เช็คฟอร์ม SEAFCO-PYLON ใครจะคว้างานใหญ่ เมื่อเมกะโปรเจกต์เริ่มชัดเจน !
หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างกำลังเป็นที่จับตามองในช่วงนี้ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัจจัยบวกจากโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่เริ่มชัดเจนขึ้น
โดยกระทรวงคมนาคมได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.มอเตอร์เวย์หมายเลข 5 (ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทล์ลเวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน) วงเงิน 31,358 ล้านบาท 2.มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 56,035 ล้านบาท และบางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 15,936 ล้านบาท) 3.รถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยาย (ช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต) วงเงิน 6,473 ล้านบาท
โครงการเหล่านี้เปิดโอกาสให้กลุ่มรับเหมางานฐานรากได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ Wealthy Thai เคยนำเสนอข้อมูลของหุ้นรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่อย่าง CK-STEC ไปแล้ว วันนี้จึงจะพานักลงทุนมาเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและโอกาสการเติบโตของ SEAFCO และ PYLON ไปพร้อมกัน
SEAFCO ลุ้นคว้างานใหญ่ หนุนกำไรพุ่งแรงในปี 2568
มาเริ่มที่ SEAFCO บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทเตรียมพร้อมรับงานใหม่ช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกจาก CK ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านบาท คาดว่าการเซ็นสัญญาจะช่วยผลักดันการฟื้นตัวของรายได้และมาร์จิ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 ทั้งนี้บริษัทยังได้ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง 74% เทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน ก่อนที่ในปี 2568 จะกลับมาฟื้นตัว 250% ที่ 152 ล้านบาท ตามการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่
อย่างไรก็ตาม บริษัทมี Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 936 ล้านบาท และยังมีงานที่อยู่ระหว่างประมูลอีก 1.07 หมื่นล้านบาท โดยไฮไลต์สำคัญ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งคาดว่า SEAFCO จะได้รับงานก่อสร้างสถานีใต้ดิน 5 สถานี มูลค่ารวม 1.5 พันล้านบาท คาดเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/68 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/69
นอกจากนี้ SEAFCO ยังมีโอกาสคว้างานก่อสร้างทางด่วน Double Deck จาก BEM ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568 รวมถึงงานรถไฟฟ้าใต้ดินในบังกลาเทศที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2568 เช่นกัน
ด้วยแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในปี 2568 ที่โดดเด่น ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ในปี 2568 ที่ 3 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ การประกาศรับงานรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของหุ้นในช่วงปลายปี 2567 ขณะที่บริษัทได้เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 25 ล้านหุ้น วงเงิน 50 ล้านบาท คิดเป็น 3.07% ของหุ้นชำระแล้ว เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุน
แนวโน้มกำไร PYLON 2567 ฟื้นตัว แต่ยังเผชิญความท้าทาย
ส่วน PYLONบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567 คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวจากการเริ่มงานโครงการใหม่ แต่ยังคงไม่สดใส เนื่องจาก Backlog ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 745 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก และการแข่งขันในตลาดก่อสร้างยังคงรุนแรง
ทั้งนี้ บริษัทยังพึ่งพางานเอกชนและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักในช่วงที่เหลือของปี 2567 ขณะที่งานภาครัฐมีโอกาสเริ่มก่อสร้างในปีหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้าสีส้ม, ทางด่วน Double Deck, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, Makasan Complex, มอเตอร์เวย์ M9, ทางด่วนจตุโชติ และสนามบินอู่ตะเภา
ส่วนภาพรวมปี 2567 บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท ลดลง 79% เทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน ขณะที่ปี 2568 คาดกําไร 49 ล้านบาท โต 125% ฟื้นจากฐานตํ่า บนความคาดหวังรับงานภาครัฐมากขึ้นประเด็นหาก ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นตํ่าเป็น 400 บาท/ วัน (จาก 345 บาท) มองกระทบไม่มากเนื่องจากเป็นงานระยะสั้น โดยประเมินกระทบต้นทุนเพิ่ม 0.6% อิงค่าแรง คิดเป็น16% ของต้นทุนรวมและมีส่วนจ้างรายวัน 36% ของแรงงานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2567 และปี 2568 แต่คาดว่ากำไรจะยังต่ำกว่าช่วงปี 2565-2566 อยู่มาก จึงแนะนำให้นักลงทุน “ถือ” รอความชัดเจนจากงานใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคต ส่วนมูลค่าพื้นฐานปี 2568 อยู่ที่ 2.40 บาทต่อหุ้น