สิทธิตามกฎหมายแต่ละช่วงวัย! ตั้งแต่แรกเกิด - อายุ 20 ปีบริบูรณ์
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 15 วรรค 1 บัญญัติไว้ว่า “สภาพบุคคลย่อมเริ่มเมื่อคลอดและอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย ทารกในครรภ์มารดาก็สามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากว่าภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก”
เมื่อมีสถานภาพเป็นบุคคล บุคคลย่อมมีสิทธิทางกฎหมาย หากแต่สิทธิบางอย่างจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
สำหรับคอลัมน์‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วันนี้พี่จะพาไปรู้จักสิทธิตามกฎหมายแต่ละช่วงวัยเริ่มตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงอายุ 20 ปีบริบูรณ์ พร้อม Keyword ทางกฎหมายที่มักจำสับสนแล้วก็บทลงโทษเมื่อเด็กและเยาวชนกระทำความผิดด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลย!
สิทธิตามกฎหมายแต่ละช่วงวัย
แรกเกิด
• สิทธิในการได้รับหลักประกันสุขภาพ 30 บาท หรือบัตรทอง (ยกเว้นเด็กที่ได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ)
อายุ 7 ปี
- สิทธิในการทำบัตรประชาชน
อายุ 15 ปี
- สิทธิในการทำพินัยกรรมโดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้แทนโดยชอบธรรม
- สิทธิในการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
- สิทธิในการทำงานพิเศษ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 44 ระบุไว้ว่า
“ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์”
อายุ 17 - 19 ปี
สิทธิในการหมั้นโดยต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลในข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- บิดาและมารดา *ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา
- ผู้รับบุตรบุญธรรม *ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
- ผู้ปกครอง *ในกรณีที่ไม่มีบิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือบุคคลดังกล่าวถูกถอนอำนาจปกครองไปแล้ว
*หากชาย-หญิงมีอายุต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์การหมั้นถือเป็นโมฆะ
สิทธิในการสมรส โดยต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลในข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- บิดาและมารดา *ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา
- ผู้รับบุตรบุญธรรม *ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
- ผู้ปกครอง *ในกรณีที่ไม่มีบิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือบุคคลดังกล่าวถูกถอนอำนาจปกครองไปแล้ว
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1448 บัญญัติไว้ว่า
“การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว
แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร (ตั้งครรภ์) ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1456 บัญญัติไว้ว่า
“ถ้าไม่มีผู้ไม่มีอำนาจให้ความยินยอม หรือมีแต่ไม่ให้ความยินยอม
หรือไม่อยู่ในสภาพที่อาจให้ความยินยอม หรือโดยพฤติการณ์ผู้เยาว์ไม่อาจขอความยินยอมได้
ผู้เยาว์อาจต้องร้องขอต่อศาลเพื่ออนุญาตให้ทำการสมรส
*เมื่อสมรสแล้วผู้เยาว์จะพ้นภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะ
จากกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เพิ่งผ่านชั้นสภาผู้แทนราษฏร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567ส่งผลให้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อายุสำหรับบุคคลที่สามารถสมรส-หมั้นได้ โดยมีการเสนอให้พิจารณากำหนดอายุบุคคลที่สามารถสมรสและหมั้นได้ไว้ที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์แทน จากเดิมที่กำหนดอายุไว้ที่ 17 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้ผู้ที่จะทำการหมั้นและสมรส มีอายุพ้นจากความเป็นผู้เยาว์ *อัปเดตข้อมูลล่าสุด 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567
อายุ 18 ปี
- สิทธิในการเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี 2560กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ต้อง “มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง”
- สิทธิในการทำใบขับขี่จักรยานยนต์และรถยนต์
- สิทธิในการผ่าตัดแปลงเพศ (Gender Affirmation Surgery) โดยต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครองเพื่อยินยอมการผ่าตัด
อายุ 20 ปี
- เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
เงื่อนไขการบรรลุนิติภาวะของผู้เยาว์
• บรรลุนิติภาวะโดยอายุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 ระบุไว้ว่า “บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์”
• บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 20 ระบุไว้ว่า “ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448”
- สามารถซื้อ - ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ตามพระราชบัญญัติควมคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พุทธศักราช 2551 มาตรา 29 ระบุไว้ว่า
“ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์”
- เข้าสถานบริการกลางคืนได้
- ตามพระราชบัญญัติสถานบริการพุทธศักราช 2509 มาตรา 16 ระบุไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการรับผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์เข้าทำงานในสถานบริการ”
- มาตรา 16 วรรค 1 ระบุไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปะละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ”
• สิทธิในการทำนิติกรรม
นิติกรรมคือ การกระทำของบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมายและมุ่งผลต่อในกฎหมายที่จะเกิดขึ้น เพื่อการก่อสิทธิ เปลี่ยนแปลงสิทธิ โอนสิทธิ สงวนสิทธิ และระงับสิทธิ เช่น สัญญากู้เงิน สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างแรงงาน สัญญาให้ และพินัยกรรม เป็นต้น
Keyword สำคัญที่มักสับสน
เด็กหมายถึง บุคคลที่มีอายุยังไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์
เยาวชนคือ บุคคลที่มีอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
ผู้เยาว์คือ บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและถูกจำกัดสิทธิบางประการเนื่องจากอ่อนอายุ สติปัญญา ความคิด และร่างกาย และผู้เยาวน์ไม่สามารถทำนิติกรรมได้ตามลำพัง
โมฆะคือ นิติกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานตั้งแต่แรก ซึ่งจะไม่มีผลทางกฎหมาย
โมฆียะคือ นิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้างเช่น นิติกรรมที่ผู้เยาวน์กระทำโดยไม่ได้รับการยินยอนจากผู้แทนโดยชอบธรรม เมื่อมีการบอกล้างแล้ว โมฆียะกรรมจะกลายเป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยบทลงโทษต่อเด็กและเยาวชนเมื่อกระทำความผิด
โทษของเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี
มาตรา 73 ระบุไว้ว่า “เด็กอายุยังไม่เกินสิบปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ”
โทษของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
มาตรา 74ระบุไว้ว่า “เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสิบห้าปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
• ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้
• ถ้าศาลเห็นว่าบิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวังเด็กนั้นให้ไม่ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปี และจะกำหนดเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา ผู้ปกครองต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาท
• ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ด้วย ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อควบคุมความประพฤติเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 ด้วยก็ได้
• หากเด็กนั้นไม่ได้อาศัยอยู่กับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองหรือมีแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้กับบุคลหรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรม สั่งสอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
โทษของเด็กอายุ 15 - 18 ปี
มาตรา 75 ระบุว่า “เด็กอายุสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้นในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ให้จัดการตามมาตรา 74”
โทษของเด็กอายุ 18 - 20 ปี
มาตรา 76ระบุว่า “ผู้ใดอายุสิบแปดปี แต่ไม่เกินยี่สิบปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ต้องรับโทษทางอาญาเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ศาลอาจมีการลดโทษลง 1 ใน 3 หรือกึ่งหนึ่งก็ได้”
รู้เรื่องสิทธิตามกฎหมายของแต่ละช่วยวัยกันไปแล้ว มาลองทดสอบความรู้ ความเข้าใจเรื่องนี้ กับข้อสอบ A-Level วิชาสังคมศึกษา ปี 2566กันค่ะ
ผู้เยาว์สามารถทำพินัยกรรมได้ตามกฎหมายเมื่ออายุเท่าใด
1.10 ปีบริบูรณ์
2.12 ปีบริบูรณ์
3.13 ปีบริบูรณ์
4.14 ปีบริบูรณ์
5.15 ปีบริบูรณ์
น้องๆ คิดว่าคำตอบข้อไหนถูกต้องคะ แอบกระซิบว่ามีอยู่ในเนื้อหาด้านบนแน่นอน ถ้ารู้แล้วมาคอมเมนต์คำตอบกันด้านล่างได้เลย!
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่ออกสอบ’ บทความต่อไปจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามด้วยนะคะ