โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมคริสต์มาสต้องเป็นสีแดงกับเขียว เหตุผลที่ซานต้าเป็นคุณลุงพุงโล

Mango Zero

เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 05.00 น. • Mango Zero

ช้าก่อน ก่อนที่เราจะมาเล่าเรื่องของแดงกับเขียว นักสู้และนักซิ่ง แดงกับเขียวงยังเป็นสีที่เรามักเชื่อมโยงกับเทศกาลท้ายปีอย่างคริสต์มาส เห็นคู่สีนี้ทีไร ก็อดนึกถึงต้นคริสต์มาสที่ตั้งประดับตามที่ต่าง ๆ ไม่ได้ เพลงAll I Want for Christmas Is You ของคุณแม่มารายห์ แครี่เปิดคลอตามห้างสรรพสินค้า(หรือเพลงสวัสดีปีใหม่ที่จะตามมาในเร็วๆ นี้) เห็นคุณลุงใจดีในชุดสีแดงและเคราฟูนุ่มสีขาวที่เรารู้จักกันในชื่อซานตาคลอส

แต่ทำไมคริสต์มาสต้องเป็นสีเขียวกับสีแดงล่ะ ทำไมถึงเป็นคู่สีอื่นไม่ได้ แล้วในเมื่อไม่เคยมีใครเห็นซานตาคลอส ทำไมเราทุกคนถึงจำภาพลุงพุงโลกับหมวกแดงได้ทุกคน? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมคริสต์มาสถึงเป็นแบบนี้ จะเป็นยังไง เราไปดูกันเล้ยยยย

 

แดงกับเขียวมาจากไหน

(ที่ไม่ใช่นักสู้และนักซิ่ง) สีแดงกับเขียวที่จริงแล้วถูกเชื่อมโยงกับเทศกาลคริสต์มาสมาตั้งแต่โบราณกาล ซึ่งคู่สีนี้จะมาจากไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่มาจากต้นฮอลลี่ ฮอลลี่เป็นต้นไม้ที่สามารถออกดอกออกผลในฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะได้ ชาวเซลติกโบราณมองต้นฮอลลี่เป็นสัญลักษณ์ของผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ และนำต้นฮอลลี่ไปประดับบ้านในช่วงเหมายันเพื่อความสวยงามและความเชื่อว่าต้นฮอลลี่จะนำโชคลาภมาให้ และพืชผักจะงอกงามดีในปีที่จะมาถึง

ในแง่ของศาสนา ต้นฮอลลี่เองก็สื่อถึงมงกุฎหนามของพระเยซู สีแดงของลูกฮอลลี่คือเลือดของพระเยซู และใบที่มีรูปทรงแหลมคมนั้นแทนมงกุฎหนามที่พระองค์สวมใส่เมื่อถูกตรึงกางเขน

ในทางฝั่งของชาวโรมันนั้นก็ไม่ต่างกัน ต้นฮอลลี่ถูกนำมาประดับเพื่อบูชาเทพเจ้าดาวเสาร์ทุก ๆ ท้ายปีในวันที่ 17 ถึง 23 ธันวาคม เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป สีเขียวและแดงของต้นฮอลลี่จึงเป็นภาพติดตาและสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่าเวลาแห่งเทศกาลใกล้เข้ามาถึงแล้วสำหรับชาวคริสต์ (และผู้ที่ชื่นชอบคริสต์มาส) ทุกคน

แต่อันที่จริงแล้ว มันก็ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

ซานตาคลอสไม่ได้ใส่ชุดแดง!?

เราอาจจะคุ้นเคยกับซานตาคลอส คุณตาใจดีในชุดแดงที่ขี่เลื่อนหิมะนำทางด้วยกวางเรนเดียร์12 ตัวเพื่อให้ของขวัญกับเด็กดีในคืนที่24 ธันวาคม

แต่ซานตาคลอสในอดีตนั้นไม่ได้ใส่ชุดแดงเสมอไป และไม่ใช่คุณตาหนวดขาวพุงโลอีกด้วย! ในอดีต รูปลักษณ์ของซานตาคลอสนั้นไม่แน่ไม่นอน บางทีเป็นหนุ่มผอมแห้งในชุดสีเขียวบ้าง สีน้ำเงินบ้าง โปสการ์ดคริสต์มาสในสมัยวิคตอเรียนนั้นนิยมใช้คู่สีแดงเขียว แดงน้ำเงิน น้ำเงินเขียว และน้ำเงินขาว แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อการตลาดของโคคา–โคล่าเข้ามาในปี คศ. 1931

