'แพรรี่' เปิดใจสาเหตุโบกมือลาวงการบันเทิง กลับไปดูแลแม่ ต้องให้ยาแรงขึ้น ไม่กลืนน้ำลายตัวเอง
'แพรรี่' เปิดใจสาเหตุโบกมือลาวงการบันเทิง รู้สึกอิ่มตัว ขอกลับไปดูแลแม่ ต้องให้ยาแรงขึ้น ยันไม่กลืนน้ำลายตัวเอง
ตัดสินใจประกาศลาหน้าจอ และขอไปทำตามความฝันที่สัญญากับตัวเองไว้ สำหรับ ‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ พิธีกรคนดัง ที่ประกาศเตรียมลาวงการบันเทิง กลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านจังหวัดจันทบุรี
ล่าสุด วันที่ 27 ก.ย.66 แพรรี่ เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังถ่ายรายการ “ทัวร์มาลง” ที่ช่องโมโน 29 ถนนชัยพฤกษ์ ถึงสาเหตุการประกาศยุติงานวงการบันเทิง สร้างความตกใจให้กับแฟนๆ ที่ติดตามกันมาอย่างยาวนาน
ยืนยันอีกทีว่าออกจากวงการแน่นอนสิ้นปี?
“ตามที่แจ้งไว้ จริงๆ ที่โพสต์เราอยากส่งข่าวให้กับคนที่เขาติดตามเรา โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโซเชียลว่า ตอนนี้เรามีแพลนจะที่จะยุติบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรแล้วนะ ถ้าไม่ได้เห็นก็ไม่ต้องแปลกใจ (งานหน้าจอทั้งหมด?) ใช่ค่ะ รายการที่ทำทั้งหมดเลย หน้าจอทีวี ยูทูบด้วยที่เป็นรายการประจำอยู่ด้วย”
ย้อนกลับไปใช้เวลาตัดสินใจนานไหม?
“ไม่นานค่ะ แค่รอช่วงจังหวะที่มีบางรายการครบซีซั่นแล้วก็จะขอยุติไม่ทำต่อ มี 2 รายการที่ครบซีซั่น หนูก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เป็นจังหวะพอดีที่ควรจะส่งข่าวให้แฟนๆ ได้รู้ได้แล้ว”
สาเหตุหลักที่รู้สึกว่าพอแค่นี้คืออะไร?
“ก็ตกลงกับตัวเองมาตั้งแต่ต้นแล้วตอนตัดสินใจมาทำงาน ตอนแรกไม่คิดว่าจะอยู่ยาวขนาดนี้ด้วยซ้ำ คิดอยู่แค่ครึ่งปี ถ้าหมดกระแสแล้วคงจะได้ไป แต่ปรากฏว่ามันลากยาวมาแล้วมันมีหลายเรื่อง เหมือนสัญญากับตัวเองแล้วมันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแล้วไม่ได้ทำแล้วถ้ายังอยู่มันจะไม่ได้ทำเลยต้องรีบตัดสินใจเลยว่ายุติดีกว่า”
การออกจากวงการนี้ถือว่าถาวรเลยไหม?
“น่าจะถาวรนะคะ หมายถึงว่าถ้าเป็นงานประจำคงจะได้ไม่เห็นหนูในบทบาทงานช่องที่หนูรับประจำแล้ว แต่ถามว่าจะไม่เห็นเลยคงไม่ใช่ ถ้ามันมีประเด็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องทางศาสนาหรือรายการโทรมาให้ช่วยพูดเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นประเด็นหนูอาจจะรับเชิญในฐานะคนออกมาให้ความคิดเห็น ในเวอร์ชั่นแขกรับเชิญ”
แต่การเป็นแขกรับเชิญหรือให้ความรู้ก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว?
“ใช่ค่ะ หนูก็ยืนยันอีกครั้งว่าการยุติบทบาทของหนูคือการยุติหน้าที่ประจำ หมายถึงงานที่ทำประจำแล้วมีสัญญากับช่องอะไรแบบนี้ไม่ทำ”
แต่การไปออกรายการพูดถึงเรื่องปัญหาหรือศาสนาก็ยังทำ?
“ยังทำ ก็อาจจะเจอหนู ไม่ต้องเป็นรายการทีวีนะคะในโซเชียลในติ๊กต็อกช่องทางของหนูก็ยังเจอหนูอยู่ (ไม่รวมหนังหรือละคร?) คงไม่มีเวลามารับเล่นให้เขาหรอก (หัวเราะ)”
ทำไมถึงลดเวลาในวงการบันเทิงลงขนาดนั้น?
