โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์ใหม่ “Garner” โรงแรมระดับกลางจาก “IHG” เจาะกลุ่มโรงแรมอิสระเปลี่ยนมาใช้เชนนอกบริหาร

Positioningmag

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 08.05 น.

“IHG” เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Garner” ในราคาต่ำกว่า “Holiday Inn Express” หวังอุดช่องว่างตลาดโรงแรมระดับกลางตอบโจทย์กลุ่มโรงแรมอิสระไม่มีแบรนด์เปลี่ยนใจใช้เชนนอกบริหาร ด้วยเงื่อนไขการปรับปรุงโรงแรมที่น้อยกว่า ชี้เทรนด์ตลาดปัจจุบันมีโรงแรมอิสระที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้เชนมากกว่าที่เคย

“วิเวก บัลลา” กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเริ่มทำตลาดแบรนด์“Garner” ในประเทศไทย โดยแบรนด์ดังกล่าวเป็นแบรนด์ใหม่ของ IHG ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ปัจจุบันมีให้บริการแล้ว 4 แห่งในสหรัฐฯ และอยู่ในไปป์ไลน์การเปิดตัวอีก 79 แห่งทั่วโลก เฉพาะในเอเชียจะมีการเปิดโรงแรม Garner 3 แห่งแรกภายในสิ้นปีนี้ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของแบรนด์ Garner คือการเข้ามาอุดช่องว่างในตลาดให้กับ IHG เพราะเป็นแบรนด์โรงแรมระดับกลางซึ่งช่วยตอบโจทย์ลูกค้าผู้เข้าพักที่ต้องการเฉพาะห้องพักในระดับมาตรฐาน นอนพักสบาย ไวไฟแรง และสามารถเลือกรับหรือไม่รับประทานอาหารเช้าได้
[caption id="attachment_1487988" align="alignnone" width="1000"]

Garner

โรงแรม Garner Oklahoma สหรัฐฯ[/caption]
รวมถึงจะตอบโจทย์กลุ่มเจ้าของโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมอิสระไม่มีแบรนด์ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้เชนมืออาชีพช่วยบริหาร เพราะมาตรฐานและเงื่อนไขด้านโครงสร้างพื้นฐานของ Garner จะยืดหยุ่นกว่า ช่วยให้โรงแรมอิสระสามารถปรับปรุงห้องพักเพื่อมาอยู่ในเชนของ IHG ได้ง่ายขึ้น เช่น ห้องพักขนาดขั้นต่ำเพียง 15 ตารางเมตร, มีห้องพักขั้นต่ำเพียง 150 ห้อง, ไม่จำเป็นต้องมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และร้านอาหารที่เปิดครบทุกมื้อ
ในแง่งานบริการใน Garner มีการลดทอนลงมาเช่นกัน เช่น Welcome Drink ในลักษณะบริการตนเอง, มื้อเช้าแบบ Grab & Go, เปลี่ยนจากบริหารรูมเซอร์วิสเป็น ‘Garner Shop’ ซึ่งอาจจะตั้งเป็นเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติแทนการใช้พนักงาน
[caption id="attachment_1487991" align="alignnone" width="1000"]

Garner

ตัวอย่างการจัด Welcome Drink แบบบริการตัวเองของ Garner[/caption]
ทั้งหมดจะทำให้ Garner บีบราคาลงมาได้ต่ำกว่า Holiday Inn Express ซึ่งปัจจุบันเป็นเทียร์ต่ำสุดของ IHG ในโรงแรมระดับกลาง ตัวอย่างราคาของ Holiday Inn Express Central Pattaya จะอยู่ที่ 1,500-2,500 บาทต่อคืน แบรนด์ใหม่นี้จะมาช่วยอุดช่องว่างในระดับราคาที่ต่ำกว่านั้น แต่ยังอยู่เหนือกว่ากลุ่มบัดเจ็ทโฮเทล

