โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

องค์หญิงกัมพูชากริ้ว! แจ้งตร.ไทย โดนแอบอ้าง ยันเป็นตัวจริง ไม่กำมะลอ

Khaosod

อัพเดต 02 มิ.ย. 2565 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 12.13 น.

องค์หญิงแห่งกัมพูชากริ้ว ยันตัวเองเป็นตัวจริง ไม่กำมะลอ หลังโดนแอบอ้าง ตัวปลอมเดินสาย ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง ทุกข์ใจจนล้มป่วย แจ้งตำรวจไทย วอนจัดการด้วย

วันที่ 2 มิ.ย.2565 หญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม แห่งราชวงศ์กัมพูชา พร้อมคณะผู้ติดตามแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นตน จนทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมทั้งสื่อมวลชนไทยที่นำเสนอข่าวว่าตนเป็นองค์หญิงกำมะลอด้วย

โดยจุดเริ่มต้นของข่าวนี้เริ่มจาก เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางจังหวัดสุรินทร์ได้ออกหนังสือประกาศ เรื่องการแอบอ้างเป็นสมาชิกราชวงศ์กัมพูชา ถึงผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ และนายอำเภอทุกอำเภอ โดยมีใจความว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทย รับแจ้งจากกระทรวงต่างประเทศว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับข้อมูลเกี่ยวการเสด็จฯ เยือนประเทศไทยของพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม สมาชิกพระราชวงศ์กัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-19 มี.ค.

จากการตรวจสอบข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ พบว่า ไม่มีสมาชิกราชวงศ์กัมพูชาที่ทรงใช้พระนามว่าพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม อีกทั้งบุคคลที่อ้างตนเป็นพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม ยังมีหน้าตาเหมือนกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นพระองค์เจ้าสีสุวัตถ์ กุสุมานารีรัตนา ที่เดินทางมาจังหวัดสุรินทร์ด้วย

ด้านองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม เปิดเผยว่า ข่าวดังกล่าวทำให้ตนไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อมาร่วมงานรับราวัล สมาคมสตรีไทยสากลได้ สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง เกิดความทุกข์ใจจนล้มป่วย

ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่แอบอ้างเป็นตัวเอง เดินสายออกงาน สร้างความเข้าใจผิด เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงอยากให้ตำรวจ ดำเนินการ ตรวจสอบ และจับกุมดำเนินคดีด้วย หลังจากพบพนักงานสอบสวน บก.ป.แล้ว ผู้เสียหายยังได้เดินทางเข้าแจ้งความ พงส.บก.ปอท.เพื่อแจ้งความเอาผิดกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพ์ฯ อีกด้วย

องค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม กล่าวต่อว่า แม่ของตนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ( เจ้านโรดมสีหมุนี ) ส่วนผู้หญิงที่แอบอ้างเป็นตนนั้น เป็นชาวกัมพูชา มีการแอบอ้างใช้ชื่อ ให้คล้ายคลึงกัน ทำให้สังคมเข้าใจผิด โดยใช้ชื่อว่า พระองค์เจ้าศรีสุวัตถิ์ กุสุมะนารีรัตน์ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จึงอยากให้ตำรวจ ดำเนินการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล และจับกุมบุคคลที่แอบอ้างมาลงโทษด้วย

สำหรับสาเหตุที่สร้างความสับสนจนมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับองค์หญิงกำมะลอนั้น เนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จ.สุรินทร์ มีการออกหนังสือประกาศ ที่ สร 0017.3/ว1625 เรื่องการแอบอ้างเป็นสมาชิกราชวงศ์กัมพูชา ลงวันที่ 29 มี.ค.2565 ถึงผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ และนายอำเภอทุกอำเภอหนังสือมีใจความว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทย ได้รับแจ้งจากกระทรวงต่างประเทศว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับข้อมูลเกี่ยวการเสด็จฯ เยือนประเทศไทยของพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม สมาชิกพระราชวงศ์กัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-19 มี.ค.65

จากการตรวจสอบข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ พบว่า ไม่มีสมาชิกราชวงศ์กัมพูชาที่ทรงใช้พระนามว่าพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม อีกทั้งบุคคลที่อ้างตนเป็นพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม ยังมีหน้าตาเหมือนกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นพระองค์เจ้าสีสุวัตถ์ กุสุมานารีรัตนา ที่เดินทางมาจังหวัดเมื่อปี พ.ศ. 2560

โดยหนังสือเดินทางบุคคลดังกล่าว เป็นหนังสือเดินทางธรรมดา ระบุชื่อว่า Kosomaktevy Pich ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับคำขอ Thailand Pass เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศยานของบุคคลดังกล่าว จึงขอให้ท่านเฝ้าระวังบุคคลดังกล่าว ไม่ให้แอบอ้างเพื่อให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ และให้ปฏิบัติตามแนวทางการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กำหนดโดยเคร่งครัด ร่วมทั้งติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...