“ที่หนูโพสต์ไปคนก็จะมาบอกว่า เร็วไปหรือเสียดาย แต่สำหรับหนูรู้สึกว่ามันเยอะแล้วพอ สำหรับหนูในจุดที่พอกับตัวเอง”
หลายคนมองว่าทำไมเราถึงยอมทิ้งรายได้มหาศาลเพื่อกลับไปบ้านเกิด?
“ด้วยตัวหนูความที่หนูกลับไปบ้านครั้งหนึ่งแล้วช่วงนั้นหนูก็ไปอยู่ที่บ้านแล้วคิดเหมือนกันว่าถ้าอยู่บ้านคงไม่สามารถทำรายได้ได้ แต่ในความเป็นจริงคือตอนนั้นต่อให้หนูกลับไปบ้านหนูก็มีช่องทางให้ทำมาหากินได้ หนูรู้สึกแบบนั้นไม่ได้หมายความว่าหนูออกจากวงการแล้วเสียรายได้ไปเลย ถ้ามองแบบคนข้างนอกเขาก็จะมองว่ามันไม่ได้สบายเหมือนในวงการ แต่จริงๆ หนูคิดว่าหนูทำได้ถ้างานข้างนอกอาจจะยากขึ้นหรือหน้าที่อาจจะเยอะขึ้น เช่น การเป็นแม่ค้ามันเป็นเรื่องจุกจิก แต่อย่างน้อยหนูก็มีรายได้ค่ะ”
ก้อนเงินที่มากกว่าแล้วทำอาชีพอื่นเสียดายไหม?
“มันพอแล้วค่ะ หนูไม่รู้จะเอาเงินไปทำไมนักหนา (แสดงว่าเรารวยแล้ว?) ไม่รู้สิ (ยิ้ม) สำหรับหนูหนูคิดว่าพอแล้วดีกว่าอาจจะไม่รวยแต่พอแล้ว มีเงินก้อนหนึ่งที่คิดว่ากลับไปเลี้ยงดูพ่อแม่ได้แล้วนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ก้อนหนึ่งที่พอแล้วค่ะ”
แต่ 1 ปีมันเร็วเกินไปไหมที่จะหารายได้เพิ่มอีก?
“ไม่เสียดายค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่ามันเยอะอ่ะ เมื่อตัวหนูเองมองแล้วให้คำตอบกับตัวเองว่า เฮ้ย อันนี้มันเยอะแล้วนะมันมาก มันไกลเกินความฝันที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะมาอยู่ตรงจุดนี้ด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นไม่รู้สึกว่ามันน้อยหรือน่าเสียดายอะไร เพราะตัดสินใจแล้วค่ะและมีการวางแผนการดำเนินชีวิตของตัวเองเรียบร้อยแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง ไม่ใช่อยู่ๆคิดจะไปก็ไปเลยไม่ใช่ ถ้าแบบนั้นหนูจะเสียดายแต่ว่าหนูมีสเต็ปที่จะจัดการตัวเองหลังจากหนูจะมูฟจากจุดนี้”
ณ วันนี้เราตัดสินใจแล้วถ้าสมมติครึ่งปีเราอยากกลับเข้ามามันจะมีกระแสตีกลับนะ?
“หนูว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าหนูตัดสินใจโพสต์แล้วนั้นคือหนูต้องมั่นใจแล้ว อย่างแฟนเพจหนูคนติดตาม 3 ล้านอยู่ดีๆ หนูจะมาพูดเหมือนคนปรับอะไรไปเรื่อยหนูคงไม่ทำแบบนั้น อย่างตอนสึกมาคนก็คิดว่าเดี๋ยวคงกลับไปบวช หนูไม่เอาชีวิตเป็นเรื่องล้อเล่นแบบนั้นค่ะ”
เรียกว่าเราไม่กลืนน้ำลายตัวเองแน่นอน?
“ใช่ค่ะ หนูไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนั้น”
คนที่จับตามองและจับผิดเราอยากฝากอะไรถึงเขาไหม?
“ก็ปล่อยให้เขาจับผิดแหละ (หัวเราะ) อย่างมีคนไม่เชื่อหนูบอกว่าการที่หนูเอามาพูดแบบนี้เป็นคอนเทนต์ ก็แล้วแต่เขาแต่หนูเชื่อมันว่าถ้าหนูพูดอะไรแล้วทำแบบนั้นสิ่งที่คนอื่นพูดมันก็ไม่เข้าหนูมันก็ไปเข้าคนที่เขาพูดเอง เพราะหนูไม่ได้เป็นแบบที่เขาพูด”
ถ้ามองอีกมุมคือเราลงตอนที่เป็น แพรรี่ ไพรวัลย์ ดีกว่า?
