โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ “น้ำหนักมาตรฐาน 1 กิโลกรัม” ไม่ได้อ้างอิงจากสิ่งของที่จับต้องได้อีกต่อไป

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

เป็นเวลานานถึง 129 ปีมาแล้ว ที่โลกเราอ้างอิงน้ำหนัก 1 กิโลกรัม กับก้อนน้ำหนักมาตรฐานโลก “เลอกรองกา” (Le Grand K) ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (BIPM) ชานกรุงปารีสของฝรั่งเศส เพื่อใช้เป็นหลักในการเปรียบเทียบอ้างอิงในด้านน้ำหนักไปสู่นานาประเทศทั่วโลกตลอดมา

ก้อนน้ำหนักมาตรฐาน “เลอกรองกา” นี้ ได้ถูกจัดวางไว้ภายในครอบแก้วหลายชั้น และจะมีการนำออกมาทำความสะอาดเป็นระยะ เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับอากาศและสะสมอยู่บนผิวของโลหะ เพื่อน้ำหนักของ “เลอกรองกา”  มีความเที่ยงตรงเท่าเดิมอยู่เสมอ

ขั้นตอนในการทำความสะอาด “เลอกรองกา” นั้น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะใช้หนังชามัวส์ชุบแอลกอฮอล์และอีเทอร์เช็ดที่ผิวของก้อนน้ำหนักก่อน จากนั้นจึงนำไปล้างด้วยไอน้ำ ซึ่งไอน้ำนี้เกิดมาจากน้ำที่กลั่นซ้ำถึงสองรอบเพื่อไม่ให้มีสิ่งเจือปน  แต่อย่างไรก็ตาม หลังเวลาผ่านไป 100 ปี ก้อนน้ำหนักมาตราฐานโลกก้อนนี้ได้สูญเสียน้ำหนักไปประมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งถึงแม้จะเป็นตัวเลขน้อยนิด แต่ก็ถือว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ที่จะต้องคอยมีการคำนวนชดเชยน้ำหนักที่หายไป และแน่นอนว่า หากวันใดมีการก่อวินาศกรรมสถานที่เก็บรักษา  “เลอกรองกา” ขึ้นมา โลกของเราคงปั่นป่วนไม่น้อย เมื่อก้อนน้ำหนักที่ใช้สอบทานเปรียบเทียบระดับนานาชาติก้อนนี้ถูกทำลายไป

ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ได้มีการใช้สิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้ ไม่อาจถูกทำลายได้ มาแทนที่ก้อนน้ำหนักมาตรฐาน “เลอกรองกา” นี้ นั่นคือเลือกใช้ตัวเลขค่าคงที่ทางฟิสิกส์มาแทนก้อนน้ำหนัก ตัวเลขที่จะมีค่าคงเดิมไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ต้องเป็นภาระให้ใครหรือหน่วยงานใด ๆ มาดูแลอีกต่อไป

ตัวเลขที่ถูกเลือกมาแทนที่ก้อนน้ำหนักมาตรฐาน  “เลอกรองกา”  นั้นก็คือตัวเลข ค่าคงที่ของพลังค์ (Planck’s constant) แต่ตัวเลขนั้นมันลอยอยู่ในอากาศ การนำมาสู่ชีวิตจริงก็มีขั้นตอนที่ต้องทำ คือเมื่อเราอยากสอบเทียบน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เราก็นำก้อนน้ำหนักตัวอย่างไปชั่งบนตาชั่งสองแขน โดยด้านหนึ่งของตาชั่งเป็นก้อนน้ำหนักที่เรานำมาทดสอบ อีกด้านหนึ่งแทนที่จะเป็นก้อนน้ำหนักมาตราฐาน 1 กิโลกรัม “เลอกรองกา” ตามแบบเดิม ก็เปลี่ยนมาใช้แรงดึงดูดจากแม่เหล็กไฟฟ้าในค่า  6.626,070,15 × 10−34 m−2s แทน เมื่อชั่งให้ได้เท่ากัน ก็แปลว่าก้อนน้ำหนักตัวอย่างที่นำมาทดสอบก็จะหนัก 1 กิโลกรัมตามมาตรฐานอย่างแม่นยำ เอาไปใช้งานต่อได้ทันที

** หมายเหตุ วิธีการสร้างระบบสอบเทียบน้ำหนัก 1 กิโลกรัมผ่านทาง “ตาชั่งคิบเบิล” (Kibble Balance) นี้เป็นตาชั่งแบบเปรียบเทียบที่พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1975 โดย ดร.ไบรอัน คิบเบิล นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ

นอกจากน้ำหนักแล้ว หลังจากนี้ หน่วยวัดพื้นฐานอื่น ก็จะค่อย ๆ ปรับมาใช้ตัวเลขฟิสิกส์เช่นเดียวกัน หน่วยวัดเหล่านั้นได้แก่

 

  • หน่วยวัดระยะเวลาเป็นวินาที (Second) โดย 1 วินาทีเท่ากับเวลาที่อะตอมของธาตุซีเซียมสลายตัวอย่างละเอียด หรือเกิดการสั่น 9,192,631,770 ครั้ง

 

  • หน่วยวัดระยะทางเป็นเมตร (Metre) อ้างอิงกับความเร็วแสง โดย 1 เมตรเท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางในสุญญากาศ ภายใน 1/299,792,458 วินาที

 

  • หน่วยวัดความเข้มของการส่องสว่างเป็นแรงเทียนหรือแคนเดลา (Candela) โดย 1 แคนเดลาเท่ากับค่าประสิทธิผลการส่องสว่าง (Luminous efficacy ) ของการแผ่รังสีความยาวคลื่นเดียวด้วยความถี่ 540 × 1012 Hz และความเข้ม of 1/683 วัตต์ต่อสเตอเรเดียน

 

  • หน่วยวัดปริมาณของสสารเป็นโมล (Mole) โดย 1 โมลจะเท่ากับค่าคงที่อาโวกาโดร (Avogadro constant) ซึ่งเป็นจำนวนอะตอมของธาตุคาร์บอน-12 จำนวน 12 กรัม หรือ (6.022140857±0.000000074) ×1023

 

  • หน่วยวัดกระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์ (Ampere) โดย 1 แอมแปร์เท่ากับค่าคงตัวของประจุอิเล็กตรอน ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีประจุลบ 1/1.602 176 634×10−19

 

  • หน่วยวัดอุณหภูมิเป็นเคลวิน (Kelvin) โดย 1 เคลวินเท่ากับความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานระดับอนุภาคกับอุณหภูมิ ซึ่งอ้างอิงกับค่าคงที่บอลต์ซมานน์ (Boltzmann constant) หรือ 1.380 649 × 10−23 จูล

จากนี้ไป ชีวิตประจำวันเราก็ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม ไม่ต้องไปกังวลว่าเวลาซื้อของแล้วน้ำหนัก 1 กิโลกรัมจะเปลี่ยนไปไหม  เพราะจริง ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา ทั้งหมดเพียงแค่ว่า น้ำหนัก  1 กิโลกรัม จะหนักเท่านี้ไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานแค่นั่นเอง

 

อ้างอิง www.theverge.com

เรียบเรียงโดย @MrVop

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...