โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Landokmai วงดนตรีที่สร้างงานเพลงซึ่งอยากให้คนฟัง มองเห็นสิ่งสวยงามที่อยู่รอบตัว

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 07.14 น. • BLT Bangkok

สัมผัสเรื่องราวการเติบโตในชีวิต และการทำงานเพลงของ “อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ)” และ “แอนท์-มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์, คอรัส)” สองสาวแห่งวง “Landokmai” ที่ต้องการส่งพลังบวก และชวนทุกคนมามองเห็นสิ่งสวยงามต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ผ่านงานเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอ

จุดเริ่มต้นของวง Landokmai มาจากความบังเอิญ !

แอนท์ : Landokmai เริ่มมาจากเรากับอูปิมได้เข้ามาเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน และเป็นรูมเมทกันด้วยค่ะ โดยเราเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ส่วนอูปิมมาจากเชียงใหม่

เรียกว่าเป็นการมาเจอกันได้ ด้วยความบังเอิญของคณะที่เขาส่งอีเมลมาผิด เป็นแบบฟอร์มกรอกข้อมูลส่วนตัวของอูปิม แล้วตอนนั้นเราเข้ามาที่วิทยาลัยฯ คนเดียว แบบไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกันเลย ก็กลัวไม่มีเพื่อนวันปฐมนิเทศ เลยเอาเบอร์โทรศัพท์อูปิมไปแอดไลน์ แล้วก็ได้คุยกันตั้งแต่นั้นมาค่ะ

การโคฟเวอร์เพลง “อาวรณ์” ของ Polycat ที่ส่งให้ Landokmai เริ่มเป็นที่รู้จัก

แอนท์ : ตอนแรกที่เราได้ฟังเพลง “อาวรณ์” ของพี่ ๆ Polycat เรารู้สึกประทับใจมาก ทุกอย่างมันเพอร์เฟกต์ไปหมดกับการทำดนตรี ก็เลยชวนอูปิมมาโคฟเวอร์เพลงนี้กันค่ะ แล้วก็ปล่อยวันถัดมาหลัง เพลงอาวรณ์ ออกมาเลยค่ะ ทีนี้พอเราปล่อยไปหลังจากกระแสเพลงกำลังได้รับความนิยม คนก็เลยเข้ามาฟังกันเยอะค่ะ

“เก็บดอกไม้” เพลงแรกอย่างเป็นทางการของ Landokmai 

อูปิม : ตอนเราเริ่มเข้าปีสอง จะมีวิชาที่ต้องแต่งเพลงส่งปลายเทอม เราก็ลองขึ้นเพลงใหม่ ๆ กับแอนท์ จนตกตะกอนมาเป็น “เก็บดอกไม้” ซึ่งโดยส่วนตัวเรารู้สึกชอบมาก ก็เลยทำเพลงนี้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ เกิดเป็นเพลงแรกของ Landokmai ค่ะ

“On The Train” เพลงที่ได้แรงบันดาลใจมากจากภาพยนตร์ Before Sunrise 

อูปิม : เพลงนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Before Sunrise ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นหนังที่เจ๋งมาก และการพบกันครั้งแรกของคู่พระนางบนรถไฟ มันคือโมเมนต์ที่เราอยากเจอบ้าง เพราะรู้สึกว่ามันเป็นปาฏิหารย์ เราก็เลยอยากเขียนโมเมนต์พวกนั้นขึ้นมา เหมือนเป็นผู้กำกับ ที่บอกเล่าเรื่องราวของหนังเรื่องนี้สั้น ๆ ไว้ในเพลง “On The Train” ของ Landokmai

“The Diary” เพลงที่ได้รับทุนจากโครงการ TK Band ของ Fungjai

แอนท์ : เพลงนี้อูปิมขึ้นคอร์ดกับเมโลดี้มาก่อน โดยตอนนั้นเราอยู่ในโครงการ TK Band ของ Fungjai ซึ่งถ้าใครชนะ จะได้ทุนไปทำเพลง ก็เลยส่งไป จนได้ทุนมา แล้วเรากับอูปิมก็มาช่วยกันแต่งเพลงนี้จนสมบูร์ ซึ่งจริง ๆ ช่วงนั้นยังไม่มีค่ายสังกัดด้วยค่ะ

การทำงานของ Landokmai หลังได้มาสังกัดค่ายเพลง What The Duck   

อูปิม : การจัดการงานต่าง ๆ ดูง่ายขึ้นค่ะ จากแต่ก่อนที่แอนท์จะเป็นคนคอยทำงานหลังบ้านทั้งหมดด้วย แต่พอมาสังกัดค่าย What The Duck ทางค่ายก็จะคอยจัดการงานในส่วนนี้ให้ค่ะ

