โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนันดา’ งานหลักคือนักแสดง ไม่เชื่อทางลัด กว่า 20 ปีไม่ขอเสี่ยงดีกว่า

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 04.40 น. • The Bangkok Insight

‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ งานหลักคือนักแสดง ไม่เชื่อทางลัด กว่า 20 ปีไม่ขอเสี่ยงดีกว่า เผยวิธีตรวจสอบเวลารับงานพรีเซนเตอร์

เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 14 ปี สำหรับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เป็นนักแสดงลูกครึ่งออสเตรเลีย-ลาว สั่งสมประสบการณ์ ฝีมือการแสดงจนขึ้นมานั่งแท่นพระเอกในใจแฟน ๆ ชาวไทย

‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ ไม่เชื่อทางลัด กว่า 20 ปีไม่เอาชื่อเสียงมาเสี่ยง

ล่าสุด (15 ต.ค.) อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ได้ให้สัมภาษณ์ในงานอีเวนต์แห่งหนึ่ง ในงานแถลงข่าว MC GROUP Turn IT Gold, Road to 50 years of Excellence ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

อยู่ในวงการมานาน เคยมีติดต่อมาธุรกิจแนวกระแสในตอนนี้ไหม?
เราอยู่มานานมาก มันก็มีธุรกิจหลายแบบติดต่อให้เรามาร่วมทำงานหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์

มีวิธีการตรวจสอบยังไง?
วิธีการตรวจสอบของผมก็ต้องคุยกันครับ อย่างผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Mc Jeans มันเป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน และมันเข้าใจง่าย ผมอาจจะโชคดีตรงที่ว่าหลาย ๆ แบรนด์ที่ผมได้ร่วมงานด้วยส่วนใหญ่ เขาเข้าใจคาแรกเตอร์ผม ตอนร่วมงานกันมันก็เลยมีความธรรมชาติของมันอยู่

ลงลึกถึงการบริหารของแต่ละแบรนด์ไหม?
คือมันไม่ใช่หน้าที่เรา หน้าที่ผมคือนักแสดง และผมโดนปลูกฝังมาแต่ไหนแต่ไรว่าหน้าที่แรกของเราคือนักแสดงก่อน หลังจากนั้นก็จะรองลงมาหมด อยู่ดี ๆ ก็ไม่ใช่ และผมก็ไม่ได้เก่งเรื่องอะไรขนาดนั้น มันไม่ใช่หน้าที่ผมเลย

คืออะไรที่เป็นไลฟ์สไตล์อาจจะเป็นสไตล์ผมหน่อย ผมทำโรงแรมหรือทำโปรดักชั่นเฮ้าส์ มันก็เป็นความรู้ของผมที่มี แต่ถ้าอยู่ดี ๆ ให้ไปบริหารพวกขายตรงแบบนั้นยิ่งไม่ใช่ทางผม มันอึดอัดด้วยซ้ำไป ผมเป็นคนที่พอโอเคเรื่องเลข ตอนเด็กเก่งคณิตศาสตร์อยู่ ทุกคนต้องมีใครอยู่รอบที่ต้องเคยทำธุรกิจแนวนี้ ผมไม่เคยเข้าใจ ดีดออกมายังไง มันจะรวยยังไงวะ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น อะไรอย่างนั้นต้องดูดี ๆ

แค่ผมไม่เชื่อทางลัด มันไม่มีทางลัดหรอก โอเคมันอาจจะมีโชคดี มีฟลุคได้ เหมือนคนถูกหวยก็ว่ากันไป แต่ผมมองในแง่คณิตศาสตร์คือคนเราทุกคนมันจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไม่งั้นก็รวยกันหมดทุกคนในโลกแล้วสิ

ผมถูกปลูกฝังมาตลอดว่ามันไม่มีช็อตคัต เราต้องทำงาน ไม่ว่ามันจะเป็นจากตัวเราเอง เราก็ต้องครีเอตแวลู่ตรงนั้น อย่างผมอยู่ในวงการมานาน ยอมรับว่าในยุคสมัยนี้ที่เราอยู่ในโลกออนไลน์ซะส่วนใหญ่ ก็จะมีพวกอินฟลูฯ มีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้น มันก็เกิดความฉาบฉวยด้วย ทุกอย่างมันเร็วขึ้น เราเสพทุกอย่างเร็วขึ้น ก็รวมถึงการขายของ