 

เมื่อซานตาคลอสดื่มโค้ก

ที่มาของซานตาคลอสที่เราคุ้นตากันนั้นจะยกความดีความชอบให้แก่ใครไม่ได้นอกจากบริษัทน้ำอัดลมชื่อดัง โคคา–โคล่า และนักวาดภาพประกอบHaddon Sundblom ผู้วาดซานตาคลอสที่ทุกคนทั่วโลกจะจดจำมาถึงทุกวันนี้

ในปีคศ. 1931 โคคา–โคล่า ได้ว่าจ้างHaddon Sundblom เพื่อวาดภาพประกอบโฆษณาลงนิตยาสาร เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ซานตาคลอส“มีชีวิต“ ขึ้นมา คุณตาอารมณ์ดี เคราขาวนุ่มฟู พุงโล ใส่ชุดสีแดงและขาว(สีเดียวกับน้ำอัดลมยี่ห้อนี้เปี๊ยบ) ที่กำลังดื่มโค้กหรือแจกจ่ายโค้กให้กับเหล่าเด็กดีทั้งหลายในพื้นหลังสีเขียว ซึ่งรวบรวมทุกอย่างที่ให้ความรู้สึก“คริสต์มาส” ได้อย่างพอดิบพอดี

 

กวางเรนเดียร์มาจากไหน

เพื่อเดินทางไปแจกจ่ายของขวัญทั่วโลก ซานตาคลอสขี่เลื่อนหิมะที่นำทางด้วยเรนเดียร์จำนวน12 ตัว หนึ่งในนั้นคือรูดอล์ฟ กวางเรนเดียร์ที่มีจมูกสีแดงสด คอยนำทางซานตาคลอสในคืนที่พายุหิมะโหมหนัก แต่ทำไมซานตาคลอสต้องขี่กวางเรนเดียร์? ทำไมไม่ใช้สัตว์อื่นลากเลื่อน?

อันที่จริงแล้วประเพณีในการใช้กวางเรนเดียร์ลากเลื่อนหิมะนั้นมีตั้งแต่ไหนแต่ไร ชาวซามีที่อาศัยอยู่ในตอนเหนือของนอร์เวย์นั้นก็ใช้เรนเดียร์ในการขนส่งของในฤดูหนาวที่โหดร้าย ก่อนถูกนำมาปศุสัตว์และถูกส่งมายังอลาสก้าผ่านไซบีเรีย

สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะการตลาด

แต่สาเหตุที่ซานตาคลอสนั่งลากเลื่อนที่มีกวางเรนเดียร์นั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับการตลาด(อีกแล้ว) และไม่เกี่ยวข้องกับชาวซามีใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณนักธุรกิจในอลาสก้านามCarl Lomen ตลาดกวางเรนเดียร์ในอเมริกันเริ่มเติบโตLomen ต้องการตีตลาดให้เนื้อและขนกวางเรนเดียร์นั้นเป็นที่รู้จักกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา

ในปีคศ. 1926 Lomen ร่วมงานกับห้างสรรพสินค้าMacy’s เพื่อจัดงานพาเหรดคริสต์มาสที่นำโดยซานตาบนเลื่อนหิมะที่ถูกลากด้วยกวางเรนเดียร์ของเขา ทั้งหมดถูกตกแต่งในสไตล์ของชาวซามี และไม่นานนักที่พาเหรดหน้าตาคล้าย ๆ กันจะถูกจัดที่เมืองอื่น ๆ จนกลายเป็นภาพจำของเราในปัจจุบัน

อ่านมาขนาดนี้แล้ว หวังว่าคงไม่ฝันสลายกันไปเสียก่อน จริงอยู่ที่จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาสนั้นเป็นผลผลิตของการตลาดล้วน ๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่ใครหลายคนต่างชื่นชอบแม้ว่าจะเป็นชาวคริสต์หรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็แล้วแต่ เราขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขในช่วงสิ้นปี และรักษาสุขภาพกันด้วยนะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...