โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เมอร์เคิล แคปปิตอล” ชี้ Stablecoin-Ethereum จ่อทะยานตาม Bitcoin พุ่ง รับสภาพคล่องทั่วโลกหนุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.27 น.

“เมอร์เคิล แคปปิตอล” เผยสภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกขับเคลื่อน Bitcoin ทำ All-Time High ที่ 123,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมคาดการณ์ครึ่งปีหลังสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยหนุนราคาพุ่งต่อเนื่อง กฎหมาย Stablecoins ดัน Ethereum กลับมาโต ส่วนกองทุนใหญ่จ่อเข้าลงทุนใน Ethereum เพิ่ม แนะจัดพอร์ตลงทุนคริปโทฯ 1-5% กระจายความเสี่ยง แม้ผันผวนสูงแต่คุ้มค่า

นายธนลภย์ ปรีดามาโนช Fund Manager บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกที่ยังคงสูงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ราคา สินทรัพย์ดิจิทัล และ คริปโทเคอร์เรนซี ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคา Bitcoin ที่เพิ่งสร้าง สถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ 123,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง และเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาอย่างคึกคัก

โดยสภาพคล่องคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน โดยราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะปรับตัวขึ้นตามหลังการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนจากการอัดฉีดเม็ดเงินจากฝั่งยุโรปและจีน และคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง สหรัฐฯ จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดย Bitcoin ทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบของยุโรปและจีนในช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้า

นอกจากนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่ทยอยออกมา ก็เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญต่อทิศทางราคา โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Stable Coins ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับ Stable Coins โดยเฉพาะ Ethereum ที่คาดว่าจะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้หลังจากที่ราคาพักตัวมานาน

การที่กองทุนต่าง ๆ เริ่มมองหาสินทรัพย์ดิจิทัลทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Bitcoin เพื่อเปิดกลยุทธ์การลงทุนใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะหนุนทิศทางราคาให้ปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยปัจจุบันในสหรัฐฯ มี 2 กองทุนขนาดใหญ่เตรียมเปิดกลยุทธ์การลงทุนใน Ethereum อย่างไรก็ตาม หากมีกองทุนเข้ามาในตลาดมากขึ้น อาจต้องระมัดระวังภาวะฟองสบู่ แต่คาดการณ์ว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจน

ทั้งนี้ นายธนลภย์ แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนโดยมีสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซีอยู่ในพอร์ตประมาณ 1-5% เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง แต่เน้นย้ำว่าต้องเป็นนักลงทุนที่สามารถยอมรับความผันผวนและความเสี่ยงสูงได้

โดยมองว่ามีความคุ้มค่ากับความเสี่ยงและความผันผวนที่สูง และสามารถแบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้มาทยอยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มเติมจากสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...