โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตว์เลี้ยง-อาหาร พื้นที่ทรงพลังใหม่ Influencer

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ย 2562 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 12.25 น.

WISESIGHT ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดีย เปิดตัวเลขจากรายงาน Thailand’s Influencer Performance Report พร้อมเจาะลึก “อินฟลูเอนเซอร์” ในไทยกว่า 1,500 ราย ย้ำชัด ๆ อีกครั้งว่า ปริมาณไม่การันตีคุณภาพ

“กล้า ตั้งสุวรรณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การใช้อินฟลูเอนเซอร์การตลาด เป็นเทรนด์ที่มาแรงในประเทศที่ใช้งานโซเชียลมีเดียสูง อาทิ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย ที่มีการใช้งานติดอันดับโลก

“การตลาดอินฟลูเอนเซอร์เติบโตสูงทั้งโลก โดย 63% ของแบรนด์วางแผนเพิ่มเงินในการทำอินฟลูเอนเซอร์ โดยทุกการใช้จ่าย 1 ดอลลาร์ บนการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ สามารถสร้างมูลค่ากลับมาได้ 5.20 ดอลลาร์ และในปีหน้า ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าราว 10,000 ล้านดอลลาร์”

และจากรายงาน Thailand’s Influencer Performance Report ซึ่งได้เก็บข้อมูลตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีนี้ จากอินฟลูเอนเซอร์ 1,500 ราย ที่มีผู้ติดตาม 50,000 คนขึ้นไป โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม จากผู้ติดตามและประสิทธิภาพเอ็นเกจเมนต์ ได้แก่ A+ มีสัดส่วน 10%, A สัดส่วน 30%, B 50% และ C สัดส่วน 10% เมื่อเทียบข้อมูลไตรมาสสองกับไตรมาสแรกพบว่า การโพสต์ทางเฟซบุ๊กอยู่ที่ 568,000 ข้อความ เพิ่มขึ้น 19%, อิสตาแกรม 71,000 ข้อความ ลดลง 7%, ทวิตเตอร์ 30,000 ข้อความ ลดลง 32% และยูทูบ 18,000 วิดีโอ เพิ่มขึ้น 6%

โดยโพสต์ของอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้ 1,500 ล้านเอ็นเกจเมนต์ แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 1,099 ล้านเอ็นเกจเมนต์ เพิ่มขึ้น 17%, อินสตาแกรม 302 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ลดลง 8%, ทวิตเตอร์ 23 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ลดลง 13% และยูทูบ 119,000 เอ็นเกจเมนต์ ลดลง 19%

สำหรับกลุ่มของอินฟลูเอนเซอร์ได้ 13 กลุ่ม ได้แก่ beauty & fashion, financial, food & dining, gaming, health & fitness, IT & digital, kids, lifestyle, online program, pets, promotion, social news และ travel

“top 5 ที่มีเอ็นเกจเมนต์สูงสุดไตรมาส 2 คือ กลุ่ม lifestyle เพิ่มขึ้น 5%, food & dining เพิ่มขึ้น 31%, beauty & fashion ลดลง 8%, social news ทรงตัว และ pets เพิ่มขึ้น 62%”

และยังมีสถิติที่ตอกย้ำว่า การมียอดผู้ติดตาม (followers) จำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าสามารถสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากการวิเคราะห์พบว่า อินฟลูเอนเซอร์ กลุ่ม A+ และ A ประมาณ 32% มีเอ็นเกจเมนต์ได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์กลุ่ม B และ C ประมาณ 13% สามารถสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้ดีกว่า

“เหตุที่เอ็นเกจเมนต์น้อยอาจมาจากการปั่นยอดผู้ติดตาม หรือมีอินฟลูเอนเซอร์ในกลุ่มเดียวกันจำนวนมาก ซึ่งไม่เจาะลึกเหมือนคนที่มีผู้ติดตามน้อยกว่าที่จะมีความเฉพาะกลุ่มมากกว่า ฉะนั้น ไฮฟอลโลเวอร์ไม่ได้แปลว่าเป็นไฮอินฟลูเอนเซอร์ บางคนฟอลโลเวอร์ต่ำ แต่มีเอ็นเกจเมนต์สูง มีการพูดถึงเยอะ”

ขณะที่แบรนด์ส่วนใหญ่ยังเลือกอินฟลูเอนเซอร์ตามจำนวนคนติดตาม แล้วยังต้องซื้อโฆษณาต่อ ทำให้ทับซ้อนกัน การมีข้อมูลจะช่วยให้แบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ได้มีข้อมูลปรับปรุงตัวเอง

ทั้งนี้ อินฟลูเอนเซอร์เป็นอาชีพใหม่ที่เกิดจากโซเชียลมีเดีย มีอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็หายไปมากเช่นกัน โดยบุคคลที่มียอดฟอลโลเวอร์ 50,000 ขึ้นไป ถึงจะเริ่มอยู่ในวงการได้

ปัจจุบันตลาดอินฟลูเอนเซอร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงไม่อยากให้ตลาดนี้ตายลง ด้วยเหตุที่แบรนด์รู้สึกว่าทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์แล้วไม่ได้ผล ทั้งที่ความจริงแล้วเพียงแค่ขาดข้อมูลในการตัดสินใจ จึงได้ตัดสินใจทำรายงานวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้นักการตลาดและแบรนดได้ใช้เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจ

“อย่าคิดว่าอินฟลูเอนเซอร์จะสร้างยอดขาย เพราะปัจจุบันคนซื้อของต้องเสิร์ชหารีวิวจากคนหลาย ๆ คน ดังนั้นอาจดูรีวิวจากคนแรกแล้วยังไม่ซื้อ ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ผู้บริโภคยังต้องการหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเพิ่ม ดังนั้นการใช้อินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นการให้ข้อมูล โน้มน้าว เพราะคนไม่เชื่อถือแบรนด์ตรง ๆ”

สำหรับเทรนด์การตลาดที่น่าจับตามองในปัจจุบัน คือ “อีสปอร์ต” แม้ยังไม่มีตัวเลขการเติบโต และกำลังเป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่แบรนด์ให้ความสนใจ แต่แบรนด์ยังต้องทำความเข้าใจว่า ควรทำการตลาดกับอีสปอร์ตอย่างไร ต้องรอดูต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...