โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JWDสัญญาณธุรกิจขาขึ้น พันธมิตรร่วมค้าดันกำไร

ทันหุ้น

อัพเดต 23 พ.ค. 2565 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 03.26 น.

#JWD #ทันหุ้น-JWD เดินหน้าดันธุรกิจตั้งเป้ารายได้ปี 2565 เติบโต 15% ชูกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้า,ธธุรกิจอาหารและบริหารสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ดาวเด่น แถมธุรกิจร่วมค้ากับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศลุยเก็บเกี่ยวผลตอบแทนกำไรพุ่ง

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน เปิดเผยการดำเนินงานบริษัทในปี 2565 คาดว่ารายได้จะเติบโต 15% เมื่อเทียบจากปี 2564 โดยกลุ่มธุรกิจของบริษัท เช่น กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า,กลุ่มธุรกิจอาหาร,ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง มีแนวโน้มขยายตัวสอดคล้องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาจะมีปัจจัยกดดันจากการระบาดโควิด-19 และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลายลง อีกทั้งบริษัทสามารถที่บริหารจัดการธุรกิจและเดินหน้าต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องได้

รวมถึงธุรกิจที่บริษัทได้เข้าลงทุนร่วมกับพันธมิตร ซึ่งมีการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่สำคัญ เช่น คลังสินค้าในประเทศกัมพูชา, นิคมอุตสาหกรรม Phnom Penh SEZ Plc. (PPSP) และลานจัดเก็บตู้สินค้า Bok Seng PPSEZ Dry port ในประเทศกัมพูชา

ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น Adib Cold Logistics (ACL) ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท

Samudera, JWD Bokseng Logistics ซึ่งดำเนินธุรกิจด้าน Project Cargo Logistics ในประเทศไทยและภูมิภาค, CJ

JWD Logistics ซึ่งดำเนินธุรกิจด้าน E-Commerce Logistics (B2C C2C) ในประเทศไทย บริษัท TRANSIMEX

CORPORATION (TMS) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (HOSE) ประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้บริษัท อีสเทิร์นซีแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด (“ESCO”)ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่าเทียบเรือ (ContainerPort Operation) และให้บริการสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า, คลังสินค้าออนไลน์ MyCloud Fulfillment และ บริษัท แปซิฟิค ทียูเอ็ม โคลด์ สโตเรจ จ ากัด (“PACT”) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการรับฝากสินค้า ซึ่งแต่ละธุรกิจมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นและในอนาคตมีแนวโน้มเติบโตสูง

“บริษัทพร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องจากการวางงบลงทุน 1.8 พันล้านบาท ทั้งการขยายฐานธุรกิจปัจจุบัน และร่วมทุนกับพันธมิตร อีกทั้งแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างผลงานปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่ารายได้จะเติบโต 15% และภายใน 5 ปี ข้างหน้าจะผลักดันรายได้ให้แตะสู่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท”ดร.เอกพงษ์ กล่าว

รุกฐานต่อยอด

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”JWD ราคาเป้าหมายที่ 22.00 บาท อิง 2022E PER ที่ 35 เท่า (+0.25SD above5-yr average PER)โดยคงมี key catalyst จากกำไรปี 25652 ที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการเติบโตทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ รวมถึงโอกาส Upside จากดีลใหม่ๆ เพิ่มได้อีก

ด้วยปัจจัยสนับสนุน 1. JWD ประเมินปี 2565 รายได้จะเติบโต 10-15% YoY และ NPM จะไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 11% ,2. ห้องเย็นใหม่ PACM เปิดดำเนินงานแล้วในเดือน มีนาคม 2565 ซึ่งคาดว่าไตรมาส 3/2565 จะมีเริ่มมีกำไร ส่วนห้องเย็นใหม่ที่ จ.สระบุรี ปัจจุบันมีการก่อสร้างไปแล้ว 50% คาดว่าจะเปิดดำเนินงานได้ใน ตุลาคม 2565

3. ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ TMS ในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเป็น 250-300 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ 218 ล้านบาท (ไตรมาส 1/2565 มีส่วนแบ่งกำไร 57ล้านบาท) จากการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจขนส่งในเวียดนาม 4. ธุรกิจยานยนต์มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2/2565 ตามปัจจัยฤดูกาล และยังได้รับผลกระทบจากปัญหาชิปขาดแคลน ขณะที่บริษัทได้มีการหาลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลูกค้าใหม่เพิ่มจากค่ายรถยนต์จากจีนที่มีการนำเข้ารถ EV และ 5 .มีโอกาสทำดีล M&A ใหม่ 1-2 ดีลในปีนี้โดยน่าจะเห็นความชัดเจน 1 ดีล ภายใน 1-2 เดือนนี้

กำไรโตหนุนเป้า 23 บ.

ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรปกติปี 2565 เติบโตได้ดี โดย ประมาณการกำไรปกติปี 2565 ที่ 630ล้านบาท +22% YoY สำหรับกำไรครึ่งปีหลัง 2565 จะมีทิศทางเติบโตได้โดดเด่นจาก 1.ธุรกิจห้องเย็นที่จะเติบโตโดดเด่นขึ้นและห้องเย็นใหม่ PACM เริ่มทำกำไรได้, 2. ธุรกิจขนส่งยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่องจากการได้งานใหม่เพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส1/2565

3. ธุรกิจยานยนต์จะฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล และมีโอกาสได้งานใหม่เพิ่มเกี่ยวกับรถ EV, 4. ส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนจะดีขึ้นจาก TMS ในเวียดนาม, PPSP ที่กัมพูชาจะมีการรับรู้ รายได้จากยอดขายที่ดินในนิคม และการเข้าถือหุ้น ESCO เพิ่มทำให้รับรู้ ส่วนแบ่งกำไรมากขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ "ซื้อ"JWD ราคาเป้าหมาย 23 บาท (DCF, WACC 8.0%, Long Term Growth 3.6%) โดยประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/2565 คิดเป็น 18.8% ของประมาณการทั้งปีที่คาด 599.3 ล้านบาท +31.9% Y-Y ซึ่งแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นจากทั้ง Organic และ Inorganic เก็บเกี่ยวประโยชน์เต็มปีจากดีลต่างๆ ที่เข้าไปลงทุนในปีที่ผ่านมา

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...