โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นความร้อนทำผึ้งทรมาน ดมกลิ่นดอกไม้ได้ลดลง 80%

Environman

เผยแพร่ 01 ต.ค. 2567 เวลา 00.00 น.

คลื่นความร้อนทำให้ผึ้ง ‘พิการ’ เพราะสูญเสียความสามารถในการรับกลิ่น งานวิจัยใหาเผยให้เห็นว่าผึ้งงานต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ทั้งรังอยู่รอด

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อนทำให้ปัจจุบันหลายภูมิภาคต้องเผชิญกับ ‘คลื่นความร้อนผิดปกติ’ ที่ทั้งเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และอยู่นานขึ้นจนสร้างผลกระทบต่อทุกชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อน แต่สิ่งมีชีวิตอื่นก็เช่นกันโดยเฉพาะผึ้ง

ราวกับว่า ‘ผึ้ง’ ยังทุกข์ทรมานไม่พอจากทั้งมลพิษทางอากาศ ยาฆ่าแมลง และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม มนุษย์ในปัจจุบันก็ได้เพิ่มภัยคุกคามอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลจากก๊าซเรือนกระจกส่วนเกินที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ คลื่นความร้อนที่ผิดปกติเหล่านี้ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ยิ่งเลวร้ายลง

“ผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน: คลื่นความร้อนส่งผลต่อสรีรวิทยาของผึ้ง” Coline Jaworski นักนิเวศวิทยาภาคสนามจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการวิจัยเกษตรกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศส ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยใหม่นี้ กล่าว “หากแมลงผสมเกสรไม่มาสัก 2-3 วัน ก็จะไม่มีการผสมเกสร ไม่มีเมล็ดพันธุ์และไม่มีรุ่นต่อไป”

โดยทั่วไปแล้วผึ้งบับเบิลบีนั้นเป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้เข้ากับความหนาวเย็นได้ด้วยลักษณะเด่นต่าง ๆ เช่น ขนฟูหนาทั่วร่างกาย ทว่าความสามารถนี้อาจกลายเป็นการทำร้ายตัวเองในโลกที่ร้อนขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Würzburg ในเยอรมนี ได้ศึกษาว่าความร้อนส่งผลกระทบต่อการรับกลิ่นของผึ้งอย่างไรกันแน่

ด้วยการสังเกตผึ้งทั้งหมด 190 กลุ่มที่พบในทั่วยุโรปซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ Bombus pascuorum ซึ่งจับได้จากป่า และ Bombus terrestris ซึ่งเก็บได้จากรังผึ้งเชิงพาณิชย์ จากนั้นทีมวิจัยก็ได้จำลองสถานการณ์คลื่นความร้อนผิดปกติที่อุณหภูมิ 40°C ในเวลา 3 ชั่วโมง

เมื่อเสร็จสิ้น ทีมวิจัยก็ได้วัดการตอบสนองของหนวดผึ้งที่ติดอิเล็กโทรด ต่อโมเลกุลกลิ่นดอกไม้ 3 ชนิดที่เรียกว่า ocimene, geraniol และ nonanal ซึ่งเป็นกลิ่นที่พบได้ทั่วไปในดอกไม้และคอยดึงดูดแมลงมาผสมเกสร ผลลัพธ์นั้นตรงไปตรงมา

“ความร้อนทำให้ความสามารถในการตรวจจับกลิ่นดอกไม้ของผึ้งบัมเบิลบี ‘ลดลงอย่างมาก’” Sabine Nooten นักนิเวศวิทยาด้านแมลงจากมหาวิทยาลัย Würzburg ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักกล่าว

อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้ความสามารถในการรับกลิ่นของผึ้งลดลงถึง 80% ในผึ้งงานตัวเมียและลดลง 50% ในผึ้งงานตัวผู้ นอกจากนี้ความร้อนยังทำให้หนวดผึ้งผิดปกติต่อไปเป็นเวลานาน แม้จะอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นกว่าเป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงถึงความน่ากังวลอย่างยิ่งที่จะตามมา เนื่องจากผึ้งงานเป็นผู้ค้นหาทรัพยากรหลักให้กับทั้งรัง หากพวกมันไม่สามารถได้กลิ่นดอกไม้ ก็หมายความว่าทั้งรังจะมีอาหารน้อยลง > อดตายมากขึ้น และท้ายที่สุดก็นำไปสู่ผลผลิตทางการเกษตรที่น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์

“นั่นอาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายว่าทำไมเราจึงเห็นประชากรผึ้งบับเบิลบีลดลงจำนวนมาก” Nooten กล่าว

ขณะที่ Dave Goulson นักนิเวศวิทยาผึ้งบัมเบิลบีจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ในไบรตัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ให้ความเห็นเสริมว่า “การศึกษานี้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าผึ้งบับเบิลบีต้องทุกข์ทรมานแบบนี้ ผึ้งตัวอื่น ๆ ก็อาจต้องทรมานเช่นเดียวกัน”

“แต่จนกว่าจะมีใครตรวจสอบ เราก็ไม่อาจรู้ได้แน่ชัด”

ที่มา

https://royalsocietypublishing.org/…/10…/rspb.2024.0352

https://phys.org/…/2024-08-impair-bumblebees-ability…

https://www.smithsonianmag.com/…/heat-waves-can-make…/

https://www.sciencenews.org/…/bumblebees-lose-smell…

Photo: ipolly80/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...