โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตอนที่ 7 เพื่อแม่ เพื่อลูก - เรื่องย่อซีรีส์: "Mother เรียกฉันว่า...แม่"

LINE TODAY เผยแพร่ 12 เม.ย. 2563 เวลา 17.01 น. • LINE TV

*อ่านเรื่องย่อซีรีส์ "Mother เรียกฉันว่า…แม่" ตอนใหม่! ก่อนใคร ทุกวันจันทร์ ที่ LINE TODAY

ฟ้าใส เดินเตร็ดเตร่อยู่คนเดียวในกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน เธออยากจะหนีไปให้ไกล ไม่รู้หรอกว่าต้องไปที่ไหนยังไง แต่ก็ดีกว่ายอมให้แม่ทิชาโดนจับได้ ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเอง ฟ้าใสปลอบใจตัวเองด้วยการมองหาของที่ชอบ ที่จะทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาได้

“ขนมโตเกียว…สะพานลอย…ทีวีจอใหญ่…รถเมล์…แม่คะ ตั้งแต่หนูได้อยู่กับแม่ หนูว่าหนูชอบแม่ที่สุด ยังไม่เจออะไรที่หนูชอบมากกว่าแม่เลย โตขึ้นหนูอยากเป็นเหมือนแม่นะคะ เป็นคนเก่งแล้วก็กล้าหาญ แม่คะ หนูขอบคุณที่แม่ช่วยหนู หนูดีใจมาก แล้วก็สนุกมากด้วย แต่หนูไม่อยากให้แม่เดือดร้อน หนูต้องไปแล้ว หนูขอโทษค่ะแม่”

ทิชา เพิ่งรู้ตัวว่าฟ้าใสหนีออกจากบ้านไปอีกแล้ว เธอคิดว่าฟ้าใสน่าจะไปที่ร้านทำผมของมัลลิกา แต่ก็ไม่แน่ใจเสียทีเดียว เธอไม่อยากบอกวรินทรากับน้อง ๆ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งเธอเพิ่งยื่นคำขาดไปว่าต้องการให้วรินทรายกเลิกการรับอุปการะเธอเป็นบุตรบุญธรรมทิชายิ่งไม่อยากให้วรินทราและครอบครัวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องเดือดร้อนของเธอ ทิชาจึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากปราชญ์ เพราะถ้าปราชญ์ตามรอยทิชาจนเจอ ปราชญ์ก็อาจจะพอมีวิธีตามหาฟ้าใสได้

ทิชากับปราชญ์ รีบไปที่ร้านของมัลลิกาเป็นที่แรก แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่พบฟ้าใสที่นั่น มัลลิกาเสนอตัวว่าจะช่วยตามหา ตอนแรกทิชาปฏิเสธความช่วยเหลือแต่ปราชญ์เตือนสติว่าตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหาฟ้าใสให้เจอก่อนที่จะฟ้าใสจะเกิดอันตราย ทิชาจึงยอมให้มัลลิกาช่วยออกตามหา

ปราชญ์ตั้งสมมุติฐานว่าฟ้าใสอาจพยายามหาทางกลับน่าน ทิชาตกใจว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่ฟ้าใสคิดจะเดินทางไกลขนาดนั้นคนเดียว แต่ปราชญ์แนะนำว่าให้ลองตามหาตามเส้นทางเดิม ๆ สถานที่ต่าง ๆ ที่ทิชาเคยพาฟ้าใสไป รวมถึงถนนหนทางย้อนรอยตามที่ทิชาใช้พาฟ้าใสมาจากน่านด้วย ทิชากับปราชญ์มุ่งหน้าไปที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แห่งแรกที่ทิชาเคยพาฟ้าใสไปอยู่ ระหว่างทางก็เห็นฟ้าใสนั่งกอดเข่าอยู่ริมฟุตบาธ

“ฟ้าใส!”

“แม่” ฟ้าใสตกใจ ขยับจะวิ่งหนี ทิชาวิ่งตามไปคว้าตัวฟ้าใสมากอดเอาไว้ ฟ้าใสพยายามดิ้นหนี

“ฟ้าใส อย่าไป แม่เป็นห่วงหนูแทบแย่”

“ปล่อยหนู หนูไม่อยากอยู่กับแม่แล้ว” เด็กน้อยร้องไห้ ทำให้รู้ว่าพูดปากไม่ตรงกับใจจริง

“อย่าพูดแบบนั้นสิ แม่รักหนูนะ” 

“หนูทำให้แม่ลำบาก ถ้าโดนจับได้แม่ต้องติดคุก หนูไม่อยากให้แม่ติดคุก”

