โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Ryan Reynolds ต้องเข้าพบกับ Madonna เป็นการส่วนตัวเพื่อขออนุญาตใช้เพลง "Like a Prayer" ในหนัง 'Deadpool & Wolverine'

BT Beartai

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 08.59 น.
Ryan Reynolds ต้องเข้าพบกับ Madonna เป็นการส่วนตัวเพื่อขออนุญาตใช้เพลง

ใครที่เคยได้มีโอกาสชม ‘Deadpool’ (2016) และ ‘Deadpool 2’ (2018) นอกจากมุกตลกห่าม ๆ และการใส่ Easter Egg ล้อชาวบ้านแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว สิ่งที่ถือเป็นของเด็ดอีกอย่างของหนังเรื่องนี้ก็คือบรรดา Playlist ที่ Deadpool จัดมาให้ในเรื่อง ซึ่งแต่ละเพลงก็นับว่าร้ายกาจทีเดียว

และใน ‘Deadpool & Wolverine’ เองก็เช่นกัน เพราะคราวนี้พวกเขายังเลือกใช้เพลงป๊อปแดนซ์กอสเปลสุดฮิตจากปี 1989 อย่างเพลง “Like a Prayer” ของแม่มาดอนนา (Madonna) ด้วย ซึ่งในคลิป Trailer จะมีเพลงนี้ที่ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ให้ Epic กว่าเดิม

ดูเหมือนทุกอย่างจะง่าย แต่ ไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds), ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman) และผู้กำกับ ชอว์น เลวี (Shawn Levy) ได้เปิดเผยในการสัมภาษณ์ทาง SiriusXM ว่า กว่าจะได้เพลงนี้มาใช้ในหนัง พวกเขาถึงกับต้องเข้าไปขออนุญาตกับมาดอนนาเป็นการส่วนตัว

แจ็กแมน: “นายพูดถึงตอนที่ไปขออนุญาตใช้เพลง “Like a Prayer” หน่อยได้ไหม”

เลวี: “คือตอนนั้นมันเป็นตอนที่ไปเยี่ยมมาดอนนาเป็นการส่วนตัว เพื่อจะได้เอาฉากที่เราใช้เพลง “Like a Prayer” ไปให้เธอดูน่ะ”

เรย์โนลส์: “เอางี้ อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เราต้องบอกว่าทีแรกพวกเขาไม่อนุญาตให้เราใช้เพลง มาดอนนาไม่ได้อนุญาตให้ใช้เพลงของเธอ โดยเฉพาะกับเพลงนั้น การขออนุญาตใช้เพลงนี้จึงเป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่การได้ใช้เพลงนี้มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า พวกเราก็เลยเข้าไปพบกับเธอเพื่อแสดงให้เธอดูว่าเราจะใช้เพลงยังไง ใช้กับฉากไหน และใช้ทำไม”

ถึงตรงนี้ เลวีเล่าเสริมบรรยากาศและความเกร็งของพวกเขาในการเข้าพบมาดอนนา ก่อนที่เรย์โนลส์จะเล่าว่า เขาควรจะวางตัวอย่างไร เมื่อตอนที่เขาได้พบกับศิลปินเจ้าของฉายาราชินีเพลงป๊อปในตำนาน

เลวี: “ส่วนตัวผม ผมคิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการไปเข้าเฝ้าพระราชวงศ์เลยล่ะ”

เรย์โนลส์: “ผมถามกับคนที่ทำงานให้กับมาดอนนาด้วยว่า ‘ผมเรียกเธอว่ามาดอนนาเฉย ๆ ได้ไหม’ แบบประมาณว่า ‘สวัสดีครับมาดอนนา กูชื่อไรอันนะครับ ‘ไรแบบนี้…’ มันเป็นอะไรที่ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเลย”

Deadpool & Wolverine Madonna “Like a Prayer”