“จริงๆ สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากวิธีคิดแบบนี้ มันมาถึงจุดนี้มันพอกับหนูและเป็นสัญญาที่เคยพูดกับตัวเองว่า 1 ปีแล้วจะทำอะไร หนูก็มีเรื่องแม่เรื่องครอบครัวหนูที่ต้องไปจัดการ เรื่องแม่ก็เป็นเหตุผลหลัก เพราะตอนสึกมาหนูก็พูดว่าจะมาดูแลแม่ แต่ถามว่าทำงานในวงการดูแลแม่ได้ แต่มันเป็นการดูแลด้วยการเอาเงินไปให้แล้วแม่ก็รักษาตัวแต่ตัวเราไม่ได้อยู่กับแม่ (เหตุผลแรกคือแม่?) ด้วยค่ะ เพราะโรคที่เป็นอยู่แม่ให้ยาแรงขึ้นเราก็ไม่รู้ว่าอาการที่แม่เป็นอยู่ตอนนี้มันจะไปในทิศทางใด”
อยากไปใช้เวลากับแม่?
“ใช่ แล้วก็ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองสามารถมีรายได้ สรุปง่ายๆ หนูมาอยู่ในจุดที่สามารถทำได้ อยู่กับครอบครัวและสร้างรายได้มีงานทำด้วย”
แบบนี้คืออิ่มตัวไหม?
“ไม่ได้อิ่มตัวกับวงการบันเทิง อิ่มตัวกับตัวเองมั้งคะ (ยิ้ม) รู้สึก 1 ปี หนูตื่นเช้ามาแต่งหน้าทุกวัน ลากยาวมา”
แล้วไม่ชอบความสวยในทุกๆ วันเหรอ?
“ทุกคนก็ชอบความสวยแต่ความสวยมันแลกมาด้วย บางทีมันเหนื่อยนะคะทำงานแต่งหน้าออกไปทุกวันกลับมาอาบน้ำเช็ดหน้าบางทีเป็นชั่วโมงแล้ว หนูเป็นพระอยู่ในกุฏิแคบๆ แล้วสึกออกมาหนูยังมีชีวิตแบบเดิมก็คือไปทำงานเสร็จแล้วกลับมา บางทีถามตัวเองว่าต้องการชีวิตแบบนี้จริงๆ เหรอ”
เบื่อที่ต้องแต่งหน้าแต่งตัวสวยทุกวัน?
“อาจจะซ้ำๆ ด้วยแล้วทำให้รู้สึกว่านี่คือจุดอิ่มตัว แล้วเราอยากไปทำอะไรอย่างอื่น”
เกิดขึ้นเมื่อไรความรู้สึกนี้?
“ก็สักพักแล้วค่ะ (ตอนสึกใหม่ๆ คือสนุกกับมันอยู่?) มันก็ไม่เชิงสนุก พอเราได้ทำงานมันมีประสบการณ์อย่างอื่นด้วยที่เราได้เรียนรู้ทำให้รู้สึกว่าเรายังอยากเรียนรู้แต่พอมาถึงจุดนึงก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยนิดนึง”
ถ้าเป็นนักมวยเขาแขวนนวม เราจะแขวนวิกเหรอ?
“ได้ค่ะ (ยิ้ม) จะบอกว่าแขวนวิกแขวนชุดไป”
ต่อไปคือจะไม่ได้เห็นเราแต่งสวยแล้ว?
“อาจจะไม่ได้เห็น คือต่อให้หนูไม่ได้ทำประจำในวงการแล้วหนูกลับบ้าน ถ้ามันยังมีงานลูกค้าหนูก็อยู่ในบทบาทฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์หนูก็ยังต้องแต่งตัวแบบนี้อยู่ หรืองานบรรยายที่มีอยู่ตอนนี้เรื่อยๆ ถ้าหนูรับเชิญไปหนูก็ต้องแต่งลุกส์นี้คนก็ยังได้เห็นอยู่ค่ะ”
ถ้าไปหาที่คาเฟ่ก็จะไม่ได้เห็นเราลุกส์นี้แล้ว?
“ไม่เห็นแน่นอนค่ะถ้าไปที่บ้านหนูก็จะอยู่ลุกส์ธรรมดา”
หลังจากนี้คือคำจำกัดความของเราคืออินฟลูเอ็นเซอร์ไม่ใช่บันเทิงแล้ว?
“อาจจะต้องพูดแบบนั้น อินฟลูฯเป็นหรือเปล่าไม่รู้ (หัวเราะ)”
วิกและชุดจะเอาไปทำอะไร?
