โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

40 กุนซือญี่ปุ่นหนุนหุ่นยนต์ ค่ายจีนตามติดปักธงอีอีซี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2562 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2562 เวลา 04.42 น.
แฟ้มภาพ

เมติขนทัพ 40 บริษัทบิ๊กเนมญี่ปุ่น นั่งที่ปรึกษาหน่วยงานไทย เร่งเครื่องอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ สร้างระบบ-วิศวกร คาด 5 ปีลงทุน 3 แสนล้าน ยอดขอ BOI ไตรมาสแรกเพิ่มพรวดทะลุ 300% “SIASUN Robot” ค่ายจีนเล็งที่ดิน EEC อีก 1,200 ไร่ ผุด Smart Industrial Park 

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานแนวโน้มการลงทุนพัฒนาต่อยอดธุรกิจโดยใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหุ่นยนต์-ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่าง ๆ “เริ่มขยับเพิ่มสูงขึ้น” จากสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่า ในช่วง 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2562 โครงการเกี่ยวกับเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์มี 4 โครงการ เพิ่มขึ้น 300% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีเพียง 1 โครงการ ขณะที่มีมูลค่าการลงทุน 737 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8,089% จากปีที่แล้วมีการลงทุนเพียง 9 ล้านบาทเท่านั้น

นายชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวว่า นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไปเมื่อปี 2560 นั้น ถือเป็นแรง “กระตุ้น” ให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุน รวมถึงนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ล่าสุดในเดือนมิถุนายนนี้กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญจาก 40 บริษัทญี่ปุ่น อาทิ Mitsubishi Electric System & Service, Sanmei Mechanical, Synergy-system, Takamaru Engineers, University of Tokyo, University of Tsukuba, HCI, BYNAS, TAIHO, TAIHO Industrial ได้เตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์เข้ามาเป็นที่ปรึกษาทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของไทย

“ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะเข้ามาแนะนำแต่ละอุตสาหกรรมควรใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแบบไหน ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร ลดต้นทุนได้เท่าไร คุ้มทุนในอีกกี่ปี และจะยังเป็นคนประสานดึงบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในประเทศไทยหันมาใช้ระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หรือให้ไทยเป็นซัพพลายเชน ซึ่งเป็นการสร้างดีมานด์ในประเทศ จากนั้นก็จะเข้ามาลงทุนตัวหุ่นยนต์ในไทยต่อไปในอนาคต ตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการขยายการลงทุนให้ถึง 300,000 ล้านบาทใน 5 ปี (2560-2564) เริ่มจากทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ต้องมาก่อน ตามมาด้วยผู้พัฒนาระบบ (system integrator : SI) จากนั้นเราจะเห็นบริษัทผลิตหุ่นยนต์ทั้งตัวตามมาในอนาคต” นายชิตกล่าว

ที่ผ่านมา BOI ได้พิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์-ปัญญาประดิษฐ์ไปแล้ว 4 ราย จากผู้ที่มายื่นขอทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วย 1) บริษัทนาชิ ตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนแขนกลใน จ.ระยอง 2) บริษัทแองก้า เปิดสำนักงานที่ศรีนครินทร์และตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนแขนกลที่ จ.ระยอง 3) บริษัท Yaskawa ผลิตชิ้นส่วนประกอบ และล่าสุด 4) บริษัท SIASUN Robot จากจีน ซึ่งได้เข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC ตั้งแต่ปี 2561 ต้องการพื้นที่ 1,200 ไร่ ใน EEC เพื่อลงทุนโครงการ Smart Industrial Park โดยจะสร้าง platform industrial 4.0 ซึ่งเป็นระบบบริการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติครบวงจรทั้งหมด โดยเบื้องต้นน่าจะลงทุนส่วน system integrator (SI) ก่อน

แนะ SCG-CPF ใช้ พ.ร.บ. EEC

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนของกลุ่มบริษัทผู้ใช้หุ่นยนต์ (demand side) ซึ่งพยายามจะยื่นขอ BOI เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต แต่ไม่สามารถขอรับส่งเสริมได้เนื่องจากคำขอผิดเงื่อนไข โดยเป็นกิจการที่ไม่รับการสนับสนุนภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่แล้ว อาทิ กรณีของ SCG กลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์ในกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริม เนื่องจากไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรืออย่างกรณีของ CPF เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้านพลังงานนั้น ล่าสุดเพื่อให้กลุ่มบริษัทเหล่านี้สามารถลงทุนใช้หุ่นยนต์ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ จึงมีการจัดทำข้อเสนอให้ยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้ พ.ร.บ. EEC แทน พ.ร.บ. BOI แต่มีเงื่อนไขว่า ทุกโครงการจะต้องลงทุนอยู่ในเขต EEC เท่านั้น

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, สิ่งทอ, อาหาร, เซรามิก, ยาง ได้นำระบบหุ่นยนต์เข้ามาปรับเปลี่ยนใช้ในโรงงานมากขึ้น เพื่อลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งแต่ละโรงงานมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนหุ่นยนต์ประมาณ 800,000 บาท/ตัว คุ้มทุนภายในเวลา 16-18 เดือน โดยแผนการส่งเสริมในอนาคตทางสถาบันไทย-เยอรมันจะให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) ทำหน้าที่บริหารจัดการ-สนับสนุนและเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานเอกชนในต่างประเทศพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบ รวบรวมที่ปรึกษาเพื่อแนะนำให้ผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผู้ผลิต โรงงานรู้ว่าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติประเภทใดที่เหมาะสมกับโรงงานตนมากที่สุด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ CoRE ดำเนินงานมาในปี 2561-2562 มีโรงงานปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตโดยนำระบบอัตโนมัติมาใช้ 229 โรง ผู้ประกอบการ 65 ราย ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวม 9,641 ล้านบาท และมีผู้ขอสินเชื่อ SMEs เพื่อปรับระบบรวม 20 ราย มูลค่า 123.5 ล้านบาท มี SI ได้รับการอบรมและพัฒนาแล้ว 100 ราย มีต้นแบบหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาแล้ว 5 ต้นแบบ มีสมาชิกหน่วยงานเครือข่าย 15 แห่ง รวมถึงมีบุคลากรหรือผู้ใช้ 610 คน ก็ได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาตามโปรแกรม คาดว่าหลังจากการเปิดตัว Industrial Transformation Platform (ITP) ภายใต้โครงการ Robotic Cluster Pavilion ที่จะมีขึ้นในงาน MANUFACTURING EXPO 2019 โดยบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ในระหว่างวันที่ 19-22 มิ.ย.นี้ จะทำให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ สร้างโอกาสให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

ศึกษารอบคอบก่อนถูกหลอก

ด้านนายกัมปนาท ตันพิทักษ์สิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท ซิสเต็ม จำกัด ผู้ประกอบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสัญชาติไทยที่ทำงานให้กับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกมากว่า 10 ปี กล่าวว่า ในปี 2561 ยอดขายของบริษัทขยายตัว 102% และ 4 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-ปัจจุบัน) เติบโตกว่า 100% โดยปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 140-150 ล้านบาทจากการที่ประเทศไทยมีความตื่นตัวในการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนแรงงานจำนวนมาก โดยมีบางอุตสาหกรรมพลิกจากไม่เคยใช้ระบบอัตโนมัติก็หันมาใช้ในทันที

ที่ผ่านมาการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้มักประสบปัญหาผู้ใช้ไม่มีความรู้ในการเลือกซื้อหรือขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ดังนั้น จึงอยากให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีนโยบายหรือโครงการที่เข้ามาช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจถึงการเลือกซื้อหุ่นยนต์ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมตนเอง เพราะหากไม่มีความรู้อะไรเลย บางครั้งลงทุนซื้อหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาแล้ว “กลับใช้งานไม่ได้ ไม่ตรงตามความต้องการ” และบางกรณีโดน “หลอก” จากผู้ขายในต่างประเทศ นับเป็นปัญหาแรกที่พบสำหรับผู้ใช้อย่างมาก

ขณะเดียวกัน ควรมีการตั้งศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติโดยเฉพาะ โดยนำผู้เชี่ยวชาญเอกชนมาเป็นที่ปรึกษาและมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ซื้อ ซึ่งขณะนี้มีโครงการการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำหน้าที่ลักษณะนี้อยู่ “แต่ยังไม่ครอบคลุม” ดังนั้น รัฐบาลควรมีโครงการดังกล่าวมากกว่านี้ และควรมีศูนย์หลักขึ้นมาอีก 1 แห่งที่ผู้ซื้อสามารถเข้ามาหาความรู้ ฟังการชี้แนะ หรือขอคำปรึกษาได้ โดยใช้ชาวต่างชาติที่เก่งด้านนี้และต้องการเกษียณที่ไทย เช่น ญี่ปุ่น จ้างเข้ามาเป็นที่ปรึกษา

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...