โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TAN เปิดผลงานครึ่งปีแรก 2567 ทำรายได้ 845 ลบ. โต 27% มั่นใจผลการดำเนินงานทั้งปีเติบโต 20% ตามเป้า

Wealthy Thai

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 05.41 น.

‘บมจ.ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN’ ประกาศผลงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2567 ทำรายได้จากการขายและบริการรวม 845.1ล้านบาท เติบโต 27.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิชะลอตัวลงจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาด และการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ปักธงครึ่งปีหลังเปิดเพิ่มอีก 10สาขา ลุยขยายแบรนด์ HARNN ในจีน หลังผลตอบรับดีเกินคาด เตรียมเปิดสาขาแรกที่หางโจว พร้อมขยายจุดจำหน่ายในจีนกว่า 2,000 จุด รวมทั้งเปิดเฟรนไชส์สปา 50 แห่งภายในปี 2570 มั่นใจรายได้ทั้งปีโต 20% ตามเป้า
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TANผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ลักซ์ชัวรีระดับโลก เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน) เทียบกับครึ่งแรกปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 845.1ล้านบาทเพิ่มขึ้น 27.4% การเพิ่มขึ้นโดยรวมมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSSG) การแนะนำสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ และการเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญในการกระจายการพึ่งพิงรายได้ของแบรนด์หลักของบริษัทฯ ในไตรมาสต่อๆ ไป และมีผลกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ 79.5ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการควบคุมส่วนลดที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย การทำการตลาด และการเพิ่มทรัพยากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทฯ ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตของผลการดำเนินงานปี 2567 ที่ 20% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลการตอบรับของแบรนด์ใหม่ในพอร์โฟลิโอ อาทิ GANNI, Gordon Ramsay Restaurants, United Arrowsเป็นต้น การรับรู้รายได้ของแบรนด์ HARNN ในการขยายไปสู่ประเทศจีน และการเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ของแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ รวมถึงการเร่งตัวขึ้นของการบริโภคและภาคการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจตามปัจจัยทางฤดูกาล รวมทั้งมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAN กล่าวว่า สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง 2567กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างการเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน คือ 1) สื่อสารการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและคำนึงถึงประสบการณ์การใช้สินค้าและบริการที่ลูกค้าจะได้รับ 2) การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีอัตราส่วนคงที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรให้มากขึ้นกว่าเดิม 3) ขยายสาขาแบรนด์ที่มีศักยภาพเติบโต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังรวม 10แห่ง โดยกลุ่มธุรกิจ Lifestyleเตรียมเปิดร้าน Pandora สาขาสุราษฎ์ธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าของภาคใต้ตอนบน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้มีกำลังซื้อสูงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับกลุ่มธุรกิจ Fashionเตรียมเปิด GANNIและ Marimekkoที่ Siam Discovery ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญใจกลางเมือง นอกจากนี้ ยังขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม Young Generation ที่มีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น และกลุ่มธุรกิจ Food & Beverageเตรียมเปิด Gordon Ramsay Bread Street Kitchen & Barสาขา 2 ที่ ICONSIAMซึ่งรองรับได้มากถึง 180 คน ครอบคลุมพื้นที่ 600 ตารางเมตร ภายในออกแบบให้มีเคาน์เตอร์บาร์เต็มรูปแบบ มีบริการห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวและโซน Outdoor ท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหาร All Day Dining ระดับพรีเมียม โดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ A, กลุ่มครอบครัว และกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ขณะที่ Gordon Ramsay Bread Street Kitchen & Barสาขาแรก ณ EMSPHEREยังคงได้รับผลตอบรับดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจ Beauty & Wellness กลุ่มบริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อย HARNN Greater China เพื่อขยายธุรกิจในประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน โดยเตรียมเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้า Hangzhou Hubin Yintai In77 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ภายในเดือนพฤศจิกายน พร้อมขยายจุดขาย 2,000 แห่งทั่วประเทศจีน และแฟรนไชส์สปา 50 แห่งภายใน 3 ปี
“เรายังคงต้องให้ความสำคัญกับการมองภาพระยะยาว ซึ่งจะทำให้ TANเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นกลุ่มบริษัทไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับภูมิภาค ด้วยการสร้างฐานธุรกิจให้มีทั้งความกว้างและลึก ไม่ว่าจะเป็นการขยายฐานสาขากิจการเดิม หรือเพิ่มสัดส่วนธุรกิจจากกิจการใหม่ที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในอนาคต ดังนั้นการมีค่าใช้จ่ายในการขยายงานและการอยู่ในช่วงเริ่มต้นใหม่ของรอบการลงทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราเชื่อว่าความต่อเนื่องระยะยาวของการสร้างฐานรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้กำไรของบริษัทฯยกตัวสูงขึ้นมากในช่วงเวลาถัดไป และเรายังคงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะเติบโต 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายธนพงษ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...