โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็คฟอร์ม SEAFCO-PYLON ใครจะคว้างานใหญ่ เมื่อเมกะโปรเจกต์เริ่มชัดเจน !

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 02.53 น.

หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างกำลังเป็นที่จับตามองในช่วงนี้ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัจจัยบวกจากโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่เริ่มชัดเจนขึ้น
โดยกระทรวงคมนาคมได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.มอเตอร์เวย์หมายเลข 5 (ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทล์ลเวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน) วงเงิน 31,358 ล้านบาท 2.มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 56,035 ล้านบาท และบางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 15,936 ล้านบาท) 3.รถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยาย (ช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต) วงเงิน 6,473 ล้านบาท
โครงการเหล่านี้เปิดโอกาสให้กลุ่มรับเหมางานฐานรากได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ Wealthy Thai เคยนำเสนอข้อมูลของหุ้นรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่อย่าง CK-STEC ไปแล้ว วันนี้จึงจะพานักลงทุนมาเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและโอกาสการเติบโตของ SEAFCO และ PYLON ไปพร้อมกัน

SEAFCO ลุ้นคว้างานใหญ่ หนุนกำไรพุ่งแรงในปี 2568

มาเริ่มที่ SEAFCO บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทเตรียมพร้อมรับงานใหม่ช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกจาก CK ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านบาท คาดว่าการเซ็นสัญญาจะช่วยผลักดันการฟื้นตัวของรายได้และมาร์จิ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 ทั้งนี้บริษัทยังได้ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง 74% เทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน ก่อนที่ในปี 2568 จะกลับมาฟื้นตัว 250% ที่ 152 ล้านบาท ตามการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่
อย่างไรก็ตาม บริษัทมี Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 936 ล้านบาท และยังมีงานที่อยู่ระหว่างประมูลอีก 1.07 หมื่นล้านบาท โดยไฮไลต์สำคัญ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งคาดว่า SEAFCO จะได้รับงานก่อสร้างสถานีใต้ดิน 5 สถานี มูลค่ารวม 1.5 พันล้านบาท คาดเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/68 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/69
นอกจากนี้ SEAFCO ยังมีโอกาสคว้างานก่อสร้างทางด่วน Double Deck จาก BEM ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568 รวมถึงงานรถไฟฟ้าใต้ดินในบังกลาเทศที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2568 เช่นกัน
ด้วยแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในปี 2568 ที่โดดเด่น ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ในปี 2568 ที่ 3 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ การประกาศรับงานรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของหุ้นในช่วงปลายปี 2567 ขณะที่บริษัทได้เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 25 ล้านหุ้น วงเงิน 50 ล้านบาท คิดเป็น 3.07% ของหุ้นชำระแล้ว เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุน

แนวโน้มกำไร PYLON 2567 ฟื้นตัว แต่ยังเผชิญความท้าทาย

ส่วน PYLONบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567 คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวจากการเริ่มงานโครงการใหม่ แต่ยังคงไม่สดใส เนื่องจาก Backlog ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 745 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก และการแข่งขันในตลาดก่อสร้างยังคงรุนแรง
ทั้งนี้ บริษัทยังพึ่งพางานเอกชนและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักในช่วงที่เหลือของปี 2567 ขณะที่งานภาครัฐมีโอกาสเริ่มก่อสร้างในปีหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้าสีส้ม, ทางด่วน Double Deck, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, Makasan Complex, มอเตอร์เวย์ M9, ทางด่วนจตุโชติ และสนามบินอู่ตะเภา
ส่วนภาพรวมปี 2567 บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท ลดลง 79% เทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน ขณะที่ปี 2568 คาดกําไร 49 ล้านบาท โต 125% ฟื้นจากฐานตํ่า บนความคาดหวังรับงานภาครัฐมากขึ้นประเด็นหาก ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นตํ่าเป็น 400 บาท/ วัน (จาก 345 บาท) มองกระทบไม่มากเนื่องจากเป็นงานระยะสั้น โดยประเมินกระทบต้นทุนเพิ่ม 0.6% อิงค่าแรง คิดเป็น16% ของต้นทุนรวมและมีส่วนจ้างรายวัน 36% ของแรงงานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2567 และปี 2568 แต่คาดว่ากำไรจะยังต่ำกว่าช่วงปี 2565-2566 อยู่มาก จึงแนะนำให้นักลงทุน “ถือ” รอความชัดเจนจากงานใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคต ส่วนมูลค่าพื้นฐานปี 2568 อยู่ที่ 2.40 บาทต่อหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...