โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนเคว้งจ่อเลิกอุ้ม “ไบโอดีเซล” ปี’69

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น.

จับตานโยบาย กพช. จ่อเลิกชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผสมเชื้อเพลิงชีวภาพอีก 2 ปี “ผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย” เล็งปรับแผน-เบรกลงทุนรอความชัดเจน หวังรัฐพิจารณาผลรอบด้าน ทั้งประโยชน์ต่อรายได้เกษตรกร-การเปลี่ยนผ่านพลังงานทดแทนมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของไทย

นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุลงในวันที่ 24 กันยายน 2567 ว่ามาตรการนี้ส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจและเกษตรกร เพราะภาคธุรกิจต้องติดตามการกำหนดนโยบายของภาครัฐ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดำเนินธุรกิจในอนาคต

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา นโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลมาโดยตลอด เพื่อรักษาสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์สงครามในรัสเซีย-ยูเครน จนทำให้ราคาพืชเกษตรและน้ำมันจากพืชชนิดต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาครัฐก็ยังคงรักษาการใช้นโยบายนี้ไว้ เพื่อช่วยเหลือภาคการผลิตและเกษตรกรให้ตลาดรองรับผลผลิต

แต่ด้วย พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้ยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์ต่าง ๆ และน้ำมันดีเซล B7 และดีเซล B20 ตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งทางกระทรวงพลังงานได้ขอขยายเวลาที่จะการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมาแล้ว 1 ครั้ง สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ย. 2567 มาจนถึงครั้งนี้ ที่ขอขยายเวลาครั้งที่ 2 ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะไปสิ้นสุดในวันที่ 24 ก.ย. 2569 อาจจะไม่สามารถต่อระยะเวลาไปได้อีก

ประกอบกับล่าสุดกระทรวงพลังงานมีนโยบายจะยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากมองว่าการดำเนินงานของกองทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และการนำเงินไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซลทำให้กองทุนติดลบอย่างมาก จากที่หลายฝ่ายมองว่าการชดเชยราคาน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีต้นทุนการผลิตจากพืชที่มีราคาสูงจนกระทบต่อต้นทุนของค่าขนส่งนั้น

ซึ่งต้องอธิบายว่า กลไกในการกำหนดราคาไบโอดีเซล ทั้งหมดอ้างอิงมาจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันปาล์มดิบของไทยและราคาในตลาดโลกใกล้เคียงกัน โดยปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ย 33 บาท/ลิตร ส่วนไบโอดีเซลจะอยู่ที่ 34 บาทบวกลบ แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบต้องอ้างอิงตลาดโลก เพราะเราส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ประมาณ 1 ใน 3 ส่วนที่ผลิตได้

ส่วนที่มองว่ามาตรการดูแลราคาน้ำมันที่ภาครัฐใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยนั้น “ไม่ได้” เข้าไปอุดหนุนราคาน้ำมันโดยตรง แต่ใช้วิธีเก็บเงินเข้ากองทุนในระดับที่แตกต่างกันสำหรับน้ำมันแต่ละประเภท เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกปลายทางไม่เท่ากัน เช่น หากต้องการส่งเสริมน้ำมันดีเซล B10 เก็บเงินจากน้ำมันไบโอดีเซล B10 น้อยกว่า B7 ซึ่งก็จะทำให้ B10 มีราคาถูกกว่า B7 เป็นต้น

“ไทยจะลดการใช้ไบโอดีเซล ขณะที่หากเราดูภาพรวมทั้งโลกต่างส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลมากขึ้น จนปัจจุบันไปถึง B35 และกำลังจะใช้ B50 ในปีหน้า ทั้งอเมริกา บราซิล และจีน ทุกประเทศเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซลทั้งหมด เพราะไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทนที่จะเป็นอาวุธหนึ่งในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่แต่ละประเทศได้ไปให้ความผูกพันไว้ในความตกลงปารีส กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ทำให้ประเทศต่าง ๆ มุ่งหน้าไปอย่างนี้ ส่วนไทยหากมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปีหน้า ก็จะต้องรอดูทิศทางนโยบายในเรื่องพลังงานทดแทนอย่างไรต่อ”

และที่สำคัญการส่งเสริมไบโอดีเซลยังส่งผลดีในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ตามหลัก Multiplier คือเมื่อเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ก็มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น แต่หากเราไม่มีการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ อาจจะทําให้การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในแต่ละประเทศทําได้ยากมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทดแทนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปี ก่อนสิ้นสุดมาตรการ รัฐยังสามารถใช้กลไกกองทุนน้ำมันในการดูแลราคาได้ แต่ควรสร้างกลไกตลาด เพื่อสนับสนุนเรื่องพลังงานทดแทนเมื่อสิ้นสุดการขยายระยะเวลาครั้งสุดท้ายในปี 2569 เพราะหากไม่มีกระบวนการผลิตอื่น ๆ มาช่วย เราก็จะไม่มีอาวุธที่จะขับเคลื่อน เช่น ถ้าภาครัฐต้องการให้ใช้ไบโอดีเซลมากขึ้น ซึ่งมี 2 เกรด ต่อให้ตัวผสมเยอะถูกกว่าก็จะไม่มีกลไกมารองรับ

“เรามีความคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีนโยบายที่สามารถสร้างสมดุลทั้งระหว่างกลไกราคา ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาได้วางแผนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ หากนโยบายมีการปรับเปลี่ยนทิศทาง เอกชนก็ต้องปรับแผนการดำเนินงานด้วย ภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนในพลังงานทดแทนอาจจะต้องทบทวนหรือหยุดแผนไว้ก่อน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนเคว้งจ่อเลิกอุ้ม “ไบโอดีเซล” ปี’69

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...