โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคลิปวินาทีคุณแม่ “ไวท์ ณวัชร์” ถูกคู่กรณีตบหน้า ด้านคุณพ่อเผยถูกตำรวจโทรห้ามพูดออกสื่อ

daradaily

อัพเดต 02 ส.ค. 2564 เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 13.30 น.

เปิดคลิปวินาทีคุณแม่ “ไวท์ ณวัชร์” ถูกคู่กรณีตบหน้า ด้านคุณพ่อเผยถูกตำรวจโทรห้ามพูดออกสื่อ

            กับกรณีที่ก่อนหน้าทางนักแสดงอย่างหนุ่ม“ไวท์ ณวัชร์ พุ่มโพธิ์งาม” ได้มีการโพสต์เล่าเหตุการณ์บนท้องถนนของคุณพ่อกับคุณแม่หลังท่านถูกขับรถปาดหน้าและมาเบรกจนทำให้รถไปชนท้ายคู่กรณีจากนั้นได้ลงมาต่อยคุณพ่อและตบหน้าคุณแม่กลางถนน พร้อมทั้งยังได้โยนทรัพย์สินของคุณแม่ลงสะพานก่อนถอยรถชนและขับหนีทำให้เจ้าตัวได้มีการเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีพร้อมยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุดตามที่ได้ทราบกันไป  

อ่านข่าวต่อ : เปิดแชทคู่กรณี “ไวท์ ณวัชร์” ส่งข้อความขู่-คุกคาม ลั่นแรงใส่แบบนี้

           โดยล่าสุดทาง “ไวท์ ณวัชร์” พร้อมครอบครัวได้ออกมาเปิดใจสัมภาษณ์ผ่านรายการ โหนกระแส ซึ่งได้มีการนำคลิปวิดีโอกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นขณะที่คู่กรณีกำลังทำร้ายร่างกายคุณพ่อของ “ณวัชร์” และมีทางคุณแม่มาเข้ามาพยายามห้ามกันตัวคุณพ่อออกไปแต่กลับโดนคู่กรณีตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง

          พร้อมกันนี้ยังมีบางช่วงในรายการที่ทางคุณพ่อของ “ไวท์ณวัชร์” ได้เผยว่า หลังจากที่มีข่าวออกไปได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย โทรมาหาตนและห้ามว่าอย่าเพิ่งไปออกสื่อมันไม่ดีเหตุเพราะพ่อแม่ของคู่กรณีเขาใหญ่โตทั้งสำนวนคดียังไม่เสร็จการไปออกพูดออกสื่อมันไม่ถูก

          ซึ่งทางคุณพ่อได้บอกว่า ทำไมถึงจะออกไม่ได้เพราะตนเป็นฝ่ายถูกกระทำหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นณ.ตอนนั้นตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวก็บอกว่า อย่างงั้นก็แล้วแต่นะแต่ตนเป็นกลางอีกด้วย 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...