ทิ้งขยะใส่ด้วยรักและเคารพ - อุ๋ย นที เอกวิจิตร์
ในชีวิตคนเราที่เติบโตขึ้นมา ส่วนใหญ่แล้วเราก็ไม่ได้เติบโตมาคนเดียวโดดๆ แต่เราก็ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นสิ่งอื่นในวันที่เรายังยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้เพื่อให้เรามีชีวิตรอดจนถึงช่วงวัยที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ไม่ว่าเราจะโตขึ้นแค่ไหนก็ตาม บ่อยครั้งเราก็ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณในการดำเนินชีวิต
วัฒนธรรมหรือประเพณีในหลายๆประเทศทั่วโลกก็จะมีวันที่ให้แสดงความระลึกถึงและขอบคุณต่อบุคคลเหล่านั้น เพื่อเตือนใจและให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่เราต้องพึ่งพิงพึ่งพา
วัฒนธรรมโบราณมักจะเปรียบเทียบธรรมชาติเป็นบุคคลหรือเทพเจ้าเพื่อให้รู้สึกเป็นรูปธรรมเห็นเป็นภาพจินตนาการได้ อย่างเช่น แม่โพสพที่เป็นตัวแทนของข้าวและพืชพันธ์ธัญญาหาร พระแม่คงคาที่เป็นตัวแทนของแม่น้ำลำคลอง
กุศโลบายเหล่านี้มีเพื่อให้มนุษย์รู้จักเคารพธรรมชาติ เพราะเรายังต้องดื่มกินน้ำและพืชพันธ์ธัญญาหารจากธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา ร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำกว่า 70% มนุษย์เรายังต้องบริโภคน้ำและอาหารจากธรรมชาติและขับถ่ายออกวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ ดังนั้นเราคือธรรมชาติและธรรมชาติคือเรา อากาศที่เราหายใจเข้าออกตลอดเวลาก็เช่นเดียวกัน
นั่นหมายความว่าถ้าอากาศดี น้ำดี อาหารดีร่างกายเราก็ดีตามไปด้วย อากาศไม่ดี น้ำไม่ดีอาหารไม่ดีร่างกายก็ไม่ดีตามไปด้วย อันนี้เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ใครใครก็ทราบกัน มันคงเป็นเหตุผลที่คนโบราณบอกว่าธรรมชาติคือสิ่งที่มนุษย์ควรจะต้องเคารพ จึงสมมติเป็นเทพต่างๆนาๆขึ้นมา
ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ชาวเอเชียตะวันออกเชียงใต้แถบลุ่มแม่น้ำโขงอย่างประเทศไทยเราก็จะมีเทศกาลที่แสดงความระลึกถึงเพื่อขอขมาและขอบคุณต่อพระแม่คงคา หรือเทพเจ้าแห่งน้ำ (ที่มนุษย์อย่างเรามีส่วนประกอบในร่างกายกว่า 70% ) ด้วยการสร้างความสวยงามสว่างสไว (เพราะในยุคนั้นยังไม่มีไฟฟ้า) ด้วยการเผาเทียนเล่นไฟและทำประทีปโคมลอยทั้งในน้ำและอากาศ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณต่อสิ่งนั้น ๆ ตามความเชื่อ
แต่ในยุคปัจจุบันที่ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นและสภาพพูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมแย่ลงเรื่อยๆจนเข้าขั้นวิกฤต ประเพณีการขอบคุณและระลึกถึงธรรมชาติด้วยวิธีการเดิม ๆ ก็ยังคงใช้ต่อ ๆ กันมา โดยที่ไม่ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
ถ้าพระแม่คงคามีจริง ท่านคงอยากถามมนุษย์ชาวไทยว่า “ถามเราก่อนไหมว่าอยากให้แสดงความรักกันด้วยวิธีนี้หรือเปล่า ขอบคุณเราทีไรเราเละเทะทุกทีเลย”
ถึงทุกวันนี้จะมีการรณรงค์ให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำกระทง แต่ด้วยปริมาณความรักของคนไทยที่มีต่อพระแม่คงคามีจำนวนมากมายมหาศาล วัสดุจากธรรมชาติจำนวนมากผิดปกติที่ลงไปในน้ำพร้อม ๆ กัน ก็ทำให้พระแม่คงคาเน่าได้
ยุคสมัยเปลี่ยนไปเราคงต้องเปลี่ยนวิธีการแสดงออก ในการขอบคุณและขอโทษต่อพระแม่คงคาด้วยการไม่สร้างเหตุที่ทำให้ท่านเน่าเสีย
และร่วมแก้ไขโดยการ ช่วยกันเก็บขยะบนบกก่อนจะไหลลงแม่น้ำลำคลอง คงจะโรแมนติกไม่น้อยถ้าคู่รักที่คิดจะไปลอยกระทงร่วมกันเปลี่ยนเป็นมาร่วมกันเก็บขยะในวันลอยกระทงเป็นความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อตัวเองและผู้คนที่ได้พบเห็น
เป็นประโยชน์ ไม่มีโทษกับใคร
วันเพ็ญเดือน 12 ปีนี้ ลองมาลอยความเชื่อเดิม ๆ ทิ้งไป แล้วมาขอบคุณและขอภัยกับพระแม่คงคาด้วยวิธีการใหม่ ๆ ที่น่าจะถูกใจพระแม่คงคาในยุคที่ขยะท่วมโลกดีกว่านะครับ