แอนท์ : คือเวลา Landokmai ไปขึ้นแสดง เราก็จะเป็นคนทำทุกอย่าง ทั้งเรื่องติดต่อร้าน จองโรงแรม การเดินทาง ดูบัญชี ฯลฯ แต่พอมาอยู่ What The Duck ค่ายก็จะเป็นคนคอยจัดการทุกอย่าง

และ What The Duck เขาไม่ได้จำกัดในเรื่องแนวทางการทำดนตรีเลย ก็เลยเป็นอะไรที่รู้สึกว่ามันดีขึ้นมาก ๆ จากตอนเป็นศิลปินอิสระ ทั้งช่วยให้เราทำงานเพลงกันได้อย่างสบายมากขึ้น

“Welcome Home” เพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนเลื่อนฟีดเฟซบุ๊กของอูปิม

อูปิม : เพลง “Welcome Home” เราได้แรงบันดาลใจมาจากตอนเลื่อนฟีดเฟซบุ๊กไปเรื่อย ๆ แล้วไปเจอคลิปของต่างประเทศ ที่แบบคุณพ่อเพิ่งกลับมาจากการไปรบ เลยสวมชุดทหารมาเซอร์ไพรส์ลูกที่โรงเรียน

แล้วก็มีแบบคลิปซึ้ง ๆ แนวนี้ อย่างคุณปู่รอคุณย่าอยู่ที่สนามบิน แล้วซ่อนดอกไม้ไว้ข้างหลัง พอเจอกันก็สวมกอดกัน

เราเลยรู้สึกว่าโมเมนต์การได้เจอกัน หลังจากไม่ได้พบกันมานาน มันอบอุ่นจังเลย ก็เลยหยิบประเด็นนี้มาพูดในเพลง “Welcome Home” ให้อารมณ์คนฟังแบบ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ

“ฉันเอง…นี่ไง” หนึ่งในผลงานเพลงของอัลบั้ม “Over The Sun” จาก Landokmai

อูปิม : เพลงนี้จริง ๆ เป็นเพลงที่เรา กับพี่โปรดิวเซอร์ของเราใช้สอบอ่ะค่ะ เป็นเพลงที่ต้องเอาไปส่งอาจารย์ ซึ่งมันเคยมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษมาก่อน แล้วเรารู้สึกเสียดาย เพราะเพลงนี้มันค่อนข้างมีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง เลยเกิดเป็น “ฉันเอง…นี่ไง” เวอร์ชันภาษาไทยขึ้นมาค่ะ

แอนท์ : “ฉันเอง…นี่ไง” มันเป็นเพลงที่เรารู้สึกว่าถ้าไม่หยิบมาทำ มันน่าเสียดายมาก และเป็นเพลงที่รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนได้ลองเปิดใจฟัง เพราะถึงแม้ว่ามันอาจจะดูยากในความรู้สึก แต่ว่าในรายละเอียดแต่ละอย่างที่เราใส่ลงไปในเพลง มันดูเป็นงานที่ค่อนข้างจะมีคุณค่าทางศิลปะชิ้นหนึ่ง

การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของสุนัขจิ้งจอก ในวรรณกรรมเจ้าชายน้อย ของเพลง “ฉันเอง…นี่ไง”   

อูปิม : ด้วยความที่เพลง “ฉันเอง…นี่ไง” มันมีความเป็นวรรณกรรมสูงมาก ทีมทำ MV ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องราวของเพลงนี้ ใน MV โดยใช้วรรณกรรมเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ซึ่งมันมีการสื่อสารที่สอดคล้องกับตัวเพลงพอดีเลยค่ะ

โดย “ฉันเอง…นี่ไง” ถ้าอ่านเนื้อเพลงดี ๆ จะพบว่ามันคือเพลงเศร้า ซึ่งตัว MV บอกเล่าถึงมุมมองของสุนัขจิ้งจอก ที่ถูกเจ้าชายน้อยทำให้เชื่อง ด้วยการมีพันธะกับเจ้าชายน้อย

แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าชายน้อย ก็ทิ้งสุนัขจิ้งจอก ไปหากุหลาบอยู่ดี เหมือนในโมเมนต์ของเพลงนี้ ที่เราแทนตัวเองเป็น สุนัขจิ้งจอก ซึ่งไม่ว่ายังไง เขาก็เลือกกุหลาบอยู่ดี

คอนเซปต์ในการทำงานเพลงของ Landokmai

อูปิม : การทำงานเพลงของ Landokmai เราจะเริ่มจากทำนองก่อน ก็จะหยิบกีตาร์มาสักตัว แล้วก็ฮัมออกมา พอเราเห็นภาพเมโลดี้พวกนั้นเป็นอะไร เราก็ค่อยยัดเนื้อร้องใส่เข้าไป

