โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. ติวเข้มนักเรียน ม.3-ม.4 หวังดันผลสอบ PISA สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 07.09 น. • The Bangkok Insight

กทม. ติวเข้มนักเรียน ม.3 - ม.4 ตั้งเป้าผลการสอบ PISA สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ พร้อมดึง รร.สาธิต เป็นพี่เลี้ยง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 6/2568 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

สอบ PISA

ประชุมได้รายงานเรื่องแผนการเตรียมความพร้อมในการสอบประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA (Programme for International Student Assessment) ที่จะมีขึ้นในปีนี้ ว่า การประเมิน PISA เป็นการประเมินเรื่องความฉลาดรู้ (Literacy) ใน 3 ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ และความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ดำเนินการประเมินทุก 3 ปี

ทั้งนี้ ผลการสอบ PISA ในรอบ 3 การทดสอบที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีคะแนนสอบต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) และโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ

ในรอบการสอบครั้งล่าสุด (ปี 2022) กรุงเทพมหานครมีคะแนนอยู่ในลำดับที่ 5 จาก 8 กลุ่มโรงเรียน โดย 8 กลุ่มโรงเรียน ประกอบด้วย กลุ่มโรงเรียนเน้นวิทย์ กลุ่มโรงเรียนสาธิต กลุ่มโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. (มัธยมศึกษา) กลุ่มโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. กลุ่มโรงเรียน กทม. กลุ่มโรงเรียน สพฐ. (ขยายโอกาส) กลุ่มโรงเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. และกลุ่มโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ.

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

กรุงเทพมหานคร จึงได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 ในเดือน พฤษภาคม 2567 โดยดำเนินการมาเรื่อย ๆ รวมถึงได้มีการวัดผล Pre-Test นักเรียนสังกัด กทม. ในโรงเรียนมัธยม ทั้ง 109 โรงเรียน เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าหากสอบ PISA นักเรียน กทม. จะทำได้ขนาดไหน โดยใช้ข้อสอบของ สสวท. 20 ข้อ ผลคือคะแนนรวมผ่านเพียง 5 ข้อ

จากนั้นได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนต่อเนื่อง และมีการสอบ Post-Test เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่าคะแนนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 9 คะแนน คือยังมีค่าเฉลี่ยไม่ถึง 50% ยังต้องได้รับการพัฒนาในทุกมิติ อาทิ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การตีความข้อมูล การอธิบายเหตุผล เป็นต้น

สำหรับการสอบ PISA ที่จะเกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม 2568 นี้ เด็กไทย (เกิดในช่วง 1 มิ.ย. 52 - 31 พ.ค. 53) จะถูกสุ่มเป็นตัวอย่างประมาณ 9,000 คน สังกัดกรุงเทพมหานครมีนักเรียนที่เข้าเกณฑ์ 1,942 คน คาดว่าจะถูกสุ่มประมาณ 800 คน คือระดับ ม.3 - ม.4 ประมาณ 31 โรงเรียน

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ กทม. ได้มีการจัดทำแผนติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการอย่างเข้มข้นในการสอนเด็กฝึกทำแบบทดสอบ โดยใช้ข้อสอบของ สสวท. ฝึกทำโดยใช้คอมพิวเตอร์ ฝึกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ ให้คุณครูติดตามผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลทุก 2 สัปดาห์ และมีผู้บริหารติดตามผลและลงพื้นที่ให้กำลังใจ

โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ของนักเรียน ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง ในการเป็นโรงเรียนพี่เลี้ยง ดังนี้

1. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) เป็นพี่เลี้ยงโรงเรียนเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ และโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ

2. โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) เป็นพี่เลี้ยงโรงเรียนเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม และโรงเรียนมัธยมปุรณาวาส

3. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) เป็นพี่เลี้ยงโรงเรียนเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ และโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์

คาดว่าภาพรวมคะแนนปีนี้จะดีขึ้น โดยตั้งเป้ายกระดับผลการสอบให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำว่า การเตรียมความพร้อมนี้ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักการศึกษาเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อสร้างความพร้อมให้กับนักเรียน โดยหัวใจหลักคือจะต้องให้ Feedback แก่เด็ก คือเด็กต้องรู้ว่าที่เขาทำผิดนั้นผิดอย่างไร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...