โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลัดเลาะพระราชวังเดิม เที่ยวชม 3 สถานที่สำคัญที่ปรากฎในแบงค์ 100 (รุ่นเก่า)

Campus Star

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2562 เวลา 09.42 น.
ชวนเที่ยวรอบกรุง พระราชวังเดิม หรือ พระราชวังกรุงธนบุรี - พระราชวังหลวงในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การเดินทางไป พระราชวังเดิม รถโดยสารประจำทาง สายที่ผ่าน 40 56 57 149 177 710 หรือไปลงที่ท่าเรือ : ท่าวัดอรุณ

ในโอกาสพิเศษ วันสถาปนาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังเดิมจึงเปิดให้เข้าชมฟรี ฉลองครบรอบ 250 ปี กรุงธนบุรี วันที่ 15-28 ธันวาคม 256 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตล่วงหน้า (โดยปกติการเข้าชมพระราชวังเดิม ต้องทำเรื่องล่วงหน้า และเปิดให้ชมฟรีปีละ 1 วันเท่านั้น)

พระราชวังเดิม เที่ยวชม 3 สถานที่สำคัญที่ปรากฎในแบงค์ 100

พระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม เป็นพระราชวังหลวงแห่งเดียว ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  : สำหรับโบราณสถานพระราชวังเดิม ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ได้แก่ ท้องพระโรง พระตำหนักเก๋งคู่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช , พระตำหนักสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งได้รับการบูรณะ ครั้งล่าสุดตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2545 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2545

ภาพด้านล่าง ซ้าย : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และภาพขวามือคือ ตำแหนักเก๋งคู่หลังเล็ก

ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก

อาคารหลังนี้รูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงโดยเฉพาะประตูหน้าต่าง เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดฯ ให้ซ่อมแซมและดัดแปลงในช่วง พ.ศ.2367 – 2394 พร้อมกับให้สร้างพระตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ ในรูปแบบที่สอดคล้องกับอาคารหลังนี้

ปัจจุบันอาคารนี้ใช้เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ทางด้านการรบของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

3 สถานที่สำคัญที่ปรากฎในธนบัตร 100 (รุ่นเก่า)

หยิบแบงค์ 100 (รุ่นเก่า) ขึ้นมานะคะ ภาพที่เราเห็นชินตาในแบงค์รุ่นนี้ พอเราไปเห็นสถานที่จริง ก็ตื่นเต้นไม่น้อย

1. ท้องพระโรง

อาคารท้องพระโรง สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2311 พร้อมกับการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี อาคารนี้มีรูปทรงแบบไทยประกอบด้วยพระที่นั่งสององค์เชื่อมต่อกัน ได้แก่พระที่นั่งองค์ทิศเหนือ เรียกว่าท้องพระโรง หรือวินิจฉัยอยู่ทางทิศเหนือใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนาง และประกอบพระราชพิธีที่สำคัญมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี

ปัจจุบัน กองทัพเรือได้ใช้โถงท้องพระโรงภายในพระที่นั่งองค์ทิศเหนือ เป็นสถานที่ที่จัดงาน และประกอบพิธีสำคัญเป็นประจำ ส่วนพระที่นั่งขวางได้ใช้เป็นห้องรับรองบุคคลสำคัญ และเป็นห้องประชุมในบางโอกาส

2. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

3. ป้อมวิไชยประสิทธิ์

ป้อมนี้เดิมชื่อ “ป้อมวิไชยเยนทร์ ” หรือ “ป้อมบางกอก” สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์กราบบังคมทูลแนะนำให้สร้างขึ้น พร้อมป้อมทางฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ได้ทรงสร้างพระราชวังในบริเวณป้อมแห่งนี้พร้อมกับปรับปรุงป้อม และพระราชทานนามใหม่ว่า “ป้อมวิไชยประสิทธิ์”

ปัจจุบันป้อมวิไชยประสิทธิ์ใช้เป็นที่ยิงสลุตในพิธีสำคัญต่างๆ และติดตั้งเสาธงเพื่อประดับธงราชนาวี และธงผู้บัญชาการทหารเรือ

เที่ยวชมพื้นที่ภายใน พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิม (พระราชวังกรุงธนบุรี) ภายหลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าได้สำเร็จในปี พ.ศ.2310 พระองค์ได้ทรงเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ แทนกรุงศรีอยุธยาที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม จนไม่สามารถบูรณะให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้

การที่ทรงเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานีนั้น สันนิษฐานว่าเนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็ก เหมาะสมกับกำลังไพร่พลที่พระองค์มีอยู่ในขณะนั้น ทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ อยู่ใกล้ทะเลทำให้สามารถควบคุม เส้นทางเดินเรือเข้าออก มีป้อมปราการเป็นชัยภูมิที่ดี และตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำหากเพลี่ยงพล้ำก็สามารถหลบหลีกศัตรูออกสู่ทะเลได้สะดวก

หลังจากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังหลวง ขึ้นทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยเยนทร์เดิม (ซึ่งภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์)

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ศาลเจ้าตาก)

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ศาลเจ้าตาก) หลังปัจจุบันนี้ สร้างขึ้นเมื่อครั้งสมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมีกรมพระจักรพรรดิพงศ์ เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิมในระหว่างปี พ.ศ.2424 – 2443 ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอาคารเก๋งคู่ตั้งประชิดกำแพง ด้านทิศตะวันออกของพระราชวัง

ภายในศาลหลังนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในท่าประทับยืนและทรงพระแสงดาบ

พระตำหนักสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตำหนักหลังนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น เมื่อครั้งยังทรงดำรง พระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และประทับที่พระราชวังเดิมในระหว่างปี พ.ศ.2367 – 2394 แต่หลังจากที่พระองค์ทรงได้รับพระราชทานบวรราชาภิเษกได้ทรงย้ายไปประทับ ณ พระบวรราชวัง อาคารหลังนี้จึงได้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท

ตัวอาคารมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก หรือเรียกว่า “ตึกแบบอเมริกัน” และถือได้ว่าเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงค์ชั้นสูง ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตกหลังแรกๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ด้านหลัง ท้องพระโรง

ตึกกองบัญชาการกองทัพเรือ

ภาพด้านล่าง .. จากจุดนี้ที่มองไปเห็นคนยืนกันเยอะๆ คือจุดที่จะถ่ายภาพอาคารร้องพระโรง อาคารที่ปรากฎในแบงค์ 100 ค่ะ

เกี่ยวกับอาณาเขตของพระราชวังเดิมในสมัยนั้น

อาณาเขตของพระราชวังเดิมในสมัยนั้น มีพื้นที่ตั้งแต่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ขึ้นมา จนถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม(คลองนครบาล) โดยรวมวัดแจ้ง(วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด(วัดโมลีโลกยาราม) เข้าไปในเขตพระราชวังต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ทรงสร้างพระบรม มหาราชวังขึ้นเป็นที่ประทับ พระราชวังกรุงธนบุรีจึงได้รับการเรียกขานว่า “พระราชวังเดิม” นับแต่นั้นมา

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงกำหนดเขตของพระราชวังกรุงธนบุรีให้แคบกว่าเดิม โดยให้วัดทั้งสองอยู่ภายนอกพระราชวัง รวมทั้งให้รื้อตำหนักแดง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในพระราชวังเดิม ไปปลูกสร้างให้ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (ศรี) ที่วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) และโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ชั้นสูง ที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย มาประทับที่ พระราชวังเดิม เนื่องจากพระราชวังเดิมและกรุงธนบุรีมีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแลรักษา

ประตูทางเข้า พระราชวังเดิม

ศาลศรีษะปลาวาฬ

ในระหว่างการขุดสำรวจครั้งล่าสุด ได้พบฐานอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณพื้นที่ที่อยู่ระหว่างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางเอกสารประกอบแล้วสันนิษฐานว่า เป็นซากของอาคารศาลศีรษะปลาวาฬเดิม ที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแ ละได้พังลงในคืนวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2443 ซึ่งเป็นคืนที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์สิ้นพระชนม์

รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารหลังเดิมของศาลปลาวาฬ ตามที่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นอาคารโถงแบบจีน ส่วนศาลศีรษะปลาวาฬหลังปัจจุบันทางมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ได้ปรึกษากับกรมศิลปากร และเห็นชอบให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2542 บนฐานของศาลหลังเดิมที่ได้ขุดพบเพื่อใช้เป็นที่ จัดแสดงกระดูกศีรษะปลาวาฬ (ที่ได้พบอยู่ใต้ถุนศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในคราวสำรวจพื้นที่ทางโบราณคดีในช่วงการบูรณะครั้งล่าสุด) รูปแบบของอาคารหลังปัจจุบันได้ ประยุกต์ให้เหมาะสมกับอาคารโบราณสถานโดยรอบโดยยังคงรูปแบบเป็นเก๋งจีน

พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีพระราชสมภพที่นี่ 3 พระองค์

พระราชวังเดิม ยังเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี 3 พระองค์ ทรงมีพระราชสมภพ ซึ่งทุกพระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ขณะยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร) ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ป้อมวิไชยประสิทธิ์

แม่น้ำเจ้าพระยา

นักท่องเที่ยวชาวจีนกำลังนั่งเรือมาปล่อยปลา

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ปัจจุบันที่นี่อยู่ในความดูแลของ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม และ กองบัญชาการกองทัพเรือ

การติดต่อขอเข้าชม

โดยปกติการเยี่ยมชมจะต้องเข้าเที่ยวชมเป็นหมู่คณะ และทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 1 -2 สัปดาห์ มีค่าธรรมเนียมบำรุงโบราณสถานภายพระราชวังเดิม ผู้ใหญ่ 100.-เด็ก 60.- บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม หรือโทรศัพท์ 0 2475 4117, 0 2466 9355 และ 0 2472 7291

ที่ตั้ง กองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600

การเดินทางไป พระราชวังเดิม

– รถโดยสารประจำทาง สายที่ผ่าน 40 56 57 149 177 710

– ทางเรือ : ลงท่าวัดอรุณ (Wat Arun Pier) โดยเรือโดยสารข้ามฟากมาจากท่าเตียน มายังท่าวัดอรุณราชวราราม (ท่ายายเผือก) ค่าโดยสารท่านละ 4 บาท

– รถส่วนตัว วันเสาร์-อาทิตย์ สามารถจอดภายในบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ วันธรรมดาจอดบริเวณวัดใกล้เคียง

เว็บไซต์ www.wangdermpalace.org , Facebook : มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม

**ขอความร่วมมือประชาชนให้แต่งกายสุภาพ งดสวมรองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น**

สถานที่แนะนำเพิ่มเติมให้ไปเที่ยวชม : วัดอรุณราชวราราม , วัดโมลีโลกยาราม และอื่นๆ www.wangdermpalace.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...