TRUE ออกหุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ขายรายย่อย ชูดอกเบี้ย 3.20 -3.85% เปิดจองซื้อ 31 ก.ค.- 4 ส.ค. นี้
TRUE ออกหุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ขายรายย่อย ชูดอกเบี้ย 3.20 -3.85% เปิดจองซื้อ 31 ก.ค.- 4 ส.ค. นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 13:49 น.
TRUE ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ขายรายย่อย 4 ชุด ดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.20-3.85% ต่อปีพร้อมจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน เผยหุ้นกู้ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 31ก.ค.-4 ส.ค.นี้ ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำ
นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/68 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มทรู ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.6 พันล้านบาท และ กำไรสุทธิหลังหักภาษีและปรับรายการพิเศษ (Normalized Net Profit) อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท ภายในเวลาเพียง 2 ปี หลังควบรวมกิจการกับดีแทค ขณะที่ EBITDA เติบโตต่อเนื่อง สะท้อนวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ ประโยชน์จากการรวมธุรกิจ (Synergy) ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการ บูรณาการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับเครือข่ายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ตลอดจนการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง ซึ่งทั้งหมดเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ประกาศ 3 ภารกิจหลักเพื่อเร่งขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ ด้านลูกค้า ยกระดับแบรนด์ให้เป็นที่เชื่อถือ รวมระบบทรู-ดีแทคเป็นหนึ่งเดียว และ พัฒนาเครือข่ายทันสมัยให้เสร็จครอบคลุมทั่วประเทศในไตรมาส 3 นี้ ด้านเทคโนโลยี ส่งเสริม AI ให้เข้าถึงคนไทยทุกคน พัฒนาบริการดิจิทัลเฉพาะบุคคล และ สนับสนุนการเติบโตของเมืองอัจฉริยะ และ ด้านทีมงาน มีการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า พัฒนาผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และ เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อความสำเร็จร่วมกัน
บริษัทฯ และ หุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะผู้นำทางการตลาด (market position) ในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เสริมทัพด้วยโครงข่ายทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่ครอบคลุม และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย อีกทั้ง ปัจจัยบวกจากประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวม รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่คาดว่า น่าจะปรับตัวดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ทางด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.00% เป็น 1.75% ต่อปี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และ มีการคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสงครามการค้า และ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในการประชุมวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ทำให้ช่วงเวลานี้ถือเป็น "จังหวะเหมาะ" สำหรับนักลงทุนที่ต้องการล็อกผลตอบแทนระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นกู้คุณภาพ ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” หุ้นกู้ของทรูจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่โดดเด่นเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคง พร้อมผลตอบแทนสม่ำเสมอในสภาวะดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง
หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี ครอบคลุมนักลงทุนทั้งผู้ที่ต้องการลงทุนระยะกลาง หรือระยะยาว วัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ และเพื่อให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยเพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระ โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และ คาดว่า จะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม วันที่ 1 และ วันที่ 4 สิงหาคม 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และ ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ หวังว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้
หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.20-3.30% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.40-3.50% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.50-3.65% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.70-3.85% ต่อปี และ ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้ครบปีที่ 5 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และ ร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่
• ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking
• ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02 888 8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
• ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน แอป CIMB Thai
• ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555
• บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 4004
• บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 165 5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