“ถ้าชุดสามารถเอาไปขายมือสองได้ แต่วิกเอาไปทำอะไรไม่ได้ค่ะ ต้องทิ้งเพราะใช้ไปสัก 5-6 ครั้งมันจะเริ่มจัดทรงยากแล้ว ชุดไลฟ์ขายราคาครึ่งต่อครึ่ง ใช้แค่ครั้ง 2 ครั้ง ชุดใหม่เลย”
เพราะการที่เราเป็นพระมาทำให้ปลงทุกอย่างไหม?
“ทำให้เรารู้สึกไม่อาลัยอาวรณ์กับอะไรมากแล้วรู้สึกว่าชีวิตเป็นอะไรก็ได้จะมีความรู้สึกไม่ยึดติดกับภาพเป็นแพรรี่ต้องเป็นแบบนี้และต้องเป็นไปต่อให้สูงๆ เพราะเราเคยเป็นพระกลับสู่ความเป็นฆราวาส ถ้าในมุมมองคนอื่นคือสูงสุดคืนสู่สามัญแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่รู้สึกว่าต้องเสียต้องทิ้งไปมากกว่านี้แล้ว”
เพราะคอมเมนต์ลบๆ ทำให้รู้สึกว่าฉันไปอยู่ที่ของฉันดีกว่า?
“หนีไม่ได้หรอกค่ะ เราอยู่ตรงไหนถ้าตราบใดยังมีชีวิตอยู่มุดถ้ำยังไงก็หนีคำครหาไม่ได้หรอกค่ะ”
เรียกว่าผลกระทบรอบข้างไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจ?
“ไม่มีเลย หนูตัดสินใจเอง ยิ่งถ้าหนูไม่ได้ตัดสินใจแล้วมีคนมาว่า บลูลี่ ใช้คำลบๆ หนูจะยิ่งทำงานเยอะขึ้นด้วยซ้ำ แต่นี่เราตัดสินใจเองอยู่แล้วไม่ได้มีคนมาทำให้เรารู้สึกอยากหนีไปไหน”
กับแฟนเขาต้องไปกับเราไหม?
“เขารู้มาสักพักแล้วนะคะ ตั้งแต่ตอนคบใหม่ๆ หนูเคยบอกแพลนว่ามีโครงการทำคาเฟ่นะ เขาก็รู้หนูซื้อที่ วันหนึ่งถ้าเรียนจบแล้วเขาไม่ได้ทำงานในวงการมาอยู่ด้วยกันมาช่วยกันทำธุรกิจไหม เขาก็บอกเดี๋ยวไปเป็นบาริสต้าให้ เขารู้ค่ะ (ก็ยังโอเค?) ยังโอเคอยู่ ไม่ได้มีปัญหา”
แต่งงาน?
“ต้องไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอค่ะ ถามว่ามีปัญหาไหมด้วยความห่างกันมันก็ต้องมีช่องว่าง ช่องว่างมันจะเยอะหน่อย ขึ้นอยู่กับเราและเขาที่จะหาโอกาส 1-2 อาทิตย์มาเจอกันครั้งนึง เราเองก็ขับรถไปบุรีรัมย์บ่อย ต่อให้ไม่มีงานที่บุรีรัมย์ แต่มีงานโซนภาคอีสานเราก็จะไป บุรีรัมย์ไม่ใช่ก็แค่ปากซอยนะคะ ก็ 5 ชั่วโมงกว่าอยู่ เมื่อยก้น”
เขาอยากเป็นที่รู้จักมากขึ้น?
“ถ้าเขาอยากทำเราไม่ติดเลย หรือถ้ามีผู้ใหญ่เห็นศักยภาพเขายินดีมากๆ ที่เขาจะมาอยู่ตรงจุดนี้ เขาไม่ได้บอกนะว่าเขาอยากทำ เขาเองไม่ได้รู้สึกเสียดายหรือว่าห้ามเรา”
สายเปย์ เจ้าแม่บุญทุ่ม ซื้อไอโฟนให้ชาย?