“ไม่หรอกจ้ะ จะไม่มีใครทำอะไรเราได้ แต่ฟ้าใสต้องเชื่อแม่ อย่าหนีแม่ไปแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย ถ้าหนูเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ทุกอย่างที่เราทำมามันจะสูญเปล่า และแม่ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ หนูเข้าใจที่แม่พูดมั้ย ตอนนี้ความปลอดภัยของหนูสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด สำคัญกว่าชีวิตของแม่ด้วย” ทิชากอดฟ้าใสแน่น ฟ้าใสที่ตอนแรกคิดว่าจะหนี ก็ใจอ่อนยอมกอดแม่ตอบ แต่เมื่อเธอเห็นว่าแม่มากับใคร ฟ้าใสก็สะดุ้งตกใจกลัว

“ผู้ชายคนนั้น เค้ามาจับแม่เหรอ”

“ไม่ใช่จ้ะ เค้าเป็นเพื่อนแม่”

“น้าไม่ได้มาจับแม่หนู แต่น้าจะช่วยแม่กับ…ฟ้าใสนะ”

เมื่อเจอตัวฟ้าใสแล้วก็โล่งใจไปได้อีกคืน มัลลิกากลับไปที่ร้าน แต่ก็พบสภาพร้านถูกโจรรื้อค้น ทำลายข้าวของ มัลลิกาโทษตัวเองที่สะเพร่าเป็นเพราะว่าตอนเธอรีบร้อนออกไปไม่ได้ปิดประตูให้ดี หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังการขโมยครั้งนี้เป็นฝีมือของบุคคลอันตรายที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น

ปราชญ์ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงที่เขาตามหาตัวทิชากับฟ้าใส ตอนแรกเขาต้องการรู้เจตนาของทิชาว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่เมื่อได้รู้เห็นความจริงว่าทิชาทำไปเพราะความรักบริสุทธิ์ที่มีต่อฟ้าใสจริง ๆ ปราชญ์ก็รู้สึกชื่นชมและอยากช่วยทิชา เพราะเขาเองครั้งหนึ่งก็เคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันแบบนี้ตอนที่เป็นนักข่าวใหม่ ๆ เขาได้ทำข่าวเด็กผู้ชายที่ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย เขาอยากช่วยเด็กคนนั้นแต่ก็มัวลังเลไม่กล้าพอที่จะทำแบบทิชา จนกระทั่งทุกอย่างสายเกินไป

“ผมนับถือคุณนะที่ทำเพื่อเด็กคนนี้ คุณกล้ากว่าผมเยอะ ที่ผมตามหาคุณเพราะผมอยากช่วย คุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะ แต่ผมคิดจริง ๆ ว่าเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นคนพาให้ผมมาเจอคุณ ให้ผมบังเอิญเจอคุณในเมืองวันนั้น ยังไงผมก็จะช่วยคุณจนกว่าคุณทั้งสองคนจะปลอดภัย ผมต้องชดเชยให้เด็กคนนั้นที่ผมไม่ได้สู้เพื่อเค้ามากพอ"

ทิชาพาฟ้าใสกลับมาที่บ้านวรินทรา เจอวรินทรารออยู่แล้ว วรินทราพยายามเสนอทางช่วยเหลือแต่ทิชารู้ดีว่าแม่จะเดือดร้อนและจะช่วยเธอได้คนเดียว ฟ้าใสต้องกลับไปอยู่ที่เดิม ซึ่งเธอจะยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นไม่ได้ ทิชาขอให้วรินทรายอมปล่อยเธอกับฟ้าใสไปตามทางเพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทั้งคู่รอด

“ฟ้าใสก็จะถูกส่งตัวไปสถานสงเคราะห์ เค้าจะกลายเป็นเด็กกำพร้า หนูเคยผ่านชีวิตแบบนั้นมาแล้ว หนูไม่อยากให้ฟ้าใสต้องเป็นเหมือนหนู”

“แต่หนูก็มีชีวิตที่ดีได้ ฟ้าใสก็ยังมีโอกาส”

“หนูแค่โชคดี ฟ้าใสจะโชคดีแบบหนูรึเปล่า… ที่ผ่านมาหนูขอบคุณแม่มากที่ให้ชีวิตใหม่กับหนู แต่ตอนนี้สิ่งที่หนูต้องการมีแค่อย่างเดียว คือให้แม่ถอนชื่อหนูออก หนูยังเป็นลูกแม่อยู่เหมือนเดิม แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องช่วยฟ้าใสให้ได้ หนูต้องเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับฟ้าใสเหมือนอย่างที่แม่เคยทำให้หนู ถึงหนูจะไม่มีวันเป็นแม่ที่ดีเท่ากับแม่ได้ แต่หนูจะพยายาม… หนูขอร้องนะคะแม่ ปล่อยให้หนูไป มันเป็นทางเดียวเท่านั้นที่ฟ้าใสจะรอด”

เมย์ที่แอบฟังบทสนทนาของวรินทรากับทิชาอยู่ก็ร้องไห้ออกมา เธอคิดถึงลูกแท้ ๆ ในท้องของตัวเอง เด็กน้อยผู้น่าสงสารที่จะไม่มีโอกาสได้เกิดมาเพราะคนเป็นแม่อย่างเธอไม่คิดจะพยายามสู้

