โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนมจีบ (ไทย) ต้นตำรับจากขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์ ของว่างโบราณอายุสองร้อยกว่าปี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 17.02 น.
ขนมจีบไทย (ภาพจาก Youtube : krajokhokdan, “กระจกหกด้าน” ตอน “ของว่างห่อไส้”)

ขนมจีบไทย หรือ “ขนมจีบ” อย่างไทย ๆ นิยมทำเป็นอาหารว่าง ทั้งทำเป็นของคาวและของหวาน ปรากฏผู้มีชื่อเสียงในการทำขนมจีบคือ พระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี หรือที่รู้จักว่า ‘เจ้าครอกวัดโพธิ์’ ดังมีประโยคที่พูดกันสืบมาว่า “ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่ ขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์”

ขนมจีบไทยต้นตำรับคือขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์?

ขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์ นี้ ก็คือ ขนมจีบ ที่กรมหลวงนรินทรเทวีดัดแปลงขึ้นมา แต่จะดัดแปลงเมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏชัด สันนิษฐานว่าแต่เดิมคงเรียกขนมไส้หมูบ้าง ขนมไส้ไก่บ้าง แต่ด้วยรูปลักษณ์การปั้นแป้งเป็น ‘จีบ’ แล้ว คงนิยมเรียกขนมจีบกันในภายหลัง

กรมหลวงนรินทรเทวีทรงเป็นพระกนิษฐาต่างพระชนนีในรัชกาลที่ 1 และทรงเป็นพระชายาในกรมหมื่นนรินทร์บริรักษ์ มีวังอยู่บริเวณท้ายพระบรมราชวัง บริเวณข้างวัดโพธาราม หรือวัดพระเชตุพนฯ ในปัจจุบัน จึงนิยมเรียกกรมหลวงนรินทรเทวีว่า “เจ้าครอกวัดโพธิ์”

ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ อธิบายขนมจีบของกรมหลวงนรินทรเทวีไว้ว่า“…ตามพระเจ้าราชวรวงษ์เธอกรมหลวงบดินทร์ไพศาลโสภณ ทรงเล่านิพนธ์ไว้ว่า เจ้าครอกวัดโพธิ์ซึ่งภายหลังมีพระนามว่ากรมหลวงนรินทรเทวีนั้น มีฝีมือปั้นทำขนมจีบเลื่องลือว่าทำดีกว่าทุก ๆ แห่ง ลูกหลานข้าไทยที่เปนผู้หญิงมีฝีมือปั้นขนมจีบดีทุกคน แผ่แป้งจนแลเห็นไส้ ปั้นลูกเขื่อง ๆ กว่าขนมจีบ

ทุกวันนี้ ฝีมือผัดไส้ก็โอชารส ถึงเนื้อหมูมากกว่ามัน บริโภคได้มาก ๆ ไม่เลี่ยน ท่านทำขนมจีบตั้งเครื่องในรัชกาลที่ 1 และท่านอยู่มาจนรัชกาลที่ 2 เว้นเดือนหนึ่งสองเดือนบ้าง ก็เสด็จเข้าไปเฝ้าครั้งหนึ่ง ทรงทำขนมจีบไปตั้งเครื่องถวาย ขนมจีบบรรจุชามลายทองกรอกสี ข้างในชามหนึ่งก็เพียงจุประมาณ 50 ลูก รองพานถมดำผูกผ้าแดงให้ข้าหลวงเชิญตามเสด็จขึ้นไปพร้อมกับเจ้าครอกทองอยู่ ตั้งเครื่องทั้งวังหลวงและวังน่า…”

ขนมจีบนับว่าเป็นเครื่องเสวยที่มีสำคัญมากประเภทหนึ่ง คงทำกันอย่างแพร่หลายในวัง ดังปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ว่า

ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพ์ประพาย

นึกน้องนุ่งจีบกราย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

และพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ว่า

ขนมจีบเจ้าช่างทำ ทั้งน้ำพริกมะมาดแกม

มะเฟืองเป็นเครื่องแกล้ม รสเหน็บแนมแช่มชูกัน

กรมหลวงนรินทรเทวี เป็นเจ้าของขนมไส้หมูหรือขนมจีบนี้มาแต่ดั้งเดิม บรรดาหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์และข้าราชบริพารในพระองค์ก็ได้ฝึกหัดทำขนมจีบมากันอย่างดีทั้งสิ้น ขนมจีบของพระองค์จึงแพร่หลายปรากฎสืบมาทุกรัชกาล เมื่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ‘เจ้าปี’ ซึ่งเป็นหลานของพระองค์ ก็ยังได้เข้าไปทำราชการเป็นช่างปั้นขนมจีบเครื่องเสวย ตำรับขนมจีบของกรมหลวงนรินทรเทวีก็ได้รับการถ่ายทอดติดต่อกันเรื่อยมา รวมทั้งลูกหลานข้าราชบริพารในวังของพระองค์ ก็ล้วนแต่มีความรู้ความสามารถขนมจีบสูตรนี้เช่นกัน

ขนมจีบชนิดนี้มิได้มีลักษณะอย่างขนมจีบทั่ว ๆ ไป (ที่ใช้แป้งเกี๊ยวสีเหลืองสำเร็จรูป) โดยขนมจีบอย่างไทยนี้จะมีลักษณะภายนอกคล้ายรูปนก เนื่องจาก“…ปั้นหัวขึ้นไปให้แหลมสูง แล้วจึงหักปลายหยิบเปนหงอนไว้นิดหนึ่ง…” แป้งทำมาจากแป้งญวณหรือเรียกว่าแป้งขนมจีบ มีสีขาวขุ่น การจีบแป้งก็จะจีบด้วยมืออย่างประณีตบรรจง มิได้จีบด้วยคีมหรืออุปกรณ์ช่วยจีบ ตำราแม่ครัวหัวป่าก์ยังบอกอีกว่า ขนมจีบ ของกรมหลวงนรินทรเทวีต้องรับประทานร้อน ๆ จึงจะรับประทานดี หรือลองรับประทานกับผลตะลิงปลิงและน้ำพริกลาวแก้เลี่ยน ก็มีผู้ชอบรับประทานเช่นนี้หลายคน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : วิธีทำขนมจีบสามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์วชิรญาณ (คลิก)

อ้างอิง :

แม่ครัวหัวป่าก์, จาก https://vajirayana.org/แม่ครัวหัวป่าก์

กระยานิยาย. เขียนโดย ส. พลายน้อย, สำนักพิมพ์มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 พฤษภาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขนมจีบ (ไทย) ต้นตำรับจากขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์ ของว่างโบราณอายุสองร้อยกว่าปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...