โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แล้งทุบมันวูบ 10 ล้านตัน แห่นำเข้าแน่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ค. 2567 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 01.44 น.

คิกออฟมาตรการชะลอเก็บเกี่ยวชดเชยดอกเบี้ย 3.5% ช่วยเกษตรกร 6.5 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 3 พันล้านบาท ด้านชาวไร่ชี้ “ภัยแล้ง-ใบด่าง” ทุบผลผลิตมันวูบ 10 ล้านตัน หวั่นมันเพื่อนบ้านทะลัก 200% ด้านผู้ส่งออกอ่วมตลาดจีนชะลอซื้อ 50% หลังธุรกิจแอลกอฮอล์จีนซบ แต่ยังต้องแข่งราคาซื้อวัตถุดิบ

รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 พิจารณาเห็นชอบ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเรื่อง มาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/2567 เพื่อดูแลเกษตรกร โดยให้เกษตรกรมีเงินหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนระหว่างรอการเก็บเกี่ยว เป้าหมายเกษตรกรประมาณ 65,100 ครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ คิดเป็น 50,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 เมษายน 2568

โดยเกษตรกรสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ภายใน 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งจะเริ่มจ่ายสินเชื่อ จนถึง 31 กรกฎาคม 2567 เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันรับสินเชื่อ แต่ไม่เกิน 31 มกราคม 2568 วงเงินสินเชื่อที่ใช้ 3,255 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ย 3.5% เกษตรกรสมทบอัตรา 1%

นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวที่รัฐออกมา เป้าหมายช่วยพยุงราคาหัวมันสดที่เชื้อแป้ง 25% ไม่ให้ตกต่ำลงมา 2 บาทต่อ กก. จากราคาปัจจุบัน 3.20-3.40 บาทต่อ กก. ขณะที่ต้นทุนการเพาะปลูกอยู่ที่ 2.80 บาทต่อกิโลกรัม

“ผลผลิตในปี 2566/2567 นี้ คาดว่าจะลดลงเหลืออยู่ที่ 24 ล้านตัน จากปกติ 33-34 ล้านตัน จากภาวะภัยแล้งและโรคใบด่าง จึงส่งผลทำให้มีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น 200% จากปกตินำเข้าเฉลี่ยในฤดูการผลิต 3-4 ล้านตันต่อ 1 ฤดูการผลิต จึงต้องมีการเข้มงวดนำเข้ามันสำปะหลังให้ได้มาตรฐาน”

โดยขณะนี้การเก็บเกี่ยวผลผลิตในประเทศสู่ตลาดไปแล้ว 80% เหลือเพียง 20% ที่ยังไม่เก็บเกี่ยว และส่วนใหญ่จะเก็บไว้เพื่อเป็นท่อนพันธุ์ในการเพาะปลูกต่อไป ดังนั้น รัฐบาลจึงมีมาตรการดังกล่าวออกมา ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ส่วนระยะยาวจะมีการเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องได้คุณภาพ ไปถึงการดูแลเรื่องโรคใบด่างและขยายท่อนพันธุ์ที่มีความแข็งแรง ทนทานโรค

นายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความต้องการนำเข้ามันเส้นของจีน ปีนี้ปรับลดลง 50% จากต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ล้านตัน ลดลงมาเหลือ 2 ล้านตัน ทำให้ปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกมันเส้นได้ 1.5-1.6 ล้านตัน

โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แอลกอฮอล์ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 95.5% เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กในจีนขาดทุน จึงลดการนำเข้ามันเส้น มีเพียงเฉพาะรายใหญ่ 3-4 ราย ที่ยังคงมีการนำเข้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังต้องแข่งขันกับข้าวโพดที่ปีนี้ผลผลิตและราคาดี

“ตลาดจีนชะลอไป 50% และผู้ส่งออกมันเส้น ปัจจุบันเผชิญปัญหาต้นทุนผลผลิตสูง โดยราคามันเส้นตอนนี้ปรับขึ้นไป 7.40-7.70 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากการแข่งขันภายในประเทศที่มีการแย่งซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร เพราะปีนี้ผลผลิตลดลง 25%”

ในส่วนของการแก้ปัญหาผลผลิตลดลง สิ่งที่สำคัญคือ น้ำจะต้องมีเพียงพอในการเพาะปลูก เพราะมันสำปะหลังเป็นพืชที่ต้องการน้ำ และจะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ภาครัฐเองจะต้องให้การสนับสนุนและหาแหล่งน้ำ รวมไปถึงการแก้ปัญหาโรคใบด่างและหาท่อนพันธุ์ที่มีความแข็งแรงให้กับเกษตรกรในการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

รายงานจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรพยากรณ์การผลิตมันสำปะหลัง ปี 2566/2567 ณ เดือนมีนาคม 2567 โดยมีผลผลิตทั้งประเทศ 26.88 ล้านตัน ลดลง 3.74 ล้านตัน หรือ 12% เนื่องจากขาดแคลนท่อนพันธุ์ สภาวะอากาศร้อน แล้ง รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดโรคใบด่าง เพลี้ยไฟ และเพลี้ยแป้ง โดยผลผลิตกระจุกตัวช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 ปัจจุบันเก็บเกี่ยวแล้ว 23.50 ล้านตัน หรือ 87%

ขณะที่ราคาในประเทศ มันสำปะหลัง ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 พบว่า มันสำปะหลังเชื้อแป้งที่ 25% ราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อกิโลกรัม มันเส้นราคาอยู่ที่ 7.43 บาทต่อกิโลกรัม แป้งมันอยู่ที่ 18.85 บาทต่อกิโลกรัม

โดยราคามีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนเร่งขุดผลผลิตที่ไม่ครบอายุออกจำหน่าย ประกอบกับสภาวะอากาศร้อนจัดส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง และมีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ สำหรับราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม และแป้งมันอยู่ที่ 20.59 บาทต่อกิโลกรัม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แล้งทุบมันวูบ 10 ล้านตัน แห่นำเข้าแน่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...