โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สูตรลับดินดีด้วย “ไส้เดือน” ทำง่าย ต้นทุนต่ำ บำรุงได้จริง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 22.00 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 22.00 น.

“ไส้เดือน” สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรามักพบเห็นได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ตั้งแต่ในป่าใหญ่ไปจนถึงในสวนหลังบ้าน และแม้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะตัวเล็กแต่ประโยชน์นั้นกลับไม่ได้เล็กอย่างตัว เพราะไส้เดือนจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตจำพวกผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตจิ๋วเหล่านี้จึงมีความสามารถในการปรับปรุงโครงสร้างและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นดิน อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นดัชนีวัดความปนเปื้อนของสารพิษในดินได้อีกด้วย

ไส้เดือนสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ไส้เดือนที่อาศัยอยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์ ซึ่งจะมีความสามารถในการย่อยสารอินทรีย์ในดิน และขยายพันธุ์ด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งคือ ไส้เดือนที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยใช้การขุดรู ไส้เดือนในกลุ่มนี้จะมีอายุอยู่ที่ราวๆ 4-10 ปี แต่หากนำไส้เดือนชนิดนี้มาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรจะมีอายุอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น

แล้วประโยชน์ในภาคการเกษตรของไส้เดือนล่ะคืออะไร ? วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วและประโยชน์อันหลากหลายของพวกเขาที่จะช่วยให้การทำการเกษตรนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น !

การเลี้ยงไส้เดือน

ก่อนที่จะเริ่มใช้ประโยชน์จากบรรดาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างไส้เดือน เราจะต้องเริ่มจากการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเสียก่อน โดยในประเทศไทยนั้นมีไส้เดือนที่นิยมเพาะเลี้ยงอยู่ทั้งสิ้น 4 สายพันธ์ุ คือ แอฟริกัน ไนท์ ครอเลอร์ (African Night Crawler) สายพันธุ์ไทเกอร์ (Tiger Worm) สายพันธุ์ บลูเวิร์ม (Blue worm) และสายพันธุ์ขี้ตาแร่ โดยวิธีการเลี้ยงนั้นจำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมด 4 อย่าง คือ กะละมัง มูลวัวหรือมูลกระบือ เศษพืชผักหรือเศษอาหารสำหรับใช้เป็นอาหารของไส้เดือน และอย่างสุดท้ายคือพันธุ์ไส้เดือนที่ต้องการเพาะเลี้ยง โดยมีขั้นตอนในการเตรียมการ ดังนี้

  • นำมูลวัวหรือมูลกระบือมาแช่น้ำเป็นเวลา 74 ชั่วโมง
  • เมื่อแช่น้ำจนครบเวลาแล้ว ให้นำมูลวัวหรือมูลกระบือมาผึ่งให้แห้ง จากนั้นใส่ลงในภาชนะสำหรับเลี้ยงไส้เดือน
  • นำไส้เดือนลงในมูลวัวหรือมูลกระบือ
  • คอยให้อาหารไส้เดือนเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
  • หมั่นตรวจดูความชื้นไม่ให้มูลสัตว์แห้งจนเกินไป โดยเมื่อครบ 45 วันปริมาณของไส้เดือนจะเพิ่มเป็นเท่าตัว

และเมื่อไส้เดือนเจริญเติบโตจนได้ในปริมาณที่ต้องการแล้ว มูลของไส้เดือนก็ยังสามารถไปใช้ประโยชน์ได้ต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยชน์ทางการเกษตร

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน คือการใช้มูลของไส้เดือนในการเป็นปุ๋ยให้กับพืชพันธุ์ต่างๆ โดยในมูลของไส้เดือนนั้นมีโมเลกุลที่มีขนาดเล็กทำให้พืชสามารถดูดซับอาหารจากมูลของไส้เดือนไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งในมูลของไส้เดือนยังมีสารอาหารที่ครอบคลุมต่อความต้องการของพืชแทบทุกชนิด จึงทำให้ให้ปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือนเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรอินทรีย์เป็นอย่างมาก และนอกจากสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว มูลไส้เดือนยังมีผลทำให้พืชเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ และมีความต้านทานทั้งโรคพืชและโรคแมลงอีกด้วย โดยขั้นตอนในการทำปุ๋ยหมักนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ใช้วัตถุดิบเพียง 2 อย่าง คือ ขี้วัวแห้งและแม่พันธุ์ไส้เดือน โดยสามารถทำปุ๋ยหมักได้ด้วยการนำขี้วัวแห้งมาแช่น้ำให้ชุ่ม จากนั้นนำขี้วัวที่ชุ่มน้ำแล้วมาใส่ในกะละมังที่เจาะรูด้านล่าง โดยต้องเจาะให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 หุน 16 รู จากนั้นให้นำไส้เดือนที่เตรียมไว้ใส่ลงไป และปล่อยให้บรรดาไส้เดือนอยู่ในกะละมังเป็นเวลา 30 วัน และเมื่อครบ 30 วันแล้วจึงค่อยนำไส้เดือนมาร่อนบนตะแกรงเพื่อแยกปุ๋ยกับไส้เดือนออกจากกัน เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปุ๋ยจากมูลของไส้เดือนเพื่อใช้ในการบำรุงพืชพันธุ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว

น้ำหมักมูลไส้เดือน

ในการทำน้ำหมักมูลไส้เดือนนั้นจะมีความยุ่งยากมากกว่าการทำปุ๋ยหมักอยู่สักหน่อย เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า โดยน้ำหมักมูลไส้เดือน คือ การนำน้ำที่ได้จากผลิตปุ๋ยหมักมาใช้ในการเกษตรอีกทอดหนึ่ง ซึ่งน้ำหมักจากมูลไส้เดือนนั้นจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลและไม่มีกลิ่นเหม็น โดยมีข้อแนะนำในการใช้น้ำหมัก คือ

  • หากต้องการพ่นน้ำหมักทางใบ ควรที่จะผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร ต่อน้ำหมักมูลไส้เดือน 1 ลิตร และจะต้องพ่นตอนที่มีแสงแดดอ่อนๆ เท่านั้น
  • ถ้าต้องการใช้น้ำหมักในการรดบริเวณโคนต้น ให้ใช้น้ำหมักมูลไส้เดือน 1 ลิตร ผสมเข้ากับน้ำเปล่า 20 ลิตรจะได้ผลดี
  • หากใช้คู่กับปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนจะได้ผลดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.rakbankerd.com/agriculture/hilight-view.php?id=117&s=tblheight https://www.tamfarmdee.com/content/9095/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C https://aopdh02.doae.go.th/wp-content/uploads/2021/10/AF.pdf https://esc.doae.go.th/wp-content/uploads/2018/10/earthworm.pdf https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_252590#google_vignette

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สูตรลับดินดีด้วย “ไส้เดือน” ทำง่าย ต้นทุนต่ำ บำรุงได้จริง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...