เทรนด์โรงแรมอิสระเปลี่ยนมาใช้เชนบริหารสูงขึ้น

วิเวกกล่าวถึงเทรนด์การเปลี่ยนจากโรงแรมอิสระที่ไม่ใช้เชนมาเป็นเชนบริหาร (Conversion) ด้วยว่า มีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลกเมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 โดยข้อมูลจาก Horwath และ Lodging Economics พบว่า ย้อนไปในปี 2562 อัตราโรงแรมที่เป็นสัญญา Conversion อยู่ที่ 15% จากสัญญาจ้างเชนบริหารทั้งหมด แต่ในปี 2566 อัตราส่วนเพิ่มเป็น 33% และปี 2567 ปัจจุบันเพิ่มเป็น 40%
หากเจาะลึกเฉพาะตลาดประเทศไทย ในปี 2562 อัตราโรงแรมที่เป็นสัญญา Conversion อยู่ที่ 21% แต่ในปี 2566 อัตราส่วนเพิ่มเป็น 58% เห็นได้ว่าเทรนด์ของโรงแรมอิสระที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้เชนบริหารเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยนับว่าเกินครึ่งของตลาด สูงกว่าการทำสัญญากับกลุ่มโรงแรมเปิดใหม่
[caption id="attachment_1393220" align="alignnone" width="800"]

IHG

สินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ, วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น หนึ่งในโรงแรมที่เปลี่ยนจากการเป็นโรงแรมอิสระมาใช้เชน IHG ในการบริหาร[/caption]
วิเวกอธิบายว่า สาเหตุที่โรงแรมอิสระเริ่มสนใจเปลี่ยนมาใช้เชนบริหาร เพราะการเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มบริษัทมักจะควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า เช่น การเจรจาต่อรองค่าคอมมิชชันกับ OTA (Online Travel Agency) และการเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างกว่า รวมถึงเทรนด์ของลูกค้าต้องการเข้าพักกับโรงแรมที่ใช้เชนบริหารมากขึ้น
ทั้งนี้ การทำสัญญา Conversion เกิดขึ้นในทุกๆ เซ็กเมนต์โรงแรม เพียงแต่ IHG มีพอร์ตบริหารเกินครึ่งหนึ่งเป็นโรงแรมระดับกลาง ได้แก่ Holiday Inn และ Holiday Inn Express ทำให้เห็นโอกาสว่ายังมีช่องว่างตลาดอีก เพราะโรงแรมอิสระในประเทศไทยมีมากกว่า 1,400 แห่ง ตามข้อมูลจาก STR

เชื่อธุรกิจโรงแรมยังขาขึ้นอีกอย่างน้อย 2-3 ปี

ด้านเทรนด์ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย วิเวกระบุว่า ครึ่งปีแรก 2567 อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ทั้งหมดในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 13% จากปีก่อน เป็นผลจากเกิดเปิด Visa-Free ให้กับหลายประเทศ จึงคาดการณ์ว่าตลอดปีนี้อัตราการเติบโตของ RevPAR จะยังคงเป็นตัวเลขสองหลักได้
[caption id="attachment_1487986" align="alignnone" width="1000"]

IHG

“วิเวก บัลลา” กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG[/caption]
โดยจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็น ภูเก็ต เกาะสมุย และกรุงเทพฯ และมีค่าเฉลี่ยการเข้าพักทริปละ 3 คืนขึ้นไป ส่วนจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยจะเป็นเมืองหัวหิน พัทยา ระยอง และเขาใหญ่ และมีค่าเฉลี่ยเข้าพักทริปละ 2 คืน

แนวโน้มในอนาคต จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามายังประเทศไทยคาดจะเติบโตสะสม 14.8% ภายในปี 2571 ทำให้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวน่าจะยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2-3 ปีจากนี้
สำหรับ IHG ปัจจุบันมีแบรนด์โรงแรมที่เปิดบริการแล้วในไทยทั้งหมด 9 แบรนด์ รวมทั้งหมด 35 แห่ง และยังมีโรงแรมในไปป์ไลน์ระหว่างก่อสร้างหรือปรับปรุงอยู่อีก 39 แห่งที่จะเปิดบริการในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...