โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เตือนแล้วนะ! เผย 5 นิสัยการใช้ น้ำยาล้างจาน ที่หลายคนก็ทำอยู่ หารู้ไม่ถึงอันตราย ส่งผลต่อสุขภาพ ควรเลิกทำทันที

สยามนิวส์

เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 01.56 น. • สยามนิวส์
เตือนแล้วนะ! เผย 5 นิสัยการใช้ น้ำยาล้างจาน ที่หลายคนก็ทำอยู่ หารู้ไม่ถึงอันตราย ส่งผลต่อสุขภาพ ควรเลิกทำทันที

การล้างจาน คือ การขจัดคราบมัน และเศษอาหารที่เหลือ ซึ่งสามารถย่อยสลายและกักเก็บแบคทีเรียทุกชนิด อาหารหลายชนิดที่เรากินมีน้ำมัน ไขมันสัตว์ และโปรตีนที่ไม่ละลายน้ำสูง หากคุณจุ่มจานที่ทาน้ำมันลงในน้ำ คุณจะเห็นน้ำไหลออกจากจาน เนื่องจากน้ำไม่สามารถละลายน้ำมันได้ ดังนั้น คุณจึงต้องมีสารที่สามารถจับน้ำและน้ำมันเข้าด้วยกัน เพื่อล้างออก

อย่างไรก็ตาม การใช้ น้ำยาล้างจาน แบบผิด ๆ อาจเป็นอันตรายมากกว่าเดิม และนี่คือ 5 นิสัยการใช้น้ำยาล้างจานที่เป็นอันตราย ควรเลิกทำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวคุณเองและครอบครัว

1. ไม่เจือน้ำหรือใช้น้ำยาล้างจานมากเกินไป

หลายคนเชื่อว่าการเทน้ำยาล้างจานเข้มข้นลงบนจานจะช่วยให้ล้างออกได้ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วไม่เป็นเช่นนั้น จากงานวิจัยเผยให้เห็นว่า การไม่เจือน้ำยาล้างจานไม่เพียงแต่ทำให้สิ้นเปลือง แต่ยังมีความเสี่ยงที่สารเคมีจากน้ำยาจะตกค้างอยู่บนจาน เมื่อเราใช้จานในครั้งถัดไป สารเหล่านี้อาจเข้าไปติดอาหารและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเรา ซึ่งในระยะยาวอาจก่อให้เกิดโรคตามมาได้

ดังนั้น ควรใช้จานใบเล็กเพื่อนำน้ำยาล้างจานไปเจือจางกับน้ำ และคนให้เข้ากันจนเกิดฟองก่อนใช้งาน หรือสามารถหยดน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำที่ชุบน้ำและทำให้เกิดฟองในจานแยกแล้วใช้ขัดล้าง นอกจากนี้ บางครั้งเมื่อเห็นจานชามสกปรกมาก บางคนอาจกลัวว่าจะล้างไม่สะอาด จึงเลือกใช้ปริมาณน้ำยาล้างจานมากกว่าปกติ แต่ผลของการทำเช่นนี้ คือ จะล้างสารเคมีออกได้ยาก สารเหล่านี้อาจเข้าสู่เนื้ออาหาร เมื่อคุณใช้จานชามนั้นอีกครั้งถ้าไม่ล้างให้สะอาด

2. ล้างจานอย่างผ่าน ๆ

บางคนอ้างว่าไม่มีเวลาในการล้างจานจึงมักล้างแบบผ่านๆ แค่ไม่เห็นฟองก็คิดว่าล้างสะอาดแล้ว แต่จริงๆ แล้ว ด้วยประสาทสัมผัสของเรา มันยากที่จะมองเห็นสารเคมีที่ตกค้างอยู่บนจานชามหากเพียงแค่ล้างผ่านๆ ดังนั้นเพื่อกำจัดสารเหล่านี้ออกไป จำเป็นต้องล้างด้วยน้ำสะอาดให้ละเอียด 2-3 ครั้งหลังจากล้างน้ำยาล้างจานแล้ว

3. แช่จานชามในน้ำยาล้างจานนาน ๆ

บางคนคิดว่าจานที่สกปรก ควรแช่ในน้ำยาล้างจานเจือจางเพื่อให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น แต่ความจริงแล้วนั้น การทำเช่นนี้มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงที่สารเคมีจะซึมเข้าสู่อุปกรณ์การกินและการทำอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตะเกียบและช้อนที่ทำจากวัสดุที่ดูดซับได้ เช่น ไม้ไผ่หรือไม้ธรรมชาติ เพราะวัสดุเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะดูดซับสารเคมีมากกว่า

4. ใช้น้ำยาล้างจานกับจานชามที่แตก

การใช้น้ำยาล้างจานเพื่อทำความสะอาดถ้วย ชาม หรือภาชนะเซรามิกที่มีรอยแตก มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้สารเคมีตกค้างอยู่บนผิวของรอยแตกเหล่านั้น แม้จะล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างละเอียดเพียงใดก็ตาม

5. ใช้น้ำยาล้างจานที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน

ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนอาจมีสารพิษที่ไม่อนุญาตให้ใช้ หลายคนเชื่อว่าสิ่งนี้ทำให้มือแห้งและหยาบกร้านเพียงเท่านั้น แต่ผลงานวิจับหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า สารพิษในน้ำยาล้างจานที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินอาหารและระบบหายใจ ทำให้เกิดมะเร็งและโรคอันตรายอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูล Sanook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...