โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ป๊อก” ช็อก! ตรวจเจอเนื้องอกในสมอง ขอโอกาสอีกครั้งเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 10.11 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

ทำเอาแฟนคลับและคนรอบข้างเข้ามาคอมเมนต์สอบถามด้วยความเป็นห่วงและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หลังเห็น "ป๊อก ภัสสรกรณ์" โพสต์ภาพขณะตนเองกำลังนอนผู้บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลและวิดีโอคอลหาลูกแฝด "น้องมีก้า-น้องมีญ่า" ซึ่งบริเวณหน้าผากของป๊อกโดยมีผ้าปิดแผลขนาดใหญ่ติดอยู่ ล่าสุด "ป๊อก" ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการ “ป๊อกกี้ On the run SS4 EP50” ทางช่อง Youtube : Mindset TV ระบุว่าตนมีอาการหูอื้อและปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังคุณหมอทำ MRI ก็พบว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในสมอง ต้องรีบผ่าตัดออกโดยด่วน ทำเอาป๊อกและภรรยาสาว ""ที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช็อกไปตาม ๆ กัน

โดย "ป๊อก"เผยว่า "ก่อนหน้านี้ตนมีอาการปวดหัวร่วม 1 เดือน ไปหาหมอมาหลายที่ก็หาคำตอบไม่ได้ว่าสาเหตุคืออะไร กระทั่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนเริ่มมีอาการหูอื้อพร้อมกัน 2 ข้างและปวดศรีษะอย่างรุนแรง เป็น ๆ หาย ๆ ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะเครียดหรือนอนไม่พอ หรืออาจจะน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่า พอไปหาหมอโรคหู ตา คอ จมูก แต่ผลก็ออกมาว่าทุกอย่างปกติ แต่คราวนี้อาการหูอื้อหนักขึ้น มีอาการเกือบทุกวันควบคู่กับการปวดบริเวณท้ายทอย เหมือนมีคนเอามือมาบีบหัว เป็นทุกวัน วันละ 4-5 รอบ รู้สึกอาการไม่ค่อยดี เลยตัดสินใจขอให้คุณหมอทำ MRI(การตรวจด้วยเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถให้ภาพความคมชัดสูง) เพื่อให้ทราบผลชัดเจนไปเลย แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะคุณหมอตรวจพบก้อนเนื้องอกในสมองขนาดเท่ากับลูกปิงปอง ต้องรีบผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกให้เร็วที่สุด

เจ้าตัวยอมรับว่าตอนได้ยินรู้สึกตกใจ เพราะเคยมีประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวที่เคยผ่าตัดสมอง แล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย ทำให้รู้สึกกลัวว่า แอบคิดว่าถ้าหากตนโชคไม่ดี ไม่ฟื้นกลับมา ครอบครัวจะเป็นยังไง เพราะไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจมาก่อน สิ่งแรกที่ลอยมาตอนนั้นคือหน้าลูกและครอบครัวของตน ฟังคุณหมอพูดไปน้ำตาไหลไป ไม่เคยเตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งพวกนี้มาก่อนเลย ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร นอกจากบอกตัวเองว่านี่คือสัญญาณเตือนให้ตนต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต อยากจะมีโอกาสอีกสักครั้งให้ได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวของตน ตนรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่มีอะไรมีค่าเลยหากตนไม่มีชีวิตอยู่กับคนในครอบครัว สิ่งที่ขอก่อนเข้าห้องผ่าตัดในวันที่ 24 พ.ย. คือไปไหว้พระที่บ้านและที่โรงพยาบาล ขอว่า ถ้ามีโอกาสอีกสักหนึ่งครั้ง ขอมีชีวิตอยู่กับครอบครัวให้ได้มากที่สุด ไม่คิดว่าวัยแค่ 35 ปี ก็มีสิทธิที่จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ทำให้มองเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลายคนอาจไม่ได้มองเห็นความสำคัญของชีวิตตัวเอง จนกระทั่งได้มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้รู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และหวังว่าคลิปนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย

ทั้งนี้หลังจากผ่าตัดพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดเกือบเท่าลูกเทนนิส นอกจากนี้ยังมีเลือดออกในสมอง หมอสันนิษฐานว่าเจ้าตัวอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 2 ปี เนื่องจากมีอาการเหมือนผู้ป่วย “มะเร็งสมองระยะสุดท้าย” นั่นเอง แต่เมื่อผลตรวจออกมานับว่าเป็นโชคดีที่ไม่เชื้อเนื้อร้าย แต่เป็นเนื้องงอกที่พบในเด็ก ซึ่งเคสแบบนี้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่น้อยมาก ในเมืองไทยแทบไม่มี แต่เป็นเนื้องอกที่ปลอดภัยและอันตรายน้อยที่สุด ทำให้ในวันนี้เจ้าตัวมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอีกครั้ง.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...