โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเป็น “มืออาชีพ”

The Better

อัพเดต 28 ส.ค. 2566 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2566 เวลา 02.02 น. • THE BETTER
คอลัมน์ 'Growth and Sustainability”' โดย 'วิฑูรย์  สิมะโชคดี'

ความเป็นจริงในวันนี้ ก็คือคนที่ทำอะไรแบบ “มืออาชีพ” เท่านั้น จึงจะอยู่รอดปลอดภัย และสำเร็จได้อย่างยั่งยืนยาวนาน

“ความเป็นมืออาชีพ” จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเราทุกคน (ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม)

“มืออาชีพ” ในที่นี้หมายถึง การมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีความชำนาญยิ่งในวิชาชีพของตน (ในงานที่ตนทำอยู่) จนปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานและบรรลุเป้าหมายอย่างถูกต้องครบถ้วน

มืออาชีพจึงเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ทำอะไรก็ตั้งใจทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลงานที่สม่ำเสมอและที่ดีที่สุด

พูดง่ายๆว่า เราทุกคนจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็น“มืออาชีพ”ในทุกบทบาททุกหน้าที่และทุกตำแหน่งที่ทำอยู่ให้ได้ คือ เราสามารถทำงานบรรลุเป้าหมาย (ได้ผลลัพธ์ หรือ ผลงาน) ตามที่ระบุไว้ใน “ใบพรรณาคุณลักษณะงาน” (Job Deseription : JD) ของตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ ซึ่งทำให้หัวหน้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องพึงพอใจ (จนถึงขั้นประทับใจ) เพราะเราทำได้ตามที่องค์กรและผู้บริหารคาดหวังไว้

ความเป็นมืออาชีพเท่านั้น จึงสามารถทำได้ตามความคาดหวังของลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทอดไข่เจียวหมูสับหรือผัดกระเพราได้รสชาติเหมือนกันทุกครั้งทำงานเสร็จตามเวลาทำงานได้คุณภาพเหมือนเดิม ทำงานผิดพลาดน้อย จนหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาไม่ผิดหวังและเชื่อถือไว้วางใจ ลูกค้าก็เชื่อมั่นในตัวสินค้าหรือบริการที่เราทำ โอกาสเป็น “ลูกค้าประจำ” ขององค์กรเราก็มีมากขึ้น เป็นต้น

ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าทอดไข่เจียวแล้วรสชาติไม่เหมือนกันเลยสักครั้งเดียว จะมีใครเป็นลูกค้าประจำของเราไหม เพราะที่เราติดใจร้านอาหารหนึ่งๆ ก็เพราะแม่ครัวทำอาหารมีรสชาติเหมือนกันทุกครั้ง (หรือรสชาติใกล้เคียงเดิม) คือ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่ารสชาติอาหารจะอร่อยเหมือนเดิม ลูกค้าก็จะอุดหนุนเป็นขาประจำ

คนที่เป็น“มืออาชีพ”จึงมีโอกาสก้าวหน้าและประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ปฏิบัติงานทั่วๆ ไปหรือพวก “มือสมัครเล่น” ดังนั้น การจะเป็น “มืออาชีพ” ได้ ก็ต้องลงทุนลงแรง ศึกษาเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญติดตัว

เราจึงได้ยินเสมอๆ ว่า นักกอล์ฟมืออาชีพ นักแสดงมืออาชีพ นักพูดตัวยง นักเขียนมือโปร เป็นต้น

แต่นี้ไปเราจึงต้องพัฒนา“ความรู้”“ทักษะ”และ“ความสามารถ”ต่างๆที่จำเป็นเพื่อเป็น“พื้นฐานที่แข็งแกร่ง” รองรับความเป็นมืออาชีพของเรา ตัวอย่างเช่น

1. รู้จริงในสิ่งที่ทำ คือ มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทำอยู่ ในตำแหน่งที่เป็นอยู่ ในบทบาทและภาระกิจที่รับผิดชอบอยู่ รวมถึงการรู้จริงในธุรกิจอุตสาหกรรมที่เราประกอบกิจการอยู่ (การรู้จริงในเรื่องที่ทำอยู่ ทำให้เรารู้จุดแข็งจุดอ่อน รู้ปัจจัยแห่งความสำเร็จ รู้ขั้นตอนงาน ฯลฯ จึงสามารถปรับปรุงงานได้ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้)

2.การบริหารจัดการ “เวลา” อย่างมีประสิทธิภาพ

3.การเพิ่มผลิตภาพ (ทำน้อยได้มาก)

4.การคิดเชิงวิเคราะห์

5.การทำงานเป็นทีม

6.ความเป็นผู้นำ และ เรื่องอื่นๆ ที่จะทำให้เราก้าวสู่ความเป็น “มืออาชีพ”

ในยุคที่ทุกอย่างมีการแข่งขันกันสูงเช่นทุกวันนี้ เราจะต้องพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ให้เร็วขึ้นและมากขึ้นด้วยพร้อมทั้งการลงมือทำจริงเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จนทำได้ผลลัพธ์ที่ทำให้ผู้คนมั่นใจและเชื่อถือผลงานของเราได้ตลอดไป ในฐานะ “มืออาชีพ” หรือ “มือโปร” เพื่อเราจะได้มี “อนาคตที่ยั่งยืน” ต่อไป ครับผม !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...