โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.ถนนข้าวสาร ร้องมหาดไทย ระงับคำสั่ง กทม. รื้อป้ายชื่อร้าน หวั่นเสียเอกลักษณ์จุดถ่ายภาพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 มี.ค. 2566 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 10.44 น.

ส.ถนนข้าวสาร ร้องมหาดไทย ระงับคำสั่ง กทม. รื้อป้ายชื่อร้าน หวั่นเสียเอกลักษณ์จุดถ่ายภาพ

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา สมาคมฯได้จัดทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ประสานกรุงเทพมหานครให้ชะลอการบังคับรื้อถอนป้ายและเปิดโอกาสให้สมาคมและผู้ประกอบการ เข้าพบหารือชี้แจง โดยขอให้ชะลอการบังคับรื้อถอนป้ายบริเวณถนนข้าวสาร และหาทางออกร่วมกันในการตั้งป้ายโฆษณาในถนนข้าวสาร

เพื่อชี้แจ้งถึง 1. การติดป้ายชื่อร้าน มีการทำมาเป็นเวลานานจนเป็นเอกลักษณ์ของถนนข้าวสาร ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายภาพ เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปป้ายในถนนเยาวราข ในแง่ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว ถือเป็นสัญลักษณ์ของถนนข้าวสารไปแล้ว เป็นจุดชมและนิยมมาถ่ายภาพในเวลากลางคืน

2. ป้ายดังกล่าวไม่ได้สร้างปัญหาให้ประชาชนทั่วไป ไม่ขีดขวางทางสัญจร ซึ่งสามารถปรับปรุงเงื่อนไขเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงของป้าย เช่น มีวิศวกรรับรองความแข็งแรงของป้าย ต้องมีประกันภัยคุ้มครองบุคคลภายนอก เป็นต้น เพื่อให้คงเอกลักษณ์และเป็นแลนด์มาร์คในการถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว

3. ขนาดป้ายไม่ได้ใช่ป้ายใหญ่ เพียงต้องการให้ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวได้เห็นชื่อร้าน เนื่องจากทางกทม. ได้กำหนดให้ถนนข้าวสารเป็นจุดผ่อนผันให้แผงลอยตั้งในถนนข้าวสารได้ ทำให้หน้าร้านอาคารถูกบดบัง เมื่อผ่อนผันตั้งแผงลอยก็ควรผ่อนผันตั้งป้ายแสดงชื่อร้านด้วย

4. ป้ายติดตั้งในถนนข้าวสาร ได้ถูกประเมินภาษีป้ายโฆษณาและต้องชำระภาษีมาตลอด ซึ่งบางป้ายมีการชำระภาษีไปแล้ว หากบังคับรื้อจะกระทบต่อที่ได้ชำระภาษีป้ายโฆษณาโดยถูกต้อง

“ผู้ประกอบการอยากให้อนุโลม แต่ยอมที่จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ซึ่งถนนข้าวสารมีความยาวเพียง 400 เมตร เป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยว ก็อยากให้คงเอกลักษณ์ความมีสีสันเหมือนถนนคนเดินหรืออย่างเยาวราช ที่มีป้ายมากมาย โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่มีคนนิยมออกมาถ่ายภาพของคนต่างชาติมาเยือนไทย เป็นการภาพที่ไปปรากฎทั่วโลก” นายสง่า กล่าว

นายสง่า กล่าวว่า ผู้ประกอบการวิตกว่าการรื้อป้ายจะทำให้เอกลักษณ์และความนิยมการมาท่องเที่ยวหายไป ซึ่งขณะนี้การค้าขายและการเข้ามาท่องเที่ยวในถนนข้าวสารเริ่มฟื้นตัว มีจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาแล้วถึง 80% เมื่อเทียบก่อนเกิดโควิดระบาด ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป กลุ่มเอเชียเพิ่งเริ่มเข้ามา ส่วนผู้ประกอบการบนถนนข้าวสารกลับมาเปิดแล้ว 95% และรายได้กลับมาเกือบ 70% เทียบก่อนเกิดโควิด หรือมีเงินสะพัดประมาณ 15 ล้านบาทต่อวัน อีกทั้งขณะนี้กำลังเตรียมการจัดงานฉลองสงกรานต์ในเดือนเมษายน คาดเป็นการจัดใหญ่ครบทั้งมาท่องเที่ยวและถนนเล่นราดน้ำ ถือเป็นงานใหญ่หนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวไทย และป้ายที่ออกไปตามสื่อในต่างประเทศ ก็เป็นหนึ่งในการดึงดูดด้วย

นายสง่า กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอที่จะเสนอรัฐบาลใหม่ จะเตรียม 2 เรื่อง คือ 1.เสนอให้ปัดฝุ่นพื้นที่โซนนิ่งเปิดผับ-บาร์ถึงตี 4 ที่ก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย สมาคมที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวและสถานบันเทิง ผลักดันมาตลอด ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกรุงเทพมหานคร ก็เห็นชอบในหลักการเพื่อเป็นส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นรายได้แจ้งงานรายย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจภาคกลางคืนจำนวนมาก 2. ขอฟื้นงบพัฒนาถนนข้าวสารให้กลายเป็นจุดขายภาคท่องเที่ยวที่ดีขึ้น พร้อมกับแก้ปัญหาการผูกขาดแผงลอยบนนถนนข้าวสารให้เกิดการหมุนเวียนของผู้ค้ารายใหม่ หรือ จะเรียกว่าล้างไพ่ก็ได้ เช่น ควรให้มีการจับสลากทุก 4 เดือน เพื่อให้มีแผงลอยรายใหม่และสินค้าใหม่ๆมาหมุนเวียน จากปัจจุบันมีการขายช่วงการตั้งแผงลอยและเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นๆบางแผงราคาเป็นล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...