เราก็จะได้ทำนอง เมโลดี้ และคอร์ดมาให้แอนท์คร่าว ๆ ให้แอนท์กรองอีกทีว่ามันเวิร์กไหม แอนท์ชอบหรือเปล่า มันเข้าใจยากเกินไปไหม ซึ่งแอนท์จะเป็นคนคอยกรองทุกอย่าง ทำให้เพลงมันฟังง่ายขึ้นค่ะ

แอนท์ : จริง ๆ เราเหมือนเป็นคนช่วยเสริมให้งานเพลงของ Landokmai ออกมาเป็นที่เข้าใจง่ายสำหรับคนฟังมากขึ้น แต่โดยหลัก ๆ การขึ้นชิ้นงาน คนเริ่มจะเป็นอูปิมค่ะ

แต่ทั้งนี้ ในส่วนของพาร์ทดนตรี เราจะช่วยกัน และเหมือนหลัง ๆ มา เราจะแบบเริ่มตั้งเป้าหมายไว้ ว่าเราอยากทำแนวเพลงประมาณไหน และต้องให้มันบาลานซ์กับจุดตรงกลาง ที่จะคอยเชื่อมคนฟังส่วนใหญ่ กับพวกเรา

รายละเอียดต่าง ๆ ที่ Landokmai ให้ความสำคัญกับการทำเพลง

อูปิม : สำคัญมาก ๆ คือเนื้อร้องค่ะ ซึ่งรู้สึกว่าจุดนี้ ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการแต่งเพลงของเราอยู่ทุกวันนี้ เพราะเราจะเขียนเนื้อร้องยังไง ให้มันไม่ซ้ำซาก แต่คนฟังเข้าถึงได้ด้วย แล้วก็มีเรื่องของการทำดนตรีให้แปลกใหม่ ซึ่งสองส่วนนี้ยากมากค่ะ

แอนท์ : ด้วยความที่เราไม่อยากให้แต่ละเพลงที่ออกมามีความซ้ำซาก การทำงานมันเลยยากประมาณหนึ่งเลยค่ะ เหมือนบางเพลงจริง ๆ เราทำเสร็จกันมานานแล้วนะคะ แต่ว่าต้องมานั่งกรองกันใหม่อีกสักพัก กว่าจะเอามาปล่อยได้

การทำงานที่คิดถึงแฟนเพลงมากขึ้นของ Landokmai   

แอนท์ : เมื่อก่อนการทำงานเพลงของเรา ไม่เคยคิดถึงเรื่องแฟนเพลงเป็นหลัก แต่พอโตมาจนทุกวันนี้ เราเริ่มรู้สึกได้ว่าจริง ๆ แล้ว Landokmai มีส่วนที่อยู่ได้ด้วยแฟนเพลง ทุกวันนี้เราก็เลยเลือกที่จะให้ความสำคัญกับคนฟังของเรามากขึ้นค่ะ

อูปิม : เหมือนตอนนี้เราไม่ได้ทำเพลงเพื่อฟังกันเองอีกต่อไป เราต้องแคร์คนฟังของเราด้วยค่ะ

ถ้าอย่างนั้น นิยามเพลงของ Landokmai ทุกวันนี้ เป็นอย่างไร ?

แอนท์ : เพลงของ Landokmai คือการมองโลกในแง่ดีค่ะ อย่างเพลง “ฟ้า” ที่ดูเหมือนจะเศร้า เหมือนยังนึกข้างในว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายเราก็มารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นเพราะใจของคน

ที่ไม่มีวันเหมือนเดิม เหมือนกับท้องฟ้า มันก็เป็นการปลอบตัวเอง ให้มองโลกในแง่ดี แม้ว่ามันจะเป็นเพลงเศร้า

อูปิม : จริง ๆ แล้วเพลง Landokmai ทุกเพลง แต่งมาเพื่อให้คนคิดบวก ฟังแล้วอยากให้มีกำลังใจ หรือฟังแล้วอยากให้มองเห็นสิ่งสวยงามรอบตัว ซึ่งบางที มนุษย์เราหลายคนก็มักจะมองข้าม หรือไม่ได้นึกถึง โดยคอนเซปต์นี้ เป็นประเด็นหลัก ที่เราต้องการสื่อสารให้แฟนเพลงเลยค่ะ

“Over The Sun” อัลบั้มที่แสดงถึงการเติบโตในการทำงานเพลงของ Landokmai

อูปิม : ยังไงก็ขอฝากอัลบั้ม “Over The Sun” ของพวกเราสองคนไว้ด้วยนะคะ โดยจะมีถึง 4 เพลงให้ฟังกันเลยค่ะ ทั้ง Please be True,  ฉันเอง…นี่ไง, ฟ้า และOur Sunset หรือฟังเพลงอื่น ๆ ของเราเพิ่มเติม ได้ตามสตรีมมิ่งต่าง ๆ ทั่วไปเลยค่ะ

ติดตามผลงานทั้งหมดขอ“Landokmai” ได้ทาง FB : Whattheduck และ FB : LANDOKMAI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...