โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุ้น BOI เพิมสิทธิพิเศษหุ่นยนต์ ให้โรงงานผู้ผลิตยกเว้นภาษีบวกเพิ่มอีก 5 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 03.30 น.

อุตฯ เตรียมอัดแพ็กเกจใหม่ เว้นภาษีผู้ผลิตที่ใช้หุ่นยนต์อีก 5 ปี หุ่นยนต์สร้าง พร้อมจับมือ 9 หน่วยงานตั้ง “ศูนย์ CoRE” กระตุ้นลงทุน ส่วนเอกชนไทย 6 รายรอลุ้นบอร์ดบีโอไอเคาะแพ็กเกจใหม่ก่อนเทงบฯ ลงทุน 12,000 ล้าน

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้หารือ เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ผลิตที่ลงทุนในประเทศ ประเภทแขนกลประมาณ 4-5 ราย และผู้ผลิตระบบ system integrator (SI) ประมาณ 100 ราย ที่กำลังจะลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ระบบภายในไปสู่การใช้ automation และ SI หรือจากผู้ผลิตมาสู่การเป็นผู้ใช้

โดยเบื้องต้นคาดว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะพิจารณาเพิ่มการ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก 5 ปีจากเดิมที่เคยได้รับ 8 ปี เนื่องจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเดิมที่ให้เห็นชอบไปแล้วนั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงส่วนของผู้ผลิตมาสู่ผู้ใช้มาตรการ หากพิจารณาให้สิทธิประโยชน์เพิ่มจะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมากขึ้น

พร้อมกันนี้ ทางคณะทำงานยังได้ “ทบทวน” มาตรการการดำเนินงานที่ดำเนินการไปแล้วและปรับมาตรการใหม่ที่จะเริ่มใช้เป็นภาคปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงภายในปีนี้ โดยล่าสุดเตรียมจัดตั้ง หน่วยงาน Center of Robotic Excellence (CoRE) เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้งานหุ่นยนต์ด้านต่าง ๆ โดย CoRE จะประกอบไปด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, BOI, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , สมาคมเครื่องจักรกลระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

เบื้องต้นจะช่วยกลุ่มเป้าหมายประมาณ 500 รายในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป, อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร/เกษตรอัจฉริยะ (smart farming), อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ จะได้สิทธิประโยชน์สามารถซื้อหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติราคาไม่เกิน 450,000 บาท/ตัว พร้อม platform และได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อหุ่นยนต์จากธนาคารพาณิชย์ ได้รับการวิเคราะห์ทางด้านวิศวกรรมได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษา/ฝึกอบรมประมาณ 150 ราย

นายศิริรุจ กล่าวถึงความคืบหน้าของนักลงทุนที่แสดงความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ขณะนี้ได้เริ่มทยอยลงทุนแล้ว โดยในส่วนของ6 บริษัท (ตารางประกอบ) ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนถึง 12,000 ล้านบาทนั้น “กำลังอยู่ระหว่างการรอให้แพ็กเกจหุ่นยนต์ผ่านบอร์ด BOI อีกรอบอย่างเป็นทางการ เมื่อนิ่งแล้วเชื่อว่าจะทำให้เห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น”

ด้านรศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน คณะอนุกรรมการคลัสเตอร์หุ่นยนต์ กล่าวว่า

ทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตอย่างเช่น บริษัท Kuka ของเยอรมัน, บริษัท Yaskawa ของญี่ปุ่น, บริษัท ABB ของสวีเดนและสวิตเซอร์แลนด์นั้น ยังคงเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ขณะเดียวกันนักลงทุนดังกล่าวเคยแสดงความสนใจการลงทุนแล้วเช่นกัน

“ตอนนี้ถ้าการใช้หุ่นยนต์เกิดในประเทศมากขึ้น ส่วนของผู้ผลิตจะเข้ามาลงทุนแน่นอน ระหว่างนี้จะเป็นช่วงของการสร้างตลาด demand ขึ้นในประเทศก่อน ดังนั้นโรดแมปและมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมในแนวประชารัฐจึงยังคงกำหนด 3 ส่วนหลักคือ การกระตุ้นอุปสงค์ การสนับสนุนอุปทาน และการพัฒนาบุคลากร” รศ.ดร.ชิตกล่าว

สำหรับมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ได้ดำเนินงานแล้ว ประกอบด้วย ในส่วน BOI จะทบทวนและปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ในมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริการโดยการ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุนเป็นเวลา 3 ปีให้ครอบคลุมประเภทกิจการกลุ่ม B

ทั้งยังเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ในกรณีการใช้เครื่องจักรที่มีการเชื่อมอยู่หรือสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรระบบอัตโนมัติในประเทศไม่น้อยกว่า 30% ของมูลค่าเพิ่มจากที่มีการปรับเปลี่ยนให้ได้รับการ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุนเป็นเวลา 3 ปี

ตลอดจนเพิ่มกิจการผลิตเครื่องจักรและ/หรืออุปกรณ์อัตโนมัติที่มีการออกแบบทางวิศวกรรม และขั้นตอนการผลิตและออกแบบระบบอัตโนมัติออโต (automation system integration : SI) รวมถึงขั้นตอนการออกแบบระบบควบคุมการปฏิบัติงานด้วยระบบสมองกล ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนในระดับ A1

ทั้งนี้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้รับอนุญาตให้สามารถขอใช้ กองทุนเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุดถึง 15 ปี กระทรวงการคลัง (สำนักเศรษฐกิจการคลัง) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้สิทธิประโยชน์ในการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า

ขณะที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) พิจารณาให้ผู้ประกอบการที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตด้วยการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อยู่ในขอบข่ายการพิจารณาส่งเสริมเป็นพิเศษในการใช้กองทุนพัฒนา SMEs แล้ว ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดมีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติเงินกู้จากกองทุนแล้ว 3 ราย รวมวงเงิน 10.4 ล้านบาท นอกจากนี้ (กสอ.) ยังได้ตั้งศูนย์เรียนรู้กระบวนการผลิต (LASI) ร่วมกับบริษัท DENSO ด้วย

ส่วนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และกระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร ให้สิทธิ “ยกเว้น” อากรขาเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์ฯ พิกัด 12 กลุ่ม รวมถึงลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรเป็นการเฉพาะสำหรับชิ้นส่วนที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (มาตรา 12 พ.ร.บ. พิกัดศุลกากร พ.ศ. 2530)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...