ปราชญ์ย้อนกลับไปหามัลลิกาที่ร้านอีกครั้ง เพื่อถามความจริงว่ามัลลิกาคือแม่แท้ ๆ ของทิชาใช่หรือไม่ เหตุที่ปราชญ์ต้องถามเพราะปราชญ์มีแผน และปราชญ์เชื่อว่าถ้ามัลลิกาเป็นแม่แท้ ๆ ของทิชา มัลลิกาต้องยอมช่วยทิชาแน่นอน

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นมัลลิการีบติดต่อให้ตัวแทนประกันมาทำประกันชีวิตให้ มัลลิกาต้องการยกผลประโยชน์ให้ทิชาเมื่อเธอจากโลกนี้ไป เธอต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำได้นับแต่วินาทีนี้ เธอรู้ว่าเงินจำเป็นต่อแผนการหลบหนีของทิชา แต่มัลลิกาก็ต้องฝันสลายเพราะมัลลิกาเป็นมะเร็งระยะลุกลามจึงไม่สามารถทำประกันชีวิตได้อย่างที่หวัง มัลลิกายังไม่ยอมเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด เพราะเธอรู้ว่าเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้คือช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตแล้วที่เธอจะได้อยู่และทำอะไรเพื่อชดเชยความผิดพลาดในอดีตให้ลูกบ้าง

ฟ้าใสเพิ่งนึกออกว่าตอนที่แม่พาเธอออกมาจากบ้านของคุณยายซุ่มซ่าม คุณยายได้ฝากสมุดบัญชีเอาไว้ให้ ทิชาเห็นสมุดบัญชี เห็นจำนวนเงินหลักล้าน เป็นเงินเก็บสะสม 17 ปี ที่ฝากประจำทุกเดือน ๆ ให้เธอ ทิชาหวนคิดถึงความทรงจำในวัยเด็ก เธอนึกออกแต่ภาพแม่โดนพ่อขี้เมาทำร้ายทุกวัน ฟ้าใสถามว่าคุณยายซุ่มซ่ามคือแม่ที่แท้จริงของทิชาใช่หรือไม่ ทิชายอมรับทั้งน้ำตา แต่เธอก็ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมแม่ถึงทิ้งเธอไป ทิชาจึงตั้งใจว่าต้องเอาสมุดบัญชีไปคืนก่อนที่จะออกเดินทาง

วรินทราเอาเอกสารคำร้องขอจดทะเบียนยกเลิกรับบุตรบุญธรรมให้ทิชาเซ็น ระหว่างที่กำลังเซ็นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายหน้าบ้าน เมื่อ ทราย ตามมาถึงบ้านแล้ว ปราชญ์พยายามกันทรายไม่ให้เข้าไปในบ้านวรินทรา แต่ทรายก็ดื้อดึงไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ ในเมื่อปราชญ์อยู่ที่นี่ก็แปลว่ามีสิทธิ์มากที่ทิชากับของขวัญจะอยู่ที่นี่

ไม่ทันเสียแล้ว ทิชาที่นัดกับปราชญ์เอาไว้พาฟ้าใสออกมาจากบ้าน ทรายเห็นของขวัญแล้ว จูนรีบพาฟ้าใสกลับเข้าบ้าน แต่ก็ดันเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมาอีกเมื่อเมย์ส่งเสียงร้องเรียกจูน จูนหันไปเห็นเมย์ยืนตัวแข็งนิ่ง หน้าซีด ที่ขามีเลือดไหลย้อยลงมา วรินทรากับจูนต้องรีบพาเมย์ไปโรงพยาบาล

ทรายไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ บุกเข้าไปตามหาของขวัญถึงในบ้าน แต่ของขวัญหรือว่าฟ้าใสที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นรีบหนีไปซ่อนนอกบ้าน

ทันใดนั้นมีมือใหญ่รวบปิดปากฟ้าใสจากด้านหลัง ฟ้าใสกรีดร้องและดิ้น แต่มือนั้นจับแน่นจนไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา 

“ลืมอาตั้มไปแล้วรึยัง…ของขวัญ” เสียงเรียบ ๆ ชวนขนหัวลุกกระซิบที่ข้างหูของฟ้าใสที่ถูกมัดมือ มัดเท้า ปิดปาก อยู่ในตึกร้าง

“ป่านนี้พวกแม่งจะรู้รึยังนะว่าแกหายตัวไป… อาจจะไม่มีใครสังเกตก็ได้นะ เพราะแกมันไม่สำคัญ งั้นระหว่างที่รอให้พวกมันเดือดร้อน เรามาเล่นอะไรสนุก ๆ เหมือนเมื่อก่อนดีกว่า”

- จบตอนที่ 7 เพื่อแม่ เพื่อลูก -

>> คลิกกลับไปหน้าหลัก >> https://today.line.me/th/pc/article/Zn1p5Q