โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

THRE ดึงเทคโนโลยี e-KYC จากจีน บริการคู่ค้าธุรกิจประกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ส.ค. 2563 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 03.00 น.

“ไทยรับประกันภัยต่อ” ส่งบริษัทลูก “ไทยรีอินโนเวชั่น” นำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์( E-KYC) จากประเทศจีน บริการคู่ค้าธุรกิจประกัน คาดเฟสแรกนำร่องธุรกิจประกันชีวิตในปี 2564

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทลูกอย่าง “ไทยรีอินโนเวชั่น” เตรียมนำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์( E-KYC) จากประเทศจีนมาให้บริการลูกค้าบริษัทประกัน ทั้งในรูปแบบการให้บริการทั่วไปหรือผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ประกัน เพื่อเพิ่มรายได้จากการเก็บค่าบริการให้กับบริษัท ซึ่งจะเป็นธุรกิจหนึ่งที่ช่วยสร้างกำไรที่ดีในระยะยาว

โดยบริษัทอยู่ระหว่างการตกลงกับบริษัทคู่ค้า คาดว่าจะเริ่มเฟสแรกได้ในปี 2564 โดยเป็นการนำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ และนำ AI มาให้บริการสำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลเป็นวิดีโอการรับประกันภัย เพื่อยืนยันการขายประกันและการเคลมสินไหมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยลดข้อพิพาทและการฉ้อฉลประกันภัยในอนาคต รวมถึงตอบสนองความต้องการของคนที่ยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงโควิด-19 ได้

“เทคโนโลยีนี้เราไม่ได้ลงทุนเยอะ เพราะเป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูป และเท่าที่คุยกับลูกค้าบริษัทประกันต่างสนใจ มีความต้องการใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มกับบริษัทประกันชีวิตได้ก่อน และบริการนี้ยังเหมาะบริษัทประกันขนาดกลางและเล็ก ด้วยอัตราค่าบริการที่คุ้มค่ามากกว่าต้องลงทุนเอง เราจึงมั่นใจว่า ธุรกิจใหม่นี้จะช่วยสร้างรายได้หลักและกำไรในระยะยาวให้กับเราได้” นายโอฬารกล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังกำลังพิจารณาซื้อไลเซนส์จากบริษัทต่างประเทศ และให้บริษัทลูก “ไทยรีแอคชัวเรียล” นำมาพัฒนาระบบและให้บริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย สำหรับลูกค้าบริษัทประกันภัยที่จะต้องเตรียมตัวรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 ที่คาดว่าเริ่มใช้ในปี 2566

สำหรับแผนธุรกิจ 3 ปี (63-65) บริษัทยังคงเป้าหมายผลักดันผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) จะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแตะระดับกว่า 10% ไปพร้อมกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยธุรกิจหลักเติบโต 10% นอกจากนี้ 4 ธุรกิจในบริษัทย่อย (ไทยรีเซอร์วิสเซส, ไทยรีแอคชัวเรียล คอนซัลติ้ง, อีเอ็มซีเอสไทย, ไทยรีอินโนเวชั่น) รายได้เติบโต 15% ต่อปี รวมทั้งน่าจะยังรักษาเป้าหมายมีกำไรได้ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทยังสามารถทำได้ตามเป้าหมาย มี ROE อยู่ที่ 5-7% ธุรกิจหลักมีเบี้ยประกันภัยราว 2 พันล้านบาท เติบโต 10% และมีกำไรสุทธิ 87 ล้านบาท เติบโต 313% มาจากการขยายตลาดประกันสุขภาพ มีกำไร 27 ล้านบาท และกำไรที่เหลือมาจากการลงทุน รวมถึงบริษัทในเครือ อีกทั้งค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันระยะยาวลดลงไปแล้วกว่า 70 ล้านบาท และอีก 80 ล้านบาทจะทยอยหมดภายในสิ้นปีนี้ จึงมั่นใจว่าทั้งปีนี้บริษัทจะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเป้าธุรกิจหลักจะมีเบี้ยประกันภัยกว่า 4,000 ล้านบาทเติบโต 10% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

พยายามรักษาผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 4.5% เน้นลงทุนในหุ้น 30% พันธบัตร เงินฝาก และกองรีท 30% และที่เหลืออื่นๆ

ส่วนแผนการขยายตลาดประกัยภัยในต่างประเทศ คาดว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังล่าช้าออกไปเป็นปีหน้า จากผลกระทบโควิด-19 ที่ไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ แต่ยังติดต่อพูดคุยตามปกติ ส่วนรายได้จากการขยายในตลาด CLMV ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ไม่ได้เพิ่มเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หรือมีเบี้ยประกันอยู่ที่ 20 ล้านบาท

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...