โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาเจ โชว์“วิสัยทัศน์ปี 2573”เน้นสินค้าราคาจับต้องได้ พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น

Businesstoday

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 13.00 น. • Businesstoday

อาเจ (AJE) บริษัทข้ามชาติที่ให้ความสำคัญกับทุกสรรพสิ่งที่เกี่ยวกับธรรมชาติและส่งผลดีต่อสุขภาพ แถลงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของอาเจที่มีต่อประเทศไทยในระยะยาว ในงาน “AJE Metaverse: The Leap to Vision 2030” ที่จัดแสดงตลอดสามวัน

อาเจ เป็นที่รู้จักในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต บิ๊ก (BIG) น้ำอัดลมแบรนด์ชั้นนำอันดับ 4 ของโลกในแง่ปริมาณและมูลค่า1 ปัจจุบัน อาเจ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในหมวดสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานของภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกันมุ่งมั่นที่จะสานต่อโครงการสนับสนุนและสร้างความยั่งยืนให้ชาวบ้านและชุมชนในประเทศไทย

คุณฟาเบียน มอสเกล่า (Fabian Mosquera) ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อาเจ อาเซียน กล่าวว่า “อาเจ ยังคงเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่องโดยใช้เครือข่ายการกระจายและจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของบริษัท รวมถึงยังคงดำเนินกิจการภายใต้แนวคิด “ราคาสินค้าที่จับต้องได้” และตอนนี้บริษัทก็พร้อมที่จะก้าวไปสู่สินค้าประเภทอื่นที่นอกเหนือจากเครื่องดื่มแล้ว นั่นเพราะเราต้องการมอบสินค้าในกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย มีคุณภาพ ราคาไม่แพงมามอบให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย”

“วันนี้เรายินดีที่จะแนะนำสินค้าในกลุ่มอาหารของอาเจ ภายใต้แบรนด์ “ดิ’กุสโต้ (D’Gussto)” โดยได้เปิดตัวปลาซาบะในซอสมะเขือเทศเกรดพรีเมียม เราเห็นว่าตลาดปลากระป๋องในประเทศไทยนั้นยังมีโอกาสเติบโต และเราก็มองหาวิธีสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ เหตุผลที่ทำไมเราถึงได้เปิดตัวปลาซาบะกระป๋อง ดิ’กุสโต้ ออกสู่ตลาด ก็เพราะเป็นปลาซาบะในซอสมะเขือเทศเกรดพรีเมียมเพียงแบรนด์เดียวที่มีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับปลาซาร์ดีนหรือปลาแมคเคอเรลในกระป๋องที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาด”

นอกจาก ดิ’กุสโต้ แล้ว อาเจ ยังเปิดตัวสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของ อาเจ แบรนด์ “อมายู (AMAYU)” น้ำผลไม้ซุปเปอร์ฟรุตอย่างน้ำช่อดอกมะพร้าวธรรมชาติแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนโดยฝีมือของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “ดีสำหรับสุขภาพ ร่วมพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน” (Better for you and Better for the Community) ของบริษัท

สำหรับแบรนด์ อมายู บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อสรรหาวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำผลไม้ซุปเปอร์ฟรุตที่ไม่ใส่สารกันบูดหรือน้ำตาล พร้อมกันนี้ บริษัทได้ให้ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างมืออาชีพแก่เกษตรกรท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตและรายได้จากพืชผลทั้งหมดจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านในชุมชนอย่างสม่ำเสมอและมีความยั่งยืน

แบรนด์สินค้าเดิมที่มีอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของ อาเจ ได้แก่ น้ำอัดลมแบรนด์บิ๊ก ชาพร้อมดื่มแบรนด์บิ๊กที น้ำดื่ม แบรนด์วีด้า เครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์โวลท์ เครื่องดื่มทางเลือกแบรนด์ไบโอ และเครื่องดื่มเกลือแร่แบรนด์สปอเรต ปัจจุบันประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานในเอเชียของอาเจ เนื่องจากฐานการผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ เครือข่ายการกระจาย จัดจำหน่าย และกำลังการผลิต นอกจากนี้ ยังตั้งใจที่จะส่งออกสินค้าของอาเจ ไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้วยเช่นกัน และคาดว่าจะเดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชียให้เติบโตขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2573 ผ่านกลยุทธ์การขยายนี้ ส่วนในแถบละตินอเมริกานั้น อาเจ ได้เพิ่มสินค้าใหม่ที่นอกเหนือจากกลุ่มเครื่องดื่มแล้วกว่า 20 หมวดหมู่ ในฐานะที่เป็นแบรนด์ข้ามชาติ อาเจ จะยังคงจับมือเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ดังระดับนานาชาติ เพื่อนำโอกาสและ ความตื่นเต้นมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงการเป็นพันธมิตรล่าสุดกับสโมสรฟุตบอลปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง แคมเปญล่าสุดที่จะพาแฟนบิ๊กชาวไทยที่ได้รับการคัดเลือกไปเชียร์ฟุตบอลทีมดังระดับโลกและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ในกรุงปารีสอย่างแท้จริง

คุณฟาเบียน มอสเกล่า เพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะขับเคลื่อนอาเจ ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนในทุกกระบวนการที่เราดำเนินการ และเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่าธุรกิจและความเป็นอยู่ที่ดีสามารถอยู่ควบคู่กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิสัยทัศน์นี้ยังเกี่ยวเนื่องกับแนวคิดตัวใหม่ที่ต้องการปกป้องแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกทั่วโลก โครงการสร้างความยั่งยืนของเรานั้นรวมโครงการที่ทำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาชูปิชู หมู่เกาะกาลาปากอส และเราจะเริ่มโครงการใหม่ในเมืองบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซียเร็ว ๆ นี้”

อาเจ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ราคาจับต้องได้อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนของประเทศในระยะยาวผ่านโครงการสนับสนุนชาวบ้านและชุมชนและสร้างความยั่งยืน และนอกจากโครงการ “ดีสำหรับสุขภาพ ร่วมพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน” ที่ได้สร้างสัมพันธ์และทำงานร่วมกับชาวสวนมะพร้าวท้องถิ่นและคนในชุมชนบ้านแพ้วแล้ว อาเจ ยังได้เปิดตัวโครงการ “อาเจร่วมปกป้องอยุธยา” (AJE Protects Ayutthaya) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดูแลเมืองและชุมชนทั่วโลกอย่างยั่งยืน นำโดยแผนการจัดการและดูแลแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาของยูเนสโก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...