โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STA ปี 67 พลิกมีกำไร 1,670 ล้านบาท อานิสงส์ราคายางพาราสูงขึ้น ปันผล 1 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 10.34 น.

STA พลิกมีกำไร 1,670 ล้านบาท ในปี 67 รายได้ทะลุ 1.1 แสนล้านบาท โต 36 % รับอานิสงส์ราคายางพาราสูงขึ้น ปันผล 1.00 บาท พร้อมเพิ่มปริมาณขายยางต่อเนื่องในปีนี้

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ผู้นำธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลกและผู้ผลิตถุงมือยางอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดเผยว่า

ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 33,256.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.2% จากไตรมาสก่อนหน้า

มีกำไรสุทธิ 854.3 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 62.5% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากราคายางธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นและการผลักดันการขายอย่างเต็มที่

ประกอบกับบริษัทฯ มีวัตถุดิบเพียงพอ ไม่มีปัญหาการขาดแคลนจากปรากฏการณ์เอลนีโญเช่นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณการขายยางธรรมชาติรวมทุกประเภท 386,956 ตัน เพิ่มขึ้น 23.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อนหน้า

ในจำนวนนี้เป็นการขายและส่งมอบยาง EUDR 68,867 ตัน เพิ่มขึ้น 9.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (ช่วงเดียวกันของปีก่อนยังไม่มีการขายยาง EUDR) รวมถึงได้รับปัจจัยบวกจากราคาขายยางธรรมชาติเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 7 ไตรมาส อยู่ที่ 196.6 เซนต์ต่อกิโลกรัม

ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 เติบโตแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 114,373.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,670.4 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 434.4 ล้านบาทในปีก่อน

โดยมีปริมาณการขายยางธรรมชาติรวมทุกประเภท 1.4 ล้านตัน (เมื่อรวมปริมาณน้ำยางข้นที่ขายให้ STGT จะอยู่ที่ 1.6 ล้านตัน) เพิ่มขึ้น 8.3% จากปีก่อน ในจำนวนดังกล่าวเป็นยาง EUDR ที่มีมูลค่าสูงกว่ายางทั่วไป 133,163 ตัน โดยเริ่มส่งมอบแก่ลูกค้าตั้งแต่ไตรมาส 2/2567

ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีปริมาณการขายรวมทั้งปี 38,549 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 22.8% เทียบกับปีก่อนและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากดีมานด์ทั่วโลกที่ฟื้นตัวและสต๊อกสินค้าของลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ในประเทศต่างๆ กลับสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ได้รับปัจจัยบวกจากสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าถุงมือยางทางการแพทย์และถุงมือผ่าตัดจากจีน รวมถึงการออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของบราซิล ซึ่งบริษัทฯ มีภาระภาษีต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับผู้ผลิตจากประเทศอื่นๆ อาทิ จีน มาเลเซีย ฯลฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลอัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 1,536 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 18 เมษายน 2568 เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 9 เมษายนนี้ จ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคมนี้

นายวีรสิทธิ์ คาดว่าราคายางพาราปี 2568 จะไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ยทั้งปี 174.3 เซนต์ต่อกิโลกรัม ล่าสุดราคายางเฉลี่ยถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ยังคงสูงกว่า 190 เซนต์ต่อกิโลกรัม ขณะที่ความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ยางล้อ, ถุงมือยาง ฯลฯ คาดว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเริ่มเห็นการฟื้นตัวของดีมานด์จากจีนที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่

อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ยาง EUDR อาจชะลอตัวบ้าง เนื่องจากสหภาพยุโรปเลื่อนเฮข้อกำหนด EUDR เป็น ณ สิ้นปี 2568จากสิ้นปีที่ผ่านมา

มีเป้าหมายเพิ่มปริมาณการขายยางธรรมชาติรวมทุกประเภทในปี 2568 ให้มากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1.6 ล้านตัน (รวมปริมาณขายน้ำยางข้นให้ STGT) ควบคู่กับการเพิ่มส่วนแบ่งยางธรรมชาติในตลาดโลก

“เราได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานและกระบวนการผลิตในโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการดำเนินนโยบาย ESG เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนส่งเสริมการทำยางไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่จุดเริ่มต้นวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบวัตถุดิบ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยางไทยอย่างยั่งยืนในระดับสากล” นายวีรสิทธิ์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...