช้างทางภาคเหนือซึ่งได้คัดเลือกไว้แล้ว เพื่อดูในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน โดยจะนำไปฉีดนำร่องในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงสิ้นปีนี้ ทั้งนี้จะมีการพัฒนาใช้โดรนในการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดและผลักดันช้างป่าต่อไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...