“ไม่ใช่เงินเรานะ อยู่ดีๆ เราจะเอาเงิน 50,000 บาทไปให้ผู้ชาย มันก็ดูตลกไปนะ เราไม่ใช่คนแบบนั้น คือเขาทำงานแล้วเขาเอาเงินมาฝากไว้แล้วเขาไม่เคยเบิกเลย ไลฟ์สดด้วยกัน รับงานด้วยกันแล้วเขาบอกว่าพี่แพรรี่ฝากไว้ก่อน เพราะโทรศัพท์ที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ไอโฟน 13 ข้างหลังกล้องมันแตก เขาบอกเดี๋ยวรอ 15 ออกเขาจะซื้อ ก็เลยฝากเงินไว้ที่เรา เราเป็นคนไปซื้อให้แหละแต่เป็นเงินของเขา ไม่ได้เปย์ 100% เลยค่ะ ก็คือเป็นคนไปซื้อให้จริงๆ แต่เป็นเงินเขา เขาฝากเราไปซื้อ เพิ่งจะเคลียร์บิลกันไป เพราะทำงานด้วยกันเขาไม่เคยเบิกนานมากแล้ว เงินเขาอยู่ที่เราแสนกว่าบาท เขาเบิกเงินไปซื้อไอโฟน เขาก็ยังเหลือเงินอีกก้อนหนึ่ง เขาจะเก็บไว้จ่ายค่าเทอมให้น้องเขา เงินเขาก็คือเงินเขา เงินเราก็คือเงินเรา”
ยืนยันไม่ได้เปย์?
“ไม่มีเปย์ บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าเปย์งานไม่เปย์เงิน อยากได้เงิน มาทำงานแล้วจะเก็บเงินไว้ให้ เงินเธออยากจะซื้ออะไรก็แล้วแต่”
เขามีความคิดเห็นยังไงกับการที่เราจะกลับไปอยู่บ้าน?
“เขาก็รับได้ในสิ่งที่เราจะไปทำนะคะ ถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดก็คือเขาพร้อมที่จะมาช่วยดูแลกิจการที่เราจะทำ อย่างคาเฟ่ ก็รู้สึกดีใจถ้ามันเป็นอย่างนั้นแล้วเขามาช่วยทำจริงๆ อยู่กับเราเราสามารถหางานให้เขาทำได้”
อาการของแม่ จากนี้มีกระบวนการรักษายังไงต่อ?
“ยามุ่งเป้า เป็นชื่อยาภาษามะเร็ง ต้องใช้ยามุ่งเป้าเป็นยาที่มันไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรง สุขภาพแม่จะไม่แย่ ตอนนี้กระบวนการรักษาก็ให้ไปครบ 6 เข็มแล้ว จากนี้ก็ไปสแกนดูว่าก้อนเนื้อมะเร็งที่เป็นมันยุบมากน้อยแค่ไหน ค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูงมาก ก็คิดว่าเราสามารถรักษาแม่เราได้อย่างดีอีกหลายปี”
แม่ว่าไงบ้างที่เราจะกลับบ้าน?
“ยังไม่ได้คุยกันตรงๆ อีกหนึ่งสาเหตุที่เรากลับไปเพราะที่กลับไปบ้านครั้งที่แล้ว ได้ยินแม่เปรยๆ กับป้าว่าเขารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่ลูกเขากลับมาบ้าน มาเล่น มาอยู่กับเขา แต่เขาเข้าใจว่าลูกต้องกลับไปทำงานหาเงิน ก็เลยอยากจะกลับไปอยู่บ้าน เป็นเหตุผลหลักๆ เลย ไม่อย่างนั้นเราก็จะรู้สึกติดค้างตัวเองอยู่อย่างนี้ เพราะเราเคยพูดไว้ชัดว่าเราสึกมา เราอยากทำอะไร เราได้บอกไว้ว่าเราไม่ได้สึกมาเพื่อจะแบบนี้ เพราะมันมีครหาตอนสึกใหม่ๆ ว่าเราสึกมาเพราะอยากเข้าวงการบันเทิง”
อยากให้คนจำภาพแพรรี่ในทิศทางไหน?
“ตอนนี้ก็จำในลุกส์แบบนี้ก่อน ที่เราหายไป เราอาจจะมีลุกส์ใหม่ๆ ที่ดูดีมากขึ้นก็ได้ ติดตามและเจอกันในโซเชียลของแพรรี่ ขอบพระคุณทุกคนที่ซัพพอร์ต เอ็นดูหนูมาตลอด ยอดวิวรายการที่ทำ ที่มียอดเป็นหมื่นเป็นแสนก็มีเอฟซีนี่แหละที่ไปติดตามดู ขอบคุณที่ทำให้หนูทำงานจนอยู่ในขั้นที่รู้สึกว่าหนูพอใจ ประสบความสำเร็จในมุมของเราคนเดียวนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ต และทำให้หนูเป็นแพรรี่ที่ทุกคนพูดถึงจนมาถึงทุกวันนี้ จะดีมากๆ ถ้าจะซัพพอร์ตหนูต่อไปในแพลตฟอร์มอื่นๆ”