อ.นิติศาสตร์ จุฬาฯ จี้รัฐ อย่าบังคับคนไทยซื้อไฟแพง แนะตั้งหลักสู่ความยั่งยืน
อ.นิติศาสตร์ จุฬาฯ จี้รัฐ อย่าบังคับคนไทยซื้อไฟแพง แนะตั้งหลักสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และพันธมิตรร่วมจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 (Book Expo Thailand 2024) ในธีม “อ่านกันยันโลกหน้า” ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮออล์ 5-7 ตั้งแต่วันที่ 10 – 20 ตุลาคม 2567
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงบ่ายซึ่งมีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาเลือกหนังสือภายในบูธสำนักพิมพ์มติชน J02 อย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของผลงาน ‘Energy for All
กฎหมาย พลัง (งาน)ในมือประชาชน’ เดินทางมาแจกลายเซ็น โดยมีผู้ให้ความสนใจต่อคิวพบปะพูดคุยเป็นจำนวนมาก ทั้งนิสิต นักศึกษา และบุคลากรในแวดวงพลังงาน
จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่เวทีกลาง ผศ.ดร.ปิติ ขึ้นเสวนาหัวข้อ ‘Energy for All กฎหมาย พลัง (งาน)ในมือประชาชน’ โดยมีแขกผู้เกียรติร่วมรับฟัง อาทิ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอสพีซีจี, นายธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ต้นฉบับ
ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชน ให้การต้อนรับ นำโดย นายสุรพล พิทยาสกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายโฆณาและการตลาด, นายศรวิษฐ์ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณา และนายพิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์ บรรณาธิการบริหารออนไลน์ กองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์
ผศ.ดร.ปิติ กล่าวว่า กฎหมายกับพลังงาน เป็นเรื่องใกล้ตัว บางครั้งเราอาจมองไม่เห็นมัน แต่หากเราได้รับความไม่ยุติธรรมเมื่อไหร่ หรือพลังงานขาดไปเมื่อไหร่ จึงจะรู้สึก ท้ายที่สุด เรื่องที่อยู่ในหนังสือ คือเรื่องใกล้ตัวมาก และขาดไม่ได้
“เรื่องพลังงานและความยั่งยืน มันมีสิ่งที่ต้องทำ ต้องตั้งหลักอย่างนี้ก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ หรืออยากทำ โลกต้องตั้งหลัก ทุกคนต้องตั้งหลัก ทุกอย่างที่อยู่บนโลกก็ต้องตั้งหลักด้วย
ความยั่งยืน เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการเดินไปข้างหน้า วันนี้เราไม่สามารถดีดนิ้ว แล้วเปลี่ยนไฟในระบบเป็นไฟสีเขียวได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้น ไฟจะหยุดชะงัก เราพร้อมหรือไม่ที่จะให้ไฟโรงพยาบาลขาดได้
ข้อแรก เราต้องเริ่มเปลี่ยน เราอาจต้องเริ่มปล่อยก๊าชคาร์บอนน้อยลงเรื่อยๆ
ไฟฟ้าสะอาดในช่วงแรก ถ้ามันแพงขึ้น ใครต้องจ่าย เขาบอกว่า คนซื้อไง ระบบโครงข่ายต้องจ่าย แต่คนที่ประกอบการโครงข่ายเอาไฟมาขาย สุดท้าย ใครต้องจ่าย คำตอบคือ ผู้ใช้ไฟ” ผศ.ดร.ปิติ กล่าว
ผศ.ดร.ปิติ กล่าวว่า ไฟฟ้าอาจมีต้นทุนสูงขึ้นบ้างจากการเปลี่ยนเป็นพลังงานยั่งยืน ทุกคนต้องจ่าย ไม่ใช่แค่ใครคนหนึ่งจ่าย นี่คือข้อแรก
ข้อสอง สิ่งที่รัฐต้องทำ คือ อย่าบังคับให้เราต้องรับต้นทุนที่ไม่ควรรับ คือคนจ่ายค่าไฟ แต่ไม่ควรถูกบังคับให้จ่ายในสิ่งที่ไม่ควรต้องจ่าย ทำไมต้องโดนบังคับให้ซื้อไฟแพงเสมอ
“รัฐไม่ควรจัดหาไฟที่แพงโดยมีต้นทุนทางเชื้อเพลิงแบบผูกปิ่นโตยาว 20-30 ปี
ตอนนี้ผมเสียบชาร์จโทรศัพท์ เราไม่รู้ว่าหน่วยอิเล็กตรอนที่เป็นไฟฟ้ามาจากไหน แต่ผมควรจ่ายเฉพาะสิ่งที่ผมควรจ่ายเท่านั้น ถ้าวันข้างหน้าผมทำโรงงานส่งออกไปยุโรป ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด ผมพร้อมจ่ายแดงขึ้นหน่อย ผมควรมีสิทธิเลือก ถูกไหม ? แล้วถ้าวันข้างหน้า ผมซื้อไฟรีนิวถูกลงได้ ถูกกว่าไฟที่ปั่นมาจากเชื้อเพลิง ผมก็ควรมีสิทธิเลือกได้ นี่คือบทบาทของผู้ประกอบการและรัฐ
ผู้ใช้พลังงานต้องรับผิดชอบในต้นทุนที่ต้องจ่ายเพราะท้ายที่สุดคุณก็เป็นผู้ก่อมลพิษ ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่ถูกครอบงำ องค์กรที่กำกับดูแล เป็นกรรมการ ไม่ควรเลือกข้าง เวลาใครเสียบแรง จะแจกใบเหลืองก็ต้องแจก ทุกคนมีบทบาทของตัวเอง” ผศ.ดร.ปิติ กล่าว
ผศ.ดร.ปิติ กล่าวว่า ความยั่งยืน คือโลกที่เราพยายามผสานประโยชน์ต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยไม่ทำให้โลกใบนี้เสียไปจนคนรุ่นหลังอยู่ไม่ได้ มันเป็นทางที่เราต้องเดิน เป็นทางที่ต้องค่อยๆ เดินไป แต่ต้องเดิน ต่อให้ไม่เดิน ก็ต้องโดนถีบให้เดิน
“ถ้ามีคนบอกว่า เราสามารถใช้ไฟสะอาดได้ แต่คำพูดนี้บังคับไม่ได้ เพราะเป็นแค่ nice to have ไม่ใช่ I can have หรือ You must protect me สิ่งที่จะเอามาทำให้ความคลุมเครือหายไป ผมบอกเลยว่า คือ กฎหมาย” ผศ.ดร.ปิติกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.นิติศาสตร์ จุฬาฯ จี้รัฐ อย่าบังคับคนไทยซื้อไฟแพง แนะตั้งหลักสู่ความยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th