ธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนัก! เชื่อมั่นลดต่ำสุดในรอบปี เหตุคนไทยไร้กำลังซื้อ
น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ไตรมาส 2/2568 จากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวจากสถานประกอบการ 741 สถานประกอบการ พบว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการลดลงอยู่ที่ระดับ 70% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 83% ถือเป็นการลดลงในระดับมากและลดลงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ในระดับ 79% และคาดว่าการณ์ว่าสถานการณ์ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 3/2568 อยู่ที่ที่ 65%
ขณะที่รายได้ในภาพรวมของสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 45% ของก่อนเกิดโควิด-19 ปี (2562) ลดลง 58% จากไตรมาสที่ 1/2568 ใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2565 ช่วงที่การระบาดของโรคโควิดเริ่มผ่อนคลายและมีการยกเลิกการลงทะเบียน Thailand Pass สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย ธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ประมาณ 54% ของก่อนเกิดโควิด รองลงมา คือ ธุรกิจที่พักแรม 48% ส่วนร้านขายของฝาก/ของที่ระลึกและสถานบันเทิง 39% รายได้ลดลงมากที่สุด สถานประกอบการในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรายได้เป็นบวกมากกว่าภาคอื่น 49% ส่วนภาคเหนือ 40% มีรายได้ลดลงกว่าช่วงเวลาปกติมากที่สุด อัตราการเข้าพักของธุรกิจที่พักแรมในไตรมาส 2/2568 ในภาพรวม 48% ลดลง 56% ในระดับมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 โดยภาคตะวันตกมีอัตราการเข้าพักสูงกว่าภูมิภาคอื่น 53% รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 50%
ทั้งนี้คาดการณ์ไตรมาส 3/2568 ผู้ประกอบการเกือบทุกภูมิภาคคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2568 จะลดลงกว่าไตรมาสนี้ ยกเว้นภาคกลางที่คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาสก่อนหน้าไม่แตกต่างจากไตรมาสนี้ คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาคกลางจะอยู่ในระดับ 68% เป็นบวกมากกว่าภูมิภาคอื่น รองลงมาเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับ 67% ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ในระดับ 58% คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวเป็นบวกน้อยกว่าภูมิภาคอื่น โดยธุรกิจที่พักแรมอยู่ในระดับ 59% และสถานบันเทิง อยู่ในระดับ 59% คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวเป็นบวกน้อยกว่าธุรกิจประเภทอื่น
น.ส.ผกากรอง กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2/2568 มีสถานประกอบการเปิดให้บริการปกติ 94% ลดลงจากไตรมาส 1/2568 และมีสัดส่วนสถานประกอบการที่ปิดตัวชั่วคราว 3% ปิดถาวร 2% และลดขนาดธุรกิจ 1% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2568 โดยสถานบันเทิงมีสัดส่วนของสถานประกอบการหยุดบริการมากสุด 13% รองลงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น 9% ร้านขายของฝาก/ของที่ระลึก 5% ร้านอาหาร 4% ส่วนแนวโน้มสถานประกอบการไตรมาส 3/2568 คาดว่าสถานประกอบการเป็นอย่างต่ำ 1% ที่มีแผนลดจำนวนพนักงานในไตรมาส 2/2568 และมีสถานประกอบการอย่างต่ำ 2% ที่มีแผนขึ้นราคาสินค้าและบริการ
ทั้งนี้จากการสำรวจคนไทยจำนวน 450 คนทั่วประเทศ พบว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างจังหวัดของ คนไทย ในไตรมาส 2/2568 ประมาณ 4,976 บาท/คน/ทริป เพิ่มขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา นอกจากนี้พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 64% มีหนี้สิน โดยมีหนี้สินประมาณ 32% ของรายได้ โดยอาชีพเกษตรกรและอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนมากกว่าอาชีพอื่น ๆ เนื่องจากมีรายได้น้อยและรายได้ไม่แน่นอน คาดการณ์การสถานการณ์ท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 3/2568 พบว่ามีแนวโน้มลดลงมากที่สุดถึง 31% นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
“อาจเป็นเพราะคนไทยขาดกำลังซื้อและเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ประชาชนต้องการให้มี “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศขึ้นอีกครั้ง จากการสำรวจนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 302 คน พบว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2568 ประมาณ 46,718 บาท/คน/ทริป โดยนักท่องเที่ยวยุโรป ใช้จ่ายมากที่สุด (64,169 บาท/คน/ทริป) รองลงมา ตะวันออกลาง (56,889 บาท/คน/ทริป) ส่วนนักท่องเที่ยวจีน ค่าใช้จ่าย ประมาณ 50,000 บาท/คน/ทริป
อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปี 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 33.3 ล้านคน น้อยกว่าปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 16.5% และน้อยกว่าปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 6.2% คาดว่า ปี 2568 มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท น้อยกว่าปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 8.3% คาดว่า ปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 4.5 ล้านคน ค่าใช้จ่าย ประมาณ 50,000 บาท/คน/ทริป มีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 225,000 ล้านบาท