จับตา “ดอยซ์แบงก์” ธนาคารรายใหญ่สุดเยอรมนี หุ้นดิ่งแรง กังวลผิดนัดชำระหนี้
ดอยซ์แบงก์ ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ได้ตกเป็นเป้าสนใจของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากเมื่อวานนี้ (24 มี.ค.2566) ราคาหุ้นของธนาคารได้ดิ่งลงทั้งในตลาดยุโรปและสหรัฐ ซึ่ง ณ เวลา 21.53 น.ตามเวลาไทย ราคาหุ้นดอยซ์แบงก์ร่วงลง 7.93% สู่ระดับ 8.88 ดอลลาร์ จากการที่ Credit Default Swap (CDS) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของดอยช์แบงก์พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี
โดยวานนี้ (24 มี.ค.) CDS ของดอยซ์แบงก์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 2.00% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 จากระดับ 1.73%
ซึ่งดอยซ์แบงก์มีสินทรัพย์ทั้งหมดราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการราว 8.8 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ล่าสุดธนาคารเปิดเผยว่ามีกำไร 6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565
นอกจากนี้ดอยซ์แบงก์ถูกจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Systemically Important Financial Institution (SIFI) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ หรืออยู่ในกลุ่ม "Too big to fail" ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เกินกว่าจะล้ม โดยภาครัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อป้องกันมิให้วิกฤตธนาคารในกลุ่มดังกล่าวลุกลามไปทั่วระบบการเงิน
นายสจวร์ต โคล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์มหภาคของ Equiti Capital กล่าว "ดอยซ์แบงก์ได้ตกเป็นเป้าสนใจเช่นเดียวกับเครดิต สวิส แม้ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างมาแล้วหลายครั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเพื่อให้ธนาคารกลับมามีสถานะที่มั่นคง แต่ความพยายามเหล่านี้ก็ไม่บรรลุผลแต่อย่างใด"
นอกจากนี้นักลงทุนแห่เทขายตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Additional Tier 1) หรือ AT1 ของดอยซ์แบงก์เช่นกัน หลังจากที่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ประกาศตัดมูลค่า AT1 ของเครดิต สวิส ลงเหลือศูนย์ ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจต่อนักลงทุนในการถือครอง AT1 ของดอยซ์แบงก์ หากธนาคารเกิดการล้มละลาย
ด้านโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกโรงป้องกันภาวะไฟลามทุ่งในแวดวงธนาคารอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวยืนยันเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2566 ว่าดอยช์แบงก์ได้ผ่านการปรับโครงสร้างแล้วและมีการปรับรูปแบบธุรกิจให้ทันสมัย
นอกจากนี้ ดอยช์แบงก์ยังเป็นธนาคารที่สามารถทำกำไรอย่างมาก นักลงทุนจึงไม่ควรคาดเดาในทางลบเกี่ยวกับอนาคตของธนาคารแห่งนี้