แต่ผมมาอีกเจนนึง เจนที่ถูกปลูกฝังว่ามึงต้องเก่งก่อน แล้วมึงก็มีแวลู่ ก็มีเด็กรุ่นใหม่หลาย ๆ คนมาถามผมว่าจะทำงานอย่างพี่ ทำยังไง มีทางลัดยังไงบ้าง พอเราบอกว่าโทษทีน้อง มันไม่มีทางลัดว่ะ มันมีแต่คุณต้องใส่เวลากับมัน พอผมบอกว่ามันไม่มี ส่วนใหญ่ก็หูดับกันหมดทุกคน มุมมองของผมในการทำงานมันไม่ได้สวยหรูเท่าไหร่ ก็แค่คุณต้องใช้เวลากับมัน และใช้แวลู่ด้วยตัวคุณเอง

เสี่ยงไหมที่ต้องเอาชื่อเสียงที่สะสมมาไปแลกกับเงินจำนวนนึงที่มันอาจจะมากกว่าปกติ?
ก็เข้าใจความโลภเนอะ มันก็ธรรมชาติมนุษย์แหละ แต่ถ้าเอาตรงนั้นมาเสี่ยงกับสิ่งที่ผมทำมา 20 กว่าปีก็ไม่เอาดีกว่า

เคยมีประสบการณ์ที่มีคนมาจ้างด้วยการสู้ราคาสูงไหม?
มันมีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ถนัด ผมไม่ใช่เซลล์แมน เชื่อไหมทุกวันนี้อยู่ในวงการมา 20 กว่าปี แค่ขายหนัง ให้พูดกับกล้อง ผมยังไม่รู้จะทำยังไง ตัวเกร็ง เหงื่อแตก ที่เห็นพูดได้มันก็อาจจะเป็นชั่วโมงบินที่มี แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดอยู่แล้ว ผมขายของไม่ถนัด แต่ผมว่าคนในวงการเคยถูกเสนออย่างนั้นกันอยู่แล้ว แต่ผมอาจจะไม่ได้เยอะเท่าบางคน เพราะบุคลิกผมด้วย ผมว่าหลายคนอาจจะมองว่าอนันดาอาจจะไม่เหมาะกับการขาย ผมไม่มีสกิลนั้นเลยเอาจริง ๆ จะให้ผมไปขึ้นเวทีพูดเชิญชวน เขาก็คงไม่น่าจะเชื่อผม

เป็นไลฟ์โค้ชได้ไหม?
อย่าเลย ผมไม่อยากจะไปสอนใครในลักษณะไลฟ์โค้ชหรอก อย่างมาถามผมเรื่องทำหนังไหม กำกับหนัง การแสดง โอเคผมช่วยคุณได้ แต่ถ้าเป็นเชิงไลฟ์โค้ช ใช้ชีวิตให้มันมีคุณค่า คือผมยังไม่มีประสบการณ์พอที่จะเอาชีวิตของตัวเองไปเป็นตัวอย่างให้คนอื่น

เวลารับงานพรีเซนเตอร์?
สัญญาจ้างปกติพวกพรีเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะถ้าเป็นบริษัทใหญ่ มันมีฝ่ายกฎหมายอยู่ในบริษัทนั้นๆ อยู่แล้ว พวกสัญญาสั้นน่ะน่ากลัว ส่วนใหญ่สัญญาพวกนี้จะมาเป็นปึก เราก็ต้องมีทนายของเราคอยดูอย่างดี และผมก็เชื่อว่าเขาก็มีทนายฝั่งเขาที่จะต้องตรวจสอบสัญญาให้ละเอียด ของผมสุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องเคลียร์คือสโคปงาน แต่ในนั้น ๆ ก็จะมีข้อกฎหมายอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ มันตรงไปตรงมาอยู่แล้วครับ แต่พวกที่ต้องแก้ก็เป็นเรื่องปกติ การแก้ไปแก้มา คือเราก็ต้องระวังฝั่งตัวเราด้วย ผมรู้สึกว่าใครที่อยู่ในอาชีพผมแล้วไม่ทำคือคุณไม่ได้เป็นมืออาชีพ

รับพรีเซ็นเตอร์แต่ละตัวต้องใช้จริงในชีวิตประจำวันเลยไหม?
ก็ไม่เสมอไปครับ คือบางทีเขาอาจจะเอาไลฟ์สไตล์ของเรามาพูดถึงความรู้สึกของแบรนด์ อย่างกางเกงยีนส์แน่นอนผมมียีนส์เต็มบ้าน จะเปิดร้าน Mc ได้อยู่แล้วเนี่ย บางอย่างเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่า แต่ที่เห็นผมอยู่ด้วยนาน ๆ ส่วนใหญ่พวกนั้นคือโปรดักส์ที่ผมใช้จริง เพราะการที่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์มันมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคแน่นอน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...