“Like a Prayer” เป็นซิงเกิลแรกจากสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของมาดอนนา ‘Like a Prayer’ (1989) ที่ออกโปรโมตครั้งแรกในปี 1989 เป็นเพลงแนวป๊อปแดนซ์ที่ผสมผสานกับฟังกี้และเพลงแนวกอสเปล ซึ่งมาดอนนาได้แต่งเนื้อร้องขึ้นเพื่อสื่อสารถึงความศรัทธาในพระเจ้าของเธอเอง โดยในตอนบันทึกเสียง เพลงนี้เคยได้ พรินซ์ (Prince) ศิลปินผู้ล่วงลับมาบันทึกเสียงกีตาร์โซโลเอาไว้ แต่สุดท้ายโปรดิวเซอร์ก็ตัดสินใจเอาแทร็กเสียงกีตาร์ออกไปจนเกือบหมด เพราะรู้สึกว่าเสียงกีตาร์มันดีเกินตัวเพลงไปหน่อย

นอกจากเนื้อหาที่มีการพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับศาสนาที่มีความสองแง่สองง่ามอย่างชัดแจ้ง สิ่งที่เป็นกระแสไม่แพ้กันก็คือมิวสิกวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากรรม การเหยียดสีผิว ภาพของไม้กางเขนลุกเป็นไฟ และตอนที่มาดอนนาจุมพิตกับนักบวชผิวดำในโบสถ์ ทำให้ถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นเพลงแรกที่ถูกใช้ในโฆษณาโทรทัศน์ก่อนเปิดตัวซิงเกิลทางวิทยุ เนื่องจาก Pepsi ได้เซ็นสัญญาจำนวนเงิน 5 ล้านเหรียญเพื่อดึงเอาเพลงนี้มาใช้ในโฆษณาชุด ‘Make A Wish’ แต่สุดท้ายก็ทนกระแสต่อต้าน MV ไม่ไหว ทำให้ Pepsi จำต้องถอดโฆษณาตัวนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว

เพลง “Like a Prayer” เป็นส่วนหนึ่งของ Playlist ที่จะถูกใช้ในหนัง ‘Deadpool & Wolverine’ ที่ยังคงคัดเลือกเพลงเด็ด ๆ มาใช้ในหนังเรื่องนี้อีกเพียบ ตั้งแต่ “Bye Bye Bye” ซิงเกิลป๊อปจากวงบอยแบนด์ยุค 90s *NSYNC, เพลง “I’m With You” ของ แอวริล ลาวีน (Avril Lavigne)

นอกจากนี้ก็ยังมีเพลง K-Pop สุดเท่ ทั้ง “Slash” และ “Chk Chk Boom” จากวง Stray Kids ด้วย (เพลงหลังถึงขั้นได้เรย์โนลส์กับแจ็กแมนไปร่วมแจมใน MV ด้วยอีกต่างหาก) และที่ฮาก็คือ ในเพลย์ลิสต์นี้ยังมีเพลง “The Greatest Show” เพลงประกอบภาพยนตร์ ‘The Greatest Showman’ (2017) ของคุณพี่แจ็กแมนด้วย

เรย์โนลส์เล่าต่ออีกว่า ส่วนหนึ่งที่เธอยอมอนุญาตให้นำเพลงฮิตคลาสสิกของเธอมาใช้ในหนังเรื่องนี้ เธอเล่าว่า ลูกชายของเธอก็เป็นแฟนตัวยง ‘Deadpool’ 2 ภาคแรกนั่นเอง แต่นอกจากจะให้อนุญาตแล้ว มาดอนนายังให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนำเอาเพลงฮิตมาใช้ในหนังอีกด้วย

เรย์โนลส์: “แล้วเธอก็ให้ข้อแนะนำกับเรามา มันเป็นคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ เธอดูมันจริง ๆ แล้วก็บอกพวกเราว่า ‘คุณต้องทำแบบนี้นะ แบบนี้ ๆ ในจังหวะนี้…’ แล้วพระเจ้า เธอพูดได้ตรงจุดเลย”

เลวี: “แล้วหลังจากนั้นเราก็เข้าสู่กระบวนการบันทึกเสียงใหม่ภายใน 48 ชั่วโมงเพื่อทำตามที่เธอแนะนำ เธอมีคำแนะนำอยู่ข้อหนึ่ง และมันก็ทำให้ซีเควนซ์มันดีขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ นะครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...