งบ Q1/68 ต่างขั้ว! KKP น่าห่วง SCB ปันผลจูงใจ ROE สองหลัก
#ทันหุ้น - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ส่องหุ้น KKP SCB หลังประกาศงบ Q1/68 มอง KKP กำไร Q1/68 ต่ำกว่าคาดมาก คิดเป็น 20% ของเป้าทั้งปี แม้สำรองฯ และขาดทุนรถยึดดีขึ้น แต่ยังผันผวนสูง ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย แนะเลี่ยงลงทุนในระยะสั้น ขณะที่ SCB กำไร Q1/68 สอดคล้องคาดการณ์ คิดเป็น 26.6% ของปี จุดเด่นคือปันผลสูง 9.2% และ ROE อยู่ระดับ 10.1% แนะซื้อลงทุน
*หุ้น KKP กำไร Q1/68 ที่ 1,062 ลบ. ลดลง -29.5% YoY โดยหลักจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง 15.4% จากการชะลอตัวของสินเชื่อตามมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสูง และจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยตามการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทางด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิยังสามารถทำได้ในระดับที่ดีโดยปรับเพิ่มขึ้น 16.4% โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจการจัดการกองทุนที่มีรายได้ปรับเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การให้คำแนะนำการลงทุนและสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ
ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในส่วนของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนปรับลดลงตามภาวะตลาด ส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยรวมแล้วปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี หากดูสำรอง ECL บวกกับขาดทุนรถยึดดูดีขึ้นโดยปรับตัวลดลง 11% ขณะที่คุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดได้ดี ทั้งนี้หากเทียบ QoQ กำไรสุทธิลดลง -26.9% ด้วยเหตุผลเดียวกัน
ยอดสินเชื่อ ณ สิ้น มี.ค.68 อยู่ที่ 3.62 แสนลบ.หดตัว -1.4% YTD ซึ่งเป็นไปตามแผนการของธนาคารในการชะลอการเติบโตของสินเชื่อภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน รวมถึงความท้าทายในอุตสาหกรรรมยานยนต์ โดยการขยายตัวของสินเชื่อจะเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวังในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีคุณภาพสินเชื่อที่ดี
สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ โดย %NPL ณ สิ้น Q1/68 อยู่ที่ 4.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนที่ 4.2% ทั้งนี้ธนาคารมีอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Coverage ratio) 131% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 134.2% สิ้นปีก่อน
สำหรับเงินกองทุน (งบเดี่ยว) ณ สิ้น Q1/68 ธนาคารมีเงินกองทุนอยู่ที่ 16.98% โดยมีเงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 13.07%
*ความเห็นฝ่ายวิจัย
กำไร Q1/68 ของ KKP ถือว่าต่ำกว่าคาดมาก คิดเป็นเพียง 20% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แม้สำรอง ECL บวกขาดทุนรถยึดยังดูดีขึ้น แต่ผลประกอบการยังคงมีความผันผวนอยู่มาก ประกอบกับภาวะการณ์โดยรวมยังไม่เอื้ออำนวย ระยะสั้น แนะ หลีกเลี่ยงการลงทุน มีโอกาสปรับลดประมาณการรวมถึงปรับราคาเป้าหมายลงหลัง Analyst meeting วันพรุ่งนี้
*หุ้น SCB ประกาศกำไร Q1/68 ที่ 12,502 ลบ. เพิ่มขึ้น +6.8% QoQ /+10.8%YoY โดยเป็นผลหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากจากกำไรจากการลงทุนจากการ Mark to market พอร์ตลงทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลถ้าเทียบ QoQ หากเทียบ YoY เป็นผลจากการออกจากธุรกิจที่ขาดทุนของ Purple Ventures (Robinhood) ในปี 67 รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (สำรอง ECL) ที่ลดลง ทั้งนี้หากดูรายได้ดอกเบี้ยสุทธิคงเหมือนธนาคารขนาดใหญ่ที่รับผลกระทบจากดอกเบี้ยที่ลดลงกระทบ Net Interest Margin และสินเชื่อที่ชะลอลงในไตรมาสนี้เป็นหลัก
ยอดเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ทรงตัวโดย +0.9% YTD โดยรวมเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SME และรายย่อยยังหดตัวลง
ทางด้านคุณภาพสินทรัพย์ %NPL ณ สิ้น Q1/68 อยู่ที่ 3.45% ลดลงเล็กน้อยเทียบกับ 3.52% สิ้นปีก่อน โดยมี coverage ratio ยังสูงอยู่ที่ 156% ใกล้เคียงสิ้นปีก่อนที่ 158%
เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (งบรวม) ณ สิ้น Q1/68 ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 18.8% Tier I อยู่ที่ 17.7%
*ความเห็นฝ่ายวิจัย
ผลประกอบการ Q1/68 ออกมาถือว่าคาด โดยกำไร Q1/68 คิดเป็น 26.6% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย ทั้งนี้ SCB ถือเป็นหุ้นธนาคารที่มีอัตราเงินปันผลที่สูงสุดในกลุ่มที่ราว 9.2% ต่อปี และไตรมาสนี้ยังสามารถมี ROE ระดับ double digit ได้ (10.1%) แนะนำ ซื้อลงทุน เป้าหมาย 132 บาท