ความเป็น “มืออาชีพ”
ความเป็นจริงในวันนี้ ก็คือคนที่ทำอะไรแบบ “มืออาชีพ” เท่านั้น จึงจะอยู่รอดปลอดภัย และสำเร็จได้อย่างยั่งยืนยาวนาน
“ความเป็นมืออาชีพ” จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเราทุกคน (ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม)
“มืออาชีพ” ในที่นี้หมายถึง การมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีความชำนาญยิ่งในวิชาชีพของตน (ในงานที่ตนทำอยู่) จนปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานและบรรลุเป้าหมายอย่างถูกต้องครบถ้วน
มืออาชีพจึงเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ทำอะไรก็ตั้งใจทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลงานที่สม่ำเสมอและที่ดีที่สุด
พูดง่ายๆว่า เราทุกคนจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็น“มืออาชีพ”ในทุกบทบาททุกหน้าที่และทุกตำแหน่งที่ทำอยู่ให้ได้ คือ เราสามารถทำงานบรรลุเป้าหมาย (ได้ผลลัพธ์ หรือ ผลงาน) ตามที่ระบุไว้ใน “ใบพรรณาคุณลักษณะงาน” (Job Deseription : JD) ของตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ ซึ่งทำให้หัวหน้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องพึงพอใจ (จนถึงขั้นประทับใจ) เพราะเราทำได้ตามที่องค์กรและผู้บริหารคาดหวังไว้
ความเป็นมืออาชีพเท่านั้น จึงสามารถทำได้ตามความคาดหวังของลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทอดไข่เจียวหมูสับหรือผัดกระเพราได้รสชาติเหมือนกันทุกครั้งทำงานเสร็จตามเวลาทำงานได้คุณภาพเหมือนเดิม ทำงานผิดพลาดน้อย จนหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาไม่ผิดหวังและเชื่อถือไว้วางใจ ลูกค้าก็เชื่อมั่นในตัวสินค้าหรือบริการที่เราทำ โอกาสเป็น “ลูกค้าประจำ” ขององค์กรเราก็มีมากขึ้น เป็นต้น
ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าทอดไข่เจียวแล้วรสชาติไม่เหมือนกันเลยสักครั้งเดียว จะมีใครเป็นลูกค้าประจำของเราไหม เพราะที่เราติดใจร้านอาหารหนึ่งๆ ก็เพราะแม่ครัวทำอาหารมีรสชาติเหมือนกันทุกครั้ง (หรือรสชาติใกล้เคียงเดิม) คือ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่ารสชาติอาหารจะอร่อยเหมือนเดิม ลูกค้าก็จะอุดหนุนเป็นขาประจำ
คนที่เป็น“มืออาชีพ”จึงมีโอกาสก้าวหน้าและประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ปฏิบัติงานทั่วๆ ไปหรือพวก “มือสมัครเล่น” ดังนั้น การจะเป็น “มืออาชีพ” ได้ ก็ต้องลงทุนลงแรง ศึกษาเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญติดตัว
เราจึงได้ยินเสมอๆ ว่า นักกอล์ฟมืออาชีพ นักแสดงมืออาชีพ นักพูดตัวยง นักเขียนมือโปร เป็นต้น
แต่นี้ไปเราจึงต้องพัฒนา“ความรู้”“ทักษะ”และ“ความสามารถ”ต่างๆที่จำเป็นเพื่อเป็น“พื้นฐานที่แข็งแกร่ง” รองรับความเป็นมืออาชีพของเรา ตัวอย่างเช่น
1. รู้จริงในสิ่งที่ทำ คือ มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทำอยู่ ในตำแหน่งที่เป็นอยู่ ในบทบาทและภาระกิจที่รับผิดชอบอยู่ รวมถึงการรู้จริงในธุรกิจอุตสาหกรรมที่เราประกอบกิจการอยู่ (การรู้จริงในเรื่องที่ทำอยู่ ทำให้เรารู้จุดแข็งจุดอ่อน รู้ปัจจัยแห่งความสำเร็จ รู้ขั้นตอนงาน ฯลฯ จึงสามารถปรับปรุงงานได้ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้)
2.การบริหารจัดการ “เวลา” อย่างมีประสิทธิภาพ
3.การเพิ่มผลิตภาพ (ทำน้อยได้มาก)
4.การคิดเชิงวิเคราะห์
5.การทำงานเป็นทีม
6.ความเป็นผู้นำ และ เรื่องอื่นๆ ที่จะทำให้เราก้าวสู่ความเป็น “มืออาชีพ”
ในยุคที่ทุกอย่างมีการแข่งขันกันสูงเช่นทุกวันนี้ เราจะต้องพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ให้เร็วขึ้นและมากขึ้นด้วยพร้อมทั้งการลงมือทำจริงเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จนทำได้ผลลัพธ์ที่ทำให้ผู้คนมั่นใจและเชื่อถือผลงานของเราได้ตลอดไป ในฐานะ “มืออาชีพ” หรือ “มือโปร” เพื่อเราจะได้มี “อนาคตที่ยั่งยืน” ต่อไป ครับผม !