โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คัดกรองวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดี วิธีการรักษาหายขาดได้หากรู้ทันในระยะแรก

PPTV HD 36

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 20.00 น.
มะเร็งท่อน้ำดีในไทยส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรัง แพทย์เผยวิธีคัดกรองและวินิจฉัย ย้ำหากพบในระยะแรก มีโอกาสหายขาดสูง

ท่อน้ำดีมีหน้าที่ลำเลียงน้ำดีจากตับเข้าไปเก็บที่ถุงน้ำดี และนำน้ำดีจากถุงน้ำดี ปล่อยลงสู่ลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร สำหรับการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีเกิดจากเซลล์ของท่อน้ำดีที่เป็นเซลล์ปกติแล้วกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

ในประเทศไทยเกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรังจากการรับประทานอาหารปลาดิบที่ปนเปื้อนตัวพยาธิใบไม้ในตับโดยปลาดิบเหล่านี้จะมีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่ที่เนื้อปลาและเกล็ดใต้ครีบ

สัญญาณ “มะเร็งท่อน้ำดี” แพทย์เผยส่วนใหญ่ในไทยเกิดจากการกินปลาน้ำจืดดิบ

สาเหตุมะเร็งท่อน้ำดี นอกจากกินปลาน้ำจืดดิบ เผยสัญญาณก้อนมะเร็งอุดท่อน้ำดี

เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาวน้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลากระสูบ โดยทำเมนูก้อยปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาส้ม ปลาร้าดิบ หรือปลาร้า

ตัวพยาธิใบใม้ในตับจะเข้าไปสะสมบริเวณท่อทางเดินน้ำดี และทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อเกิดการอับเสบเรื้อรังจนทำให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติ ก็จะทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง การรับประทานอาหารที่ปรุงจากปลาดิบนี้ จะพบได้บ่อยในประชากรภาคอีสาน จึงพบมะเร็งท่อน้ำดีมากกว่าภาคอื่น การดื่มสุราเป็นประจำ ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี สารพิษอะฟลาทอกซิน อาหารที่มีดินประสิว ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับได้

อาการมะเร็งท่อน้ำดี

  • มะเร็งท่อน้ำดีภายในตับ ในระยะแรกผู้ป่วยไม่ค่อยมีอาการ เนื่องจากก้อนจะมีขนาดเล็ก อาจมีอาการจุกแน่นท้องเล็กน้อย เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่มากขึ้นจึงจะเริ่มมีอาการปวดท้อง ปวดหรือเสียดใต้ชายโครงขวา อาจพบอาการตาเหลือง ตัวเหลือง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มะเร็งท่อน้ำดีชนิดขั้วตับ หรือมะเร็งท่อน้ำดีที่อยู่ภายนอกตับ ในระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่เมื่อขนาดของก้อนใหญ่ขึ้น ก็จะพบว่าผู้ป่วยมีอาการของท่อน้ำดีตีบ หรือท่อน้ำดีอุดตัน ได้แก่อาการตาเหลือง ตัวเหลือง อุจจาระสีซีด คันตามตัวโดยไม่มีผื่น ไม่มีสาเหตุ น้ำหนักลด หรือมีไข้หนาวสั่น

วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดี

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจความผิดปกติของการทำงานของตับ
  • การตรวจอัลตราซาวด์ตับและช่องท้องส่วนบน
  • การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan หรือ เอ็กซเรย์แม่เหล็ก (MRI + MRCP) เพื่อแสดงให้เห็นการขยายของท่อน้ำดี ตำแหน่งและขอบเขตที่ทางเดินน้ำดีที่ถูกอุดตัน และสามารถแสดงลักษณะกายวิภาคของท่อน้ำดีและก้อนเนื้องอกได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจ ERCP: เพื่อให้เข้าใจสภาพทั้งหมดของทางเดินน้ำดี ทั้งยังสามารถเก็บน้ำดีและเซลล์ที่มะเร็งท่อน้ำดีปล่อยออกมาได้โดยตรง

แนวทางการรักษา

แพทย์จะทำการพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งขนาด ตำแหน่ง ลักษณะของเซลล์มะเร็ง ระยะโรคและการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง รวมไปถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เพื่อทำการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้

  • การผ่าตัดเนื้องอก เป็นวิธีการรักษามาตรฐานที่ได้ผลดีที่สุด..และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้
  • การผ่าตัดระบายท่อน้ำดี ในผู้ป่วยที่คาดว่าจะผ่าตัดแต่พบระยะโรคไม่สามารถผ่าตัดออกได้ ควรได้รับการผ่าตัดระบายท่อน้ำดีเพื่อรักษาอาการคันและตัวเหลืองตาเหลือง
  • การส่องกล้องตรวจรักษาท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography: ERCP) ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดเนื้องอกออกได้หรือผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
  • เคมีบำบัด/รังสีรักษา กรณีที่ผู้ป่วยผ่าตัดเอามะเร็งออกได้ไม่หมด หรือใช้ในการรักษาหลังผ่าตัด..เพื่อเพิ่มโอกาสการหายขาด

ปัจจุบันการรักษาสามารถผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้ในกรณีที่มะเร็งท่อน้ำดีอยู่ในระยะเริ่มแรก หากมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองอาจมีความจำเป็นต้องใส่สายระบายน้ำดีเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด สำหรับระยะลุกลามจะเป็นการรักษาแบบประคับประคองอาการ หรือการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อชะลอการดำเนินโรค หากผู้ป่วยมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองมากๆ สามารถรักษาได้โดยการระบายท่อทางเดินน้ำดี ผ่านการส่องกล้องหรือการใส่สายทางหน้าท้อง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น

การป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี

  • วัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิดทุกคน
  • ไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ อาหารหมักดอง
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งและการอัลตราซาวน์ช่องท้องทุกปี ก็จะทำให้เราทราบความเสี่ยง เพื่อที่เราจะได้วางแผนในการรักษาได้ทันเวลา

อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับสำเร็จรูปชนิดเร็ว (OV-RDT) ซึ่งคิดค้นโดยสถาบันมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ง่ายและรวดเร็ว เพียงนำตัวอย่างปัสสาวะหยดลงบนชุดตรวจแล้วรอผล 5-10 นาที ก็จะบ่งบอกได้ว่าในร่างกายมีพยาธิใบไม้ตับอยู่หรือไม่ หากขึ้น 2 ขีดแสดงว่ามีเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ต้องทานยาถ่ายเพื่อกำจัดออกไปจากร่างกาย แต่หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตัวเหลือง เจ็บท้อง น้ำหนักลด จำเป็นต้องตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งท่อน้ำดีหรือไม่ หากมีความเสี่ยงควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปะวัติโรคตับเรื้อรัง โรคตับอักเสบ ควรรับการติดตามตรวจหามะเร็งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้สามารถได้รับการรักษาได้ทันเวลาเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น

ปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบ ปัญหาสาธารณสุขใหญ่ของไทย เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

ระยะมะเร็งท่อน้ำดี และอัตราหายขาดต่ำเพราะโรคลุกลาม การป้องกันจึงสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...