โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอ.โต้ซ้อมพลทหารพิการ-ดูแลอย่างดี แม่ร่ำไห้วอนช่วยชีวิตแสนลำบาก

Khaosod

อัพเดต 26 ม.ค. 2564 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2564 เวลา 10.20 น.

โฆษกกองทัพอากาศ โต้ทำร้ายร่างกายพลทหารในค่าย แจงเกิดจากการพยายามหนีจากเรือนจำ 2 ครั้ง ยันต้นสังกัดดูแลรักษาอย่างดีตามหลักมนุษยธรรม ขณะที่แม่ร่ำไห้วอนช่วยเหลือเยียวยา จี้สอบข้อเท็จจริง

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จากกรณีนางปพิชญา อายุ 57 ปี ชาวบ้าน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง แม่พลทหารประจักษ์ หรือน้องนุก อายุ 26 ปี พร้อมทนายความ เข้าพบ นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีทียื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง เมื่อเดือนมิ.ย.2563 เพื่อให้ประสานไปยังผู้บังคับกองทหารอากาศโยธิน กองบิน 56 จ.สงขลา ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของพลทหารประจักษ์ เพื่อขอใบปลดประจำการ หลังลูกชายกลายเป็นคนพิการและวิกลจริตขณะกลับเข้าไปอยู่ภายในค่ายและรับโทษฐานหนีทหาร เมื่อปี 2561 และยังยื่นหนังสือขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีลูกถูกทำร้ายร่างกายจนพิการและวิกลจริตภายในค่าย พร้อมวอนทั้งน้ำตาขอความช่วยเหลือครอบครัวที่แสนลำบาก

โดยเรื่องนี้ วันที่ 26 ม.ค.2564 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะ โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยเรื่องนี้ว่า กองทัพอากาศ ได้เคยชี้แจงกรณีดังกล่าวไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2563 ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายพลทหารประจักษ์ ทั้งในระหว่างประจำการและระหว่างการจำขังที่เรือนจำกองบิน 56 ตามระเบียบการลงทัณฑ์จากความผิดฐานหนีราชการ

ทอ.โต้ซ้อมพลทหาร

 

“อาการบาดเจ็บบริเวณร่างกายที่เกิดขึ้นกับพลทหารประจักษ์ เกิดจากการพยายามหนีจากเรือนจำ 2 ครั้ง ครั้งแรกได้ปีนรั้วเรือนจำแล้วเกี่ยวลวดหนามทำให้เกิดแผลที่ศีรษะและบริเวณร่างกาย ครั้งที่สองได้กระโดดออกจากหน้าต่างห้องน้ำ ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ขาและมีแผลบริเวณก้น ซึ่งสามารถยืนยันได้จากประวัติการรักษา รวมถึงพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ถูกลงทัณฑ์ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น ส่วนอาการทางจิตเภท ถูกตรวจพบหลังจากมารดาพากลับมาส่งต้นสังกัด หลังจากหนีราชการเป็นเวลา 288 วัน โดยมีอาการผิดปกติในลักษณะอาละวาด โวยวาย และระแวงคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย ซึ่งได้รับการยืนยันในภายหลังจากประวัติการรักษาว่า พลทหารประจักษ์ มีประวัติดื่มน้ำกระท่อมนานประมาณ 3 ปี เคยมีอาการหูแว่ว และภาพหลอน”

 

ทอ.โต้ซ้อมพลทหาร

 

พล.อ.ท.ฐานัตถ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศได้ดูแลช่วยเหลือและรักษาพยาบาล เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณร่างกายที่โรงพยาบาลกองบิน 56 การส่งไปรักษาอาการทางจิตเภทที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ตลอดจนการติดต่อญาติเพื่อหารือถึงแนวทางการรักษา ซึ่งญาติได้ขอรับตัวกลับไปทำการรักษาต่อที่ภูมิลำเนาคือโรงพยาบาลตรัง โดยมีหลักฐานเป็นบันทึกการรักษาและใบนัดจากแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษร

"นอกจากนี้กองทัพอากาศยังได้พิจารณาอนุโลมกฎข้อบังคับต่างๆเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยเหลือพลทหาร ประจักษ์ และครอบครัวตามหลักมนุษยธรรม ส่วนการปลดประจำการนั้น เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการปลดทหารกองประจำการ ซึ่งในส่วนนี้กองทัพอากาศได้ติดตามข้อมูลจากสำนักงานสัสดีจังหวัดตรัง ทราบผลว่าได้ดำเนินการปลดประจำการเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...