โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าตามภูมิภาค นักลงทุนรอผลประชุม FED

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2563 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 11.09 น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563  ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/6) ที่ระดับ 31.26/28 บาท ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (9/6) ที่ระดับ 31.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้มีการเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ประจำเดือนเมษายน พบว่าตัวเลขดังกล่าวลดลงมากกว่า 965,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 5.0 ล้านตำแหน่ง ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 และสำหรับอัตราการเปิดรับสมัครงานได้ลดลงสู่ระดับ 3.7% ในเดือนเมษายน จากระดับ 3.8% ในเดือนมีนาคม โดยการร่วงลงของตัวเลขการเปิดรับสมัครงานดังกล่าว ได้บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีที่จะสามารถฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้

พร้อมทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) ได้มีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อม ได้ปรับตัวขึ้น 4.5 จุด สู่ระดับ 94.4 ในพฤษภาคม โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 92.1

แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันจากการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ได้จัดขึ้นในวันที่9-10 มิถุนายน โดยนักลงทุนต่างจับตาดูผลการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะมีการแถลงในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี (11/6) ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม ที่ระดับ 0.00-0.25% และได้คาดากรณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะเปิดเผยแนวทางมากขึ้นในการประชุมครั้งนี้ เพื่อส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ใกล้ระดับ 0% ต่อไปอีก 2-3 ปี เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 โดยระหว่าง 31.12-31.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้านี้ (10/6) ที่ระดับ 1.1344/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/6) ที่ระดับ 1.1256/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าวันนี้ได้มีการเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส ประจำเดือนเมษายน ได้ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ -20.1% จากระดับ -16.20% ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่จะอยู่ที่ระดับ -20.0% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1332-.1375 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1360/61

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/6) ที่ระดับ 107.69/70 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/6) ที่ระดับ 107.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน ที่ยังคงจับตาดูผลการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีการเปิดเผย ราคาค้าส่งประจำเดือนพฤษภาคม ได้ปรับตัวลดลง 2.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 43 เดือน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลง อันเป็นผลมาจากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.28107.88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.33/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (CPI) ของสหรัฐ (10/6), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลี, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ (11/6), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สหราชอาณาจักร, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร, ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหราชอาณาจักร และยูโรโซน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนของสหรัฐ (12/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.2/-1.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...