โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังแจ้งข่าวร้าย เงินดิจิทัล เฟส 3 แจกไม่ทันสงกรานต์

Thaiger

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.38 น. • Thaiger ข่าวไทย

คืบหน้ากรณี แจกเงินดิจิทัลเฟส 3 ให้กับกลุ่มประชาชนที่เข้าเงื่อนไขสิทธิ มีอายุระหว่าง 16-20 ปี 2.7 ล้านคน โดยไทม์ไลน์เดิมจะเริ่ม โอนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ภายในต้นไตรมาส 2/2568 และคาดว่าจะทันใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ 13-15 เมษายน นั้น

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ระยะที่ 3จะไม่สามารถดำเนินการแจกเงินได้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 นี้ อย่างแน่นอน สร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่รอคอย แม้ว่าขณะนี้รายละเอียดของโครงการจะถูกเสนอไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วก็ตาม

นายจุลพันธ์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ส่งรายละเอียดของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เฟส 3 ดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาได้ในเร็วๆ นี้

“ตอนนี้กระทรวงการคลัง ได้เสนอรายละเอียดของโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 มายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว และเชื่อว่า น่าจะเวียนขอความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ จากนั้นน่าจะเสนอเข้ามายัง ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบได้” นายจุลพันธ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรอบเวลาว่าจะสามารถแจกเงินได้ทันก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ รมช.คลัง ยอมรับว่า “คงไม่ทันกับช่วงสงกรานต์ และขอให้รอก่อน” เนื่องจากยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ ทั้งการรอความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และการรอการอนุมัติจาก ครม. ส่วนความคืบหน้าด้านการพัฒนาระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลนั้น ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ากำลังเร่งดำเนินการอยู่

สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 นี้ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการ วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ให้กับประเทศไทย ตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อทดสอบระบบการชำระเงินกลางของประเทศ โดยจะใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่ประชาชนได้ลงทะเบียนไว้ในแอปพลิเคชันทางรัฐอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเลือกที่จะเริ่มดำเนินการโครงการนี้เป็นครั้งแรกกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้ความเข้าใจและมีความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Adoption) สูงเป็นลำดับแรก นั่นคือ กลุ่มเยาวชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 16-20 ปี ซึ่งมีจำนวนประมาณ 2.7 ล้านคน

รัฐบาลคาดหวังว่า การแจกเงิน 10,000 บาทให้กับกลุ่มเยาวชนในเฟส 3 นี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • บรรเทาภาระค่าครองชีพ ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในวัยเรียนให้มีกำลังซื้อในสิ่งที่จำเป็น
  • ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • กระตุ้นการบริโภค เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
  • กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
  • ส่งเสริมความเข้มแข็ง ทำให้ประชาชนและชุมชนพึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ
  • เพิ่มโอกาสทางอาชีพ เป็นการส่งเสริมทักษะและการเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัล

คุณสมบัติคนได้เงินดิจิทัลเฟส 3

  • ไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการ
  • เป็นผู้ที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ส่งข้อมูลไปตรวจสอบกับกรมการปกครอง ไม่รวมถึงทะเบียนบ้านกลาง
  • ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากรวมกันเกินกว่า 500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 โดยให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงกรณีบัญชีเงินฝากประเภทบัญชีร่วม บัญชีเพื่อ และบัญชีโดย และผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทสลากออมทรัพย์
  • ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกินกว่า 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566
  • ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตามฐานข้อมูลของ พม. ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567
  • ไม่เป็นผู้ต้องขัง 4 ประเภท ประกอบด้วย นักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่าง ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน ตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

วิธีใช้เงินดิจิทัลเฟส 3

กลุ่มผู้ได้รับสิทธิเงินดิจิทัลเฟส 2 ที่มีอายุ 16-20 ปี และได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ไว้เรียบร้อยแล้ว สามารถใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้ง่าย ๆ โดยทำตามขั้นตอน ดังนี้

  • เปิดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ บนสมาร์ทโฟน
  • เลือกเมนู เงินดิจิทัล
  • สแกน QR Code ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • ยืนยันการชำระเงิน

ใช้จ่ายเงินดิจิทัลเฟส 3 ภายในรัศมีเท่าไหร่

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีการกำหนดให้ใช้จ่ายเงินดิจิทัลภายในรัศมี 4 กิโลเมตร จากที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ต่อมา มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ให้ใช้จ่ายได้ภายในเขตอำเภอ ตามทะเบียนบ้านแทน

แม้ว่าปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะใช้รัศมีเท่าใด แต่อดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน เคย ระบุว่า จะขอคงรัศมี 4 กิโลเมตร

ดังนั้น จึงยังไม่มีความชัดเจน เกี่ยวกับระยะรัศมี การใช้เงินดิจิทัลเฟส 3 แนะนำให้ติดตาม ข่าวสาร จากทาง รัฐบาล อย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามความคืบหน้าและข